ปี 63 วิบากกรรมทีวีดิจิทัลไม่จบ ตลาดแข่งเดือด-จ่อคืนช่องเพิ่ม

Technology Media ปี 63 วิบากกรรมทีวีดิจิทัลไม่จบ ตลาดแข่งเดือด-จ่อคืนช่องเพิ่ม

ปี 2562 ครบรอบ 7 ปี ของการให้บริการทีวีดิจิทัลในประเทศไทย เริ่มต้นด้วยการมองว่าจะเป็นอนาคตที่สดใสของอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ในประเทศไทย ปิดท้ายด้วยการขอคืนใบอนุญาต (คืนช่อง) รวมทั้งหมด 7 ช่อง และยุติการออกอากาศไปก่อนหน้านี้แล้ว 2 ช่อง รวมปิดตัวทั้งหมด 9 ช่อง เหลือเปิดดำเนินการ 15 ช่อง


แต่วิบากกรรมนี้ยังไม่จบ เมื่อ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกมาเปิดเผยว่ามีผู้ประกอบการที่เหลือต้องการเลิกกิจการ โดยเรียกร้องให้มีการคืนใบอนุญาตและเข้าสู่กระบวนการเยียวยาอีกครั้ง

“ผู้ประกอบการบางช่องที่ต้องการเลิกกิจการให้เหตุผลว่า ประสบความยากลำบากในการทำธุรกิจ เนื่องจากการแข่งขันที่สูงและภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้งบโฆษณาไม่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเกรงว่าหากมีการเดินหน้าเทคโนโลยี 5 จี จะทำให้มีการแข่งขันกันของธุรกิจทีวีบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย จะยิ่งทำให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลภายใต้ใบอนุญาตของกสทช.ประสบความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจยิ่งขึ้นไปอีก” ฐากรระบุ

ปี 2562 ขาดทุนอ่วม

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2562 ที่ผ่านมา ธุรกิจทีวีดิจิทัลหลายช่องยังคงขาดทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เช่น เวิร์คพอยท์ โมโน และอสมท ยกเว้นช่อง 3 บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ที่พลิกกลับมามีกำไร หลังจากคืนช่องทีวีดิจิทัลไป 2 ช่อง

บริษัท บีอีซี เวิลด์ ผู้บริหารทีวีช่อง 3 (ช่อง33) ในช่วงไตรมาส 3 มีกำไรสุทธิ 94 ล้านบาท แต่หากหักรายได้จากการคืนใบอนุญาต จำนวน 44 ล้านบาท จะยังมีผลขาดทุน 241 ล้านบาท เป็นผลจากเม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรมทีวีชะลอตัว และการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้รายได้จากค่าโฆษณาอยู่ที่ 1,685 ล้านบาท ลดลง 23.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านบริษัท เวิร์คพ้อยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (ช่อง 23) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 อยู่ที่ 44 ล้านบาท แต่ลดลง 40% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ของธุรกิจทีวีลดลงเหลือ 558 ล้านบาท ลดลง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่บริษัท โมโน เทคโนโลยี (ช่องโมโน 29) ในช่วงไตรมาส 3 มีผลขาดทุน 177.4 ล้านบาท โดยมีรายได้จากค่าโฆษณา 405.28 ล้านบาท ลดลง 7.85% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากไตรมาส 3 มีการแข่งขันที่รุนแรง จากการจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงเม็ดเงินโฆษณาในช่วงดังกล่าว

สำหรับบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) มีผลขาดทุนรวม 156 ล้านบาท โดยไตรมาส 3 มีรายได้ 588 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้โดยรวมของธุรกิจโทรทัศน์และวิทยุจะเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากมีการจ่ายผลประโยชน์ในการเลิกจ้างพนักงานจำนวน 114 ล้านบาท

ปี 63 แข่งเดือด งบโฆษณาลด

บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าปีนี้เม็ดเงินโฆษณาของกลุ่มทีวีดิจิทัลยังคงชะลอตัว 1-2% ขณะที่อุตสาหกรรมโฆษณาในปี 2563 ยังไม่สดใส และแนวโน้มเม็ดเงินโฆษณาไม่เติบโต เนื่องจากผู้ประกอบการมีความไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจและชะลอการใช้งบ

จากรายงานของบริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด พบว่าการใช้งบโฆษณาในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 มีจำนวน 77,520 ล้านบาท ลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสื่อทีวีในช่วงไตรมาส 3 ลดลง 2% ซึ่งแนวโน้มยังคงลดลงต่อเนื่องจากปี 2560

ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม นักวิเคราะห์อาวุโส อีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในระยะสั้นการคืนใบอนุญาตของช่องทีวีดิจิทัลส่งผลบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลเล็กน้อย เนื่องจากรายได้จากการโฆษณาของทีวีดิจิทัลทั้ง 7 ช่องในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมามีสัดส่วนเฉลี่ยต่ำกว่า 5% ของมูลค่าโฆษณาทางทีวีทั้งหมด ขณะที่ผู้ประกอบการที่เหลืออยู่ยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันต่อเนื่องจากรายได้โฆษณาที่ลดลง

ยิ่งไปกว่านั้นภาวะเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศที่ผันผวนในช่วงของปี 2019 รวมถึงการปรับราคาโฆษณาทีวีสูงขึ้นกว่า 4% ส่งผลให้บริษัทห้างร้านและเจ้าของผลิตภัณฑ์ชะลอการลงเม็ดเงินโฆษณาออกไป

อย่างไรก็ตาม ในระยะกลาง อีไอซี ประเมินว่า ผู้ประกอบการที่เหลืออยู่สามารถสร้างรายได้และผลกำไรที่ดีขึ้นจากเม็ดเงินโฆษณาจากกลุ่มทีวีโฮมช๊อปปิ้งที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งกลุ่มนี้มีเม็ดเงินโฆษณาราว 2,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่ต่างมีแผนปรับกลยุทธ์ซื้อคอนเทนท์ใหม่ ๆ จากผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศเพื่อชิงเรทติ้งผู้ชมและเม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้นราว 30% คิดเป็นเงินลงทุนกว่า 8,000 ล้านบาทในปี 2562 แทนการผลิตคอนเทนท์เองที่มีต้นทุนสูงกว่า ทำให้มีรายจ่ายที่ลดลงและมีผลกำไรที่ดีขึ้น รวมทั้งมีการปรับสัดส่วนโครงสร้างธุรกิจโดยขยายช่องทางการรับชมผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้นสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้และต่อยอดในการทำธุรกิจในอนาคต

เรื่องโดย เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

Asina Pornwasin BTIT1
อดีต Online Content Editor, Social Media Editor, IT Editor ที่ The Nation
Advertisement

พุทธิพงษ์ ชี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี “CAT-TOT” ประมูล 5G ได้

รัฐมนตรี ดีอีเอส เชื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของหน่วยงานรัฐ หลังการประมูล 5G จบลง โดย CAT ประมูลคลื่น 700 MHz จำนวน 2 ชุดคลื่น ใช้เงินประมูลทั้งหมด 34,306,000,000 บาท และ TOT ประมูลคลื่น...

สรุป ประมูล 5G ได้คลื่นครบทุกค่าย กสทช. รับเงินเข้ารัฐ 1 แสนล้าน

การประมูล 5G ที่จัดโดย กสทช. ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จบลงแล้วโดยแต่ละโอเปอเรเตอร์ต่างแบ่งคลื่นกันไป โดย AIS เป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่ได้ทั้ง 3 คลื่นความถี่ ทรูได้ 2 ความถี่ ส่วน dtac TOT และ CAT ได้ไปบริษัทละ...

“สินเชื่อเงินทอน” ชนวนโศกนาฏกรรมโคราช

กรณีโศกนาฏกรรมที่”จ่าทหารคลั่ง”ใช้อาวุธสงครามกราดยิงประชาชนในห้างเทอมินอล 21 กลางเมืองโคราช. ส่งผลให้คู่กรณีเสียชีวิต 2 รายและประชาชนผู้บริสุทธ์ต้องสังเวยชีวิตอีก 27 รายได้รับบาดเจ็บอีก 58 รายกลายจนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น”บทเรียน”ที่กองทัพจะต้องสรุปโดยด่วนเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะต้นเหตุมาจากการใช้อำนาจของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ทำมาหากินกับ”โครงการสวัสดิการเงินกู้”สำหรับซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านพักอาศัยให้ทหารชั้นผู้น้อย อันเป็นที่มาของ”สินเชื่อเงินทอน “ปมสังหารหมู่ครั้งนี้ อย่างที่ทราบผู้ที่เข้ามาหากินกับโครงการนี้ก็คือนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งบางรายใช้ภรรยาหรือญาติเป็น”นอมินี”หรือ”ตัวแทน”ทำหน้าที่นายหน้าคอยประสานระหว่างเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรกับนายทหารชั้นผู้น้อยที่เป็นผู้ซื้อบ้าน นอกจากนี้อาจจะมีทหารชั้นผู้น้อยบางคนมาช่วยเดินนายหน้าให้นายอีกด้วย สำหรับ ทหารชั้นผู้น้อยที่จะซื้อบ้านจะทำเอกสารสัญญากู้ภายใต้”โครงการสวัสดิการเงินกู้”ของกองทัพ และมี “นาย” ซึ่งเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ช่วยอำนวยความสะดวกในการกู้เงิน ส่วนใหญ่วงเงินที่กู้ได้มักจะสูงราคาบ้าน จึงมี”เงินส่วนต่าง”ที่เรียกว่า”สินเชื่อเงินทอน”ที่ทหารชั้นผู้น้อยสามารถเก็บไว้ใช้จ่ายอื่นๆ แต่ท้ายที่สุดกรรมก็ไปตกอยู่กับทหารชั้นผู้น้อยเหล่านี้ เวลาเงินเดือนออกจะถูกหักชำระเงินกู้ ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลังเงินเดือนไม่พอใช้ บางทีโชคร้ายถูกนายหน้าโกง...

 ภาพยนตร์ไม่ได้มีราชวงศ์ แต่หนังนั้นมีหัวนอนปลายเท้า

ต่อให้ไม่สนใจไยดีวงการหนัง ใครหลายคนก็รู้ดีว่า มีศัพท์ใหม่ๆ ที่ทั้งปรุงและแต่งเอาเอง เกิดขึ้นมากมายหลายคำ นิตยสาร Rolling Stone เขียนเหมือนกับหนังสือ Good Life ของฝรั่งเศสว่า หลังจากผ่านพ้นทศวรรษที่90 เป็นต้นมา มีการเรียกศัพท์แนวทางหนังต่างๆ มากกว่า 200 คำ บางคำสุขภาพไม่ดี ไม่ค่อยออกกำลังกาย ก็ตายไปเร็ว เช่น chic movie บางคำกินนอน...

เลขาฯ กสทช. คาด เงินประมูล 5G พุ่งแตะแสนล้าน

หลังจบการประมูลคลื่น 700 MHz ในรอบแรกที่ราคาต่อชุด 17,153 ล้านบาท รวม 3 ชุด เป็นเงิน 51,459 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งยอดเงินห่างจากยอดเงินประมูลที่ กสทช. ประเมินไว้ 7 หมื่นล้านบาทนั้น แค่ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ยังเหลือคลื่นให้ประมูลอีก...

รื้อต๋ง..เจ๋งนะ แต่ทุบดอกเบี้ยกู้ด้วย..ยิ่งเจ๋ง

วิรไท  สันติประภพ แผลงฤทธิ์นับถอยหลังสั่งลาเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ด้วยการเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ค่าต๋งในระบบสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้แก่ลูกหนี้-ลูกค้าทั่วประเทศ น่าสงสัยว่าวิรไท ทำไมเพิ่งจะมาขยันขันแข็งรื้อจัดระเบียบค่าต๋งในระบบสถาบันการเงินเอาในห้วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง ทั้งที่ควรจะต้องทำมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2558 ปฏิกิริยาท่าทีขึงขังของวิรไท ในฐานะผู้ว่าแบงก์ชาติปีสุดท้าย ดูๆไปก็มีความคล้ายคลึงกับพล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ปีสุดท้ายอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นว่าด้วยการจัดระเบียบผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยังไงซะการลงมือทำ ถึงแม้จะช้า ก็ดีซะกว่าไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้-ลูกค้าสถาบันการเงิน ไม่ให้ถูกสถาบันการเงินขูดรีดเอาเปรียบเอาซะเลย จังหวะแรกที่แบงก์ชาติเข้าเกียร์เดินหน้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้และลูกค้าสถาบันการเงินไปแล้ว ตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2563 คือการสั่งสถาบันการเงินให้ปรับปรุงการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้และลูกค้า เบี้ยปรับกรณีชำระเงินงวดล่าช้า หรือผิดนัดชำระ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ