หวั่นไวรัสโคโรนากระทบเศรษฐกิจจีน

World Economy Asia-Pacific หวั่นไวรัสโคโรนากระทบเศรษฐกิจจีน

หวั่นไวรัสโคโรนา กระทบถึงเศรษฐกิจจีน เกรงภาคท่องเที่ยว-ค้าปลีก เจอหางเลข หากสถานการณ์ลุกลามกลายเป็นการระบาด


เมื่อปลายปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเมืองอู๋ฮั่นรายงานว่าพบการติดเชื้อลึกลับในระบบทางเดินหายใจ จากนั้นช่วงต้นปีนี้สื่อทางการรายงานยืนยันว่า เชื้อลึกลับนี้เป็นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

ข่าวดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ฮ่องกงเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง รวมถึงการตรวจอุณหภูมิสำหรับผู้เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่

ด้านสหรัฐจะเริ่มคัดกรองเที่ยวบินจากอู๋ฮั่นที่เข้าไปยังสนามบินซานฟรานซิสโกและสนามบินเจเอฟเคในนิวยอร์ก ซึ่งรับเที่ยวบินตรงทั้งคู่ รวมถึงสนามบินลอสแองเจลีส อันเป็นจุดใหญ่ที่มีการเปลี่ยนเที่ยวบิน

ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้มีการคัดกรองอย่างเข้มงวด ในช่วงที่คาดว่าคนจีนจำนวนมากจะเดินทางไปต่างประเทศช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะมายังประเทศต่างๆ ในเอเชีย

เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าไวรัสโคโรนาจะติดต่อจากคนสู่คน ขณะที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของยุโรประบุว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีความคล้ายคลึงกับโคโรนาไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส แต่ต้องมีการวิเคราะห์ลักษณะทางพันธุกรรมเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เมื่อปี 2546 โรคซาร์สได้เริ่มระบาดในจีนและลุกลามไปทั่วโลก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 774 ราย ในปีเดียวกันเศรษฐกิจจีนได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะชาวต่างชาติหลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีน ส่วนคนในจีนก็ไม่ค่อยออกไปนอกบ้านเพื่อชอปปิง กินอาหาร และทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อความบันเทิง

หัวหน้าฝ่ายวิจัยของสถาบันวิจัยมิซูโฮะ ระบุว่ายังต้องดูกันว่าสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จะเป็นอย่างไร แต่หากนำไปสู่การเจ็บป่วยแบบเดียวกับโรคซาร์สก็แน่นอนว่าจะเป็นความเสี่ยงขาลงสำหรับเศรษฐกิจจีน

หากจำนวนนักเดินทางต่างชาติในจีนลดลง ก็แน่นอนว่าจะกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว นอกจากนั้น คนจีนเองอาจพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีคนเยอะ อย่างห้างสรรพสินค้า ซึ่งก็จะบั่นทอนการบริโภคส่วนบุคคล โดยยอดขายปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค มีสัดส่วนประมาณ 40% ของจีดีพีจีน

ยิ่งกว่านั้น หากต่างชาติวิตกเกี่ยวกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ก็อาจเริ่มเลิกซื้อสินค้าจีนและชะลอการเข้าไปลงทุน ดังนั้นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จึงอาจสร้างความปวดหัวแก่เศรษฐกิจจีน ในช่วงที่กำลังต้องการแรงส่ง

นักเศรษฐศาสตร์บางคนมองว่าญี่ปุ่นก็อาจพลอยเจอหางเลขไปด้วย เพราะคาดว่าจะมีผู้คนจำนวนมาก รวมถึงชาวจีน เดินทางไปกรุงโตเกียวเพื่อชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ช่วงกลางปีนี้

ข้อมูลจาก Ctrip.com ผู้ให้บริการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของจีน ระบุว่าญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมแห่งหนึ่งสำหรับนักท่องเที่ยวจีน พอๆ กับสิงคโปร์ ไทย และมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มหกรรมกีฬาครั้งใหญ่กำลังจะมีขึ้น รัฐมนตรีสาธารณสุขจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ยืนยันว่าทั้งสามประเทศจะแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับโรคกันอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน แถลงเมื่อสุดสัปดาห์ว่ายังไม่พบต้นตอของไวรัส และยังอธิบายเส้นทางการติดต่อของไวรัสไม่ได้ครบถ้วน แต่การระบาดมีความเชื่อมโยงอย่างมากกับตลาดขายอาหารทะเลในเมืองอู๋ฮั่น อย่างไรก็ตาม ผู้ติดเชื้อบางรายบอกว่าไม่เคยไปตลาดแห่งนี้

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าไวรัสระบาดจากคนสู่คนได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ไม่สามารถตัดทิ้งความเป็นไปได้ของการติดเชื้อจากคนสู่คน

Advertisement

รื้อต๋ง..เจ๋งนะ แต่ทุบดอกเบี้ยกู้ด้วย..ยิ่งเจ๋ง

วิรไท  สันติประภพ แผลงฤทธิ์นับถอยหลังสั่งลาเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ด้วยการเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ค่าต๋งในระบบสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้แก่ลูกหนี้-ลูกค้าทั่วประเทศ น่าสงสัยว่าวิรไท ทำไมเพิ่งจะมาขยันขันแข็งรื้อจัดระเบียบค่าต๋งในระบบสถาบันการเงินเอาในห้วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง ทั้งที่ควรจะต้องทำมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2558 ปฏิกิริยาท่าทีขึงขังของวิรไท ในฐานะผู้ว่าแบงก์ชาติปีสุดท้าย ดูๆไปก็มีความคล้ายคลึงกับพล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ปีสุดท้ายอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นว่าด้วยการจัดระเบียบผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยังไงซะการลงมือทำ ถึงแม้จะช้า ก็ดีซะกว่าไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้-ลูกค้าสถาบันการเงิน ไม่ให้ถูกสถาบันการเงินขูดรีดเอาเปรียบเอาซะเลย จังหวะแรกที่แบงก์ชาติเข้าเกียร์เดินหน้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้และลูกค้าสถาบันการเงินไปแล้ว ตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2563 คือการสั่งสถาบันการเงินให้ปรับปรุงการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้และลูกค้า เบี้ยปรับกรณีชำระเงินงวดล่าช้า หรือผิดนัดชำระ...

กสทช. เปิดประมูล 5G แล้ว

พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. กล่าวเปิดงาน ประมูล 5G คลื่นความถี่ย่าน 700 MHz 2600 MHz และ 26 GHz ณ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

Highlight ! Business Today Issue 24 ( 17-23 ก.พ. 2563)

COVER STORY: เศรษฐกิจไทย ‘สาหัส’ 5 มรสุมถล่มแบบตั้งตัวไม่ติด หน้า 2 CEO VISION: ทอม-ดี้ E-Commerce เลยหลัก 100 ล้าน ไปนานแล้ว หน้า 3 BUSINESS  MODEL: Silicon Valley Hub แห่งเทคโนโลยีที่สร้าง ‘มหาอำนาจโลก’ /...

บุคลากรแพทย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มหนึ่งราย สธ.แจงไม่ใช่สถาบันบำราศฯ

กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยยืนยัน โควิด-19  อีก 1 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ยืนยันไม่ใช่บุคลากรของสถาบันบำราศนราดูร รวมผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 20 ราย กลับบ้านแล้ว 14 ราย รวมสะสม 34 ราย วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2563 ) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย...

เทรนด์สมาร์ทโฟน 2020 จอพับกำลังจะกลับมา ?

รายการ Tech Today ดำเนินรายการโดย : นพฤทธิ์  กมลสุวรรณ และ ทรงกลด แซ่โง้ว / ผู้สื่อข่าวไอที Business Today จับตาเทรนด์สมาร์ทโฟน ปี 2020 โทรศัพท์มือถือปีนี้ จอพับได้กำลังจะกลับมาหรือไม่ ? ทั้งพับแบบขยายเป็นแท็บเล็ต ต้องดูความทนทาน และพับได้แบบในอดีต

แบงก์ชาติจีนกล่อมธนาคารทนรับ Bad Loans สู้ไวรัสโคโรนา

ธนาคารกลางจีน (PBOC) กล่าวเรียกร้องให้ภาคธนาคารและสถาบันการเงินอดทนกับภาวะหนี้เสีย หรือ Bad Loans ที่จะอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเป็นผลพวงของความพยายามในการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจฟื้นตัวกลับมาได้จากวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดหนัก นาย ฟาน อีเฟย รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวแถลงข่าวในวันนี้ว่า ทางธนาคารกลางจะทำทุกวิถีทางให้การสนับสนุนบรรดาบริษัทที่ผ่านการรับรองอย่างเต็มที่ เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่้งจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมกลับมามีเสถียรภาพและช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะเดียวกัน ทางธนาคารกลางจีนยืนยันว่า ปัญหาเรื่อง Bad Loans เป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนสามารถจัดการได้ เนื่องจากอัตราหนี้เสียของจีนในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ความเห็นของธนาคารกลางจีนล่าสุดมีขึ้นท่ามกลางความพยายามของภาครัฐและธนาคารกลางที่จะบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอย่างสุดความสามารถ โดยที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้อนุมัติเงินอัดฉีดเพื่อลดภาระทางการเงินของภาคธุรกิจแล้วหลายครั้ง ส่วนความคืบหน้าของสถานการณ์ไวรัสโคโรนา คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ