Home World "วิกฤตหนี้" ทั่วโลก พุ่งสูงรอบ 50 ปี ส่ออาการน่าห่วง

“วิกฤตหนี้” ทั่วโลก พุ่งสูงรอบ 50 ปี ส่ออาการน่าห่วง

“เวิลด์แบงก์” ออกโรงเตือนเอง โลกกำลังเสี่ยง วิกฤตหนี้ ครั้งใหม่ หลังตัวเลขการกู้ยืมพุ่งสูงสุดในรอบ 50 ปี  โดยตัวเลขหนี้จีนนำโด่ง

ธนาคารโลก (World Bank) เพิ่งจะเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก หรือ Global Economic Prospects ซึ่งจัดทำขึ้นปีละ 2 ครั้ง  โดยรายงานครั้งล่าสุดของเวิลด์แบงก์  ชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังเจอความเสี่ยงจาก วิกฤตหนี้ ครั้งใหม่

ซึ่งรายงานของเวิลด์แบงก์ ระบุว่าการก่อหนี้ทั่วโลกในช่วง 50 ปี ที่ผ่านมาสามารถแบ่งได้เป็น 4 ช่วง  โดยในช่วงปัจจุบันเริ่มตั้งแต่ปี 2553  จัดว่าเป็นช่วงที่มีการกู้ยืมทั่วโลกเพิ่มขึ้นมากที่สุด  และเป็นลักษณะที่ตัวเลขการกู้ยืมเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดอีกด้วย

การกู้ยืมทั่วโลกเกิดขึ้นเป็นวงกว้างนับตั้งแต่ปี 2513  โดยมีสาเหตุมาจากอัตราดอกเบี้นที่อยู่ระดับต่ำ  และกำลังเป็นความเสี่ยงวิกฤติทางการเงินในประเทศกำลังพัฒนา และประเทศตลาดเกิดใหม่

- Advertisement -

โดยตัวเลขหนี้สินในปี 2561 เพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ ที่ประมาณ 230% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ขณะที่หนี้สินทั้งหมดมากจากประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับเกือบ 170% ของ GDP หรือเพิ่มขึ้นถึง 54% ในรอบ 10 ปี (นับตั้งแต่ปี 2553)  โดยเฉพาะ “จีน” ที่มีสัดส่วนในการก่อหนี้มากที่สุด เนื่องจากมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่

รายงานของ “เวิลด์แบงก์” สอดคล้องกับ รายงานของ “สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (Institute of International Finance) หรือ IIF” ที่ระบุว่า  ปริมาณหนี้สินทั่วโลกในครึ่งปีแรกของปี 2019 เพิ่มขึ้น 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ  ทำให้ตัวเลขระดับหนี้สินแตะที่ 250.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะที่จบทั้งปี 2019 IIF คาดว่าตัวเลขหนี้สินทั้งโลกจะแตะที่ 255 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  นั่นเท่ากับว่าคนทั้งโลกมีหนี้สินเฉลี่ยคนละ 32,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 975,000 บาท  ซึ่งตัวเลขนี้มากกว่า GDP โลกถึง 3 เท่า

โดยหนี้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากสหรัฐและจีน  โดยทั้ง 2 ประเทศมีสัดส่วนหนี้เพิ่มขึ้นถึง 60%  โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การก่อหนี้เพิ่มขึ้น  มาจากการลดหรือการตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางหลายประเทศ  ทำให้ต้นทุนในการกู้ยืมลดลงและส่งผลให้ภาคธุรกิจ รวมถึงภาครัฐกู้ยืมเงินมากขึ้น

ซึ่งปัญหาหนี้สะสมที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนี้ อาจจะเป็นชนวนจาก วิกฤตหนี้ ให้กลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งใหม่ได้ในอนาคต

อ่านข่าว >> หนี้ท่วมโลก! ขวางเศรษฐกิจฟื้นตัวปี 2020
อ่านข่าว >> เศรษฐกิจโลก 2020 กับ 4 ปัญหาใหญ่ที่ท้าทาย

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

อินเดียป่วยไวรัสใหม่ 24,850 ราย ทุบสถิติสูงสุด

กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียรายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ใหม่ 24,850 ราย และผู้เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว 613 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้สถิติผู้ป่วยสะสมและผู้เสียชีวิตสะสมทะยานแตะ 673,165 ราย และ 19,268 ราย ตามลำดับ ตัวเลขดังกล่าวกลายมาเป็นสถิติผู้ติดโควิด-19 ใหม่สูงสุดในรอบ 1 วัน นับตั้งแต่โรคระบาดคุมคามประเทศแห่งนี้ ข้อมูลของกระทรวงระบุว่า ในวันดังกล่าวมีผู้ป่วยที่แสดงอาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลแล้ว 409,083...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

เตรียมตัวให้พร้อม ! เช็คลิสต์ เป๋าตังเที่ยวปันสุขยิงยาว 3 เดือน

ในเดือนกรกฎาคม นี้ มีเทศกาลวันหยุดยาวหลายวัน "เป๋าตังเที่ยวปันสุข" ที่กำลังจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียน 15 ก.ค.63 และสามารถใช้สิทธิได้ถึง 31 ต.ค. 63 มาเช็คลิสต์และเตรียมความพร้อมกัน เพื่อลดสิทธิพิเศษมากมาย  สำหรับเที่ยวปันสุข วิธีเข้าร่วมโครงการและการใช้สิทธิ ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ สัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน และมีอายุ 18 ปี ณ วันที่ลงทะเบียน โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com และรอรับ...

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทั่วโลกพุ่ง ทุบสถิติผู้ป่วยรายวันมากที่สุด

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 212,326 ราย ในรอบ 24 ชั่วโมง ทำสถิติยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ยังอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 129,772 ราย โดยพบมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาและบราซิล

ผู้เชี่ยวชาญระบุ สหรัฐเขี่ยจีนจากตลาดหุ้นเปล่าประโยชน์

รายงานการวิเคราะห์ของ Peterson Institute of International Economics (PIIE) ระบุว่าการถอดถอนบริษัทจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เพราะนอกจากจะไม่ได้เป็นการขัดขวางบริษัทเหล่านั้นจากการเข้าถึงตลาดทุนของสหรัฐแล้วยังไม่ได้ขัดขวางการเจริญเติบโตของจีนอีกด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนมาถึงจุดที่แย่ที่สุดในช่วงทศวรรษ และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐได้กลายเป็นปราการด่านสุดท้ายที่สร้างประเด็นความตึงเครียดให้กับทั้งสองประเทศ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาวุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติซึ่งระบุว่าอาจมีการถอดถอนบริษัทสัญชาติจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ และเมื่อเดือนที่แล้วประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาย้ำให้ผู้ดูแลหาวิธีการพิจารณาที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นสำหรับบริษัทของจีน

Related News

“เวิลด์แบงก์” เตือนเอง เศรษฐกิจโลกอ่อนแอเกินคาด

World Bank ระบุว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวลงและอ่อนแอกว่าที่ธนาคารโลกเคยคาดการณ์ไว้ที่ 2.6%