Home Cover Story สงคราม OTT เมื่อผู้บริโภคไม่ดูทีวี

สงคราม OTT เมื่อผู้บริโภคไม่ดูทีวี

ในปี 2561 ประเทศไทยมีประชากรเกือบ 70 ล้านคน มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 57 ล้านคน หรือคิดเป็น 82% ของจำนวนประชากรทั้งหมด มีจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ 49 ล้านคน หรือคิดเป็น 74% ของจำนวนประชากร มีผู้เป็นสมาชิกอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ประมาณ 9 ล้านราย คิดเป็น 13% ของจำนวนประชากร หรือ 42% ของจำนวนครัวเรือนไทย โดยความเร็วของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย เป็นอันดับ 2 ในอาเซียน อยู่ที่ 51.60 เมกะบิตต่อวินาที

- Advertisement -

ขณะที่พฤติกรรมของคนไทยยังใช้เวลากับสื่อประเภทนี้อย่างมหาศาล โดย 90% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีการใช้งานทุกวัน โดยใช้เวลาเฉลี่ย 9 ชั่วโมง 11 นาทีต่อวัน

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับผู้ให้บริการ OTT หรือบริการรายการโทรทัศน์ วิดีโอ สตรีมมิ่งผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันมีผู้ให้บริการ 2 รูปแบบ คือ เจ้าของคอนเทนต์ เช่น ช่อง 3 5 7 Mcot เวิร์คพอยท์ โมโน จีเอ็มเอ็ม เป็นต้น กับอีกประเภท คือผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม อาทิ Youtube LineTV Netflix Disney+ เป็นต้น ซึ่งกลุ่มหลังส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการจากต่างประเทศ

บริษัท PwC ประเทศไทย คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงของไทย จะมีมูลค่า 6.5 แสนล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือภายในปี 2566 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 5%

โดยบริการวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ OTT จะเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด สวนทางกับสื่อดั้งเดิมที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

รายงานของ PwC คาดการณ์ด้วยว่าบริการวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ต (Over-the-top video: OTT video) จะเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดของประเทศไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า

โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการบริโภควีดิทัศน์ตามคำขอ (Video on demand) ที่ขยายตัวมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดนี้คึกคักและเห็นการแข่งขันที่รุนแรงในหมู่ผู้ประกอบการจากต่างประเทศ เช่น Netflix, iflix และ HOOQ

พิสิฐ ทางธนกุล หุ้นส่วนสายงานตรวจสอบบัญชี และหัวหน้าสายงาน Entertainment & Media บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า ผู้บริโภคชาวไทยต้องการเสพสื่อและบันเทิงแบบส่วนบุคคลมากขึ้น ไม่แตกต่างไปจากผู้บริโภคในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

การใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น ยังส่งผลให้ความต้องการของการได้รับประสบการณ์ลูกค้าที่ดี ตรงกับรสนิยมและความชื่นชอบส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้บริโภคในกลุ่มที่เป็นชนชั้นกลาง ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

“การเข้ามาของเครือข่าย 5G ที่คาดว่าจะเริ่มเปิดให้ประมูลได้ในไม่ช้านี้ จะทำให้การเชื่อมต่อและตอบสนองทางออนไลน์รวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้น ผู้ประกอบการสื่อและบันเทิง ยิ่งต้องเร่งเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่วันนี้ หันมาเลือกเสพสื่อในรูปแบบที่ตัวเองต้องการมากขึ้น ไม่ว่าจะเสพสื่อไหน อย่างไร หรือเมื่อไหร่” พิสิฐกล่าว

ปี 2561 มูลค่าการใช้จ่ายบริการรับชมวิดีโอผ่านอินเทอร์เน็ตในไทย มีมูลค่า 2,810 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าในปี 2566 เป็น 6,080 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 16.64%

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสื่อโทรทัศน์ในรูปแบบดั้งเดิมและโฮมวิดีโอ ที่จะเติบโตเฉลี่ยต่อปีเพียง 4.76% (จาก 1.97 หมื่นล้านบาทในปี 2561 เป็น 2.49 หมื่นล้านบาทในปี 2566)

ขณะที่โฆษณาทางอินเทอร์เน็ต (Internet advertising) ของไทยเป็นตลาดที่เห็นการเติบโตรวดเร็วที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากความชื่นชอบของการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่องของผู้บริโภคชาวไทย

โดยคาดว่า จะมีมูลค่าการใช้จ่ายในตลาดนี้สูงถึง 3.25 หมื่นล้านบาทในปี 2566 หรือคิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 13.62% สอดคล้องกับข้อมูลของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ที่คาดการณ์ว่างบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัลในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 20% ของงบโฆษณามูลค่าแสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

พัชรี เพิ่มวงษ์อัศวะ กรรมการสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในการโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล ซึ่งมีการโยกเงินจากทีวีช่องหลักมายังสื่อใหม่ เช่น กลุ่มขนมขบเคี้ยว ผลิตภัณฑ์นม ที่เจาะกลุ่มวัยทีน โดยกลุ่มนี้มีพฤติกรรมการรับชมรายการผ่าน OTT เป็นหลัก ทั้ง LineTV Youtube หรือสื่อใหม่อย่าง TikTok

ปัจจุบัน การใช้งบโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล เฟซบุ๊คยังเป็นอันดับ 1 มูลค่า 5,762 ล้านบาท อันดับ 2 คือ YouTube 4,120 ล้านบาท อันดับ 3 คือ Creative มูลค่า 2,108 ล้านบาท

Creative ในที่นี้ คือการสร้างสรรค์งานในรูปแบบวิดีโอ ซึ่งเดิมเป็นงานที่ออนแอร์ผ่านสื่อโทรทัศน์ แต่เปลี่ยนรูปแบบมาเป็นวิดีโอ สตรีมมิ่งที่สามารถออกอากาศได้ในหลากหลายรูปแบบสื่อ เช่น เฟซบุ๊ค ยูทูป ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม เป็นต้น ซึ่งมีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น จึงขยับจากอันดับ 4 ในปี 2561 มาอยู่ในอันดับ 3 ปีนี้

อย่างไรก็ตาม ในแง่การกำกับดูแลจากภาครัฐ บริการ OTT ถือเป็นความท้าทายที่จะต้องเข้าไปดูแลอย่างเร่งด่วน โดย ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังเร่งดำเนินการศึกษารูปแบบการกำกับดูแลกิจการ OTT ของประเทศต่างๆ ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ ขณะที่มีแนวโน้มขยายตัวสูงมาก ตามพฤติกรรมการรับชมรายการโทรทัศน์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ได้นั่งรับชมผ่านจอทีวีอีกต่อไป

“การขยายตัวของบริการ OTT วันนี้สร้างความท้าทายให้กับผู้กำกับดูแลทั่วโลก เพราะมีประเด็นเชิงนโยบายมากมายตั้งแต่เรื่องการจัดเก็บภาษีของรัฐ ไปจนถึงเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคม เช่นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลและการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย การจัดให้มีอภิปรายและการร่วมมือของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล ผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้ให้บริการ OTT และผู้บริโภค จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว” นายฐากรกล่าวทิ้งท้าย

เรื่องโดย เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

ฟอร์ด จัดโปรฯ ‘ซื้อรถวันนี้ เริ่มผ่อนปีหน้า’ สำหรับหมอ-ข้าราชการ

ฟอร์ด ประเทศไทย มอบข้อ ‘ซื้อรถวันนี้ เริ่มผ่อนปีหน้า’ สำหรับข้าราชการและบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อจองและซื้อรถยนต์ ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น และจัดไฟแนนซ์ผ่านธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) สำหรับลูกค้าทั่วไป เริ่มผ่อนชำระค่างวดงวดแรกหลังจากส่งมอบรถ 90 วัน พร้อมส่วนลดและดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองและซื้อรถยนต์ ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น และจัดไฟแนนซ์ผ่าน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

อนุมัติค้ำประกันเงินกู้ Soft Loan โรงรับจำนำ 2,000 ล้าน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2563 เรื่องอนุมัติการกู้เงิน Soft loan ของสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) จำนวน 2,000 ล้านบาท จากธนาคารออมสิน เป็นการเตรียมเงินทุนหมุนเวียนรองรับธุรกรรมการให้บริการรับจำนำแก่ประชาชน ในโครงการ สธค. โรงรับจำนำของรัฐ สู้ภัยโควิด...

BCH ไตรมาสแรกกำไรโต 7% ปรับกลยุทธ์รับโควิด-19

ศ.ดร.นพ. เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์หลักในปีนี้ ได้แก่ การขยายสาขาโรงพยาบาล พร้อมเพิ่มจำนวนผู้ประกันตน และเพิ่มบริการใหม่ๆ โดยตั้งเป้าเติบโตโดยเฉลี่ยไว้ที่ 12-15% ทุกปี ล่าสุด บริษัทได้เปิดให้บริการโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล สาขาอรัญประเทศ...

นายกฯ ขออนุญาตคนไทยนำ ‘การบินไทย’ เข้ากระบวนการฟื้นฟูของศาล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 พ.ค. 2563 ว่า ขอแจ้งให้ทราบการตัดสินใจในเรื่องของ การบินไทย ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่ตนรู้ว่าจะช่วยรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนทุกคนได้อย่างไร ในส่วนของปัญหาเรื่องนี้ทุกคนทราบดีอยู่แล้วที่มีหนี้สินต่างๆมากพอสมควร ซึ่งก็มีอยู่ 3 ทางเลือกด้วยกัน คือ 1.การหาเงินให้การบินไทยดำเนินการต่อไป 2.ปล่อยให้เข้าสู่สถานการณ์ล้มละลาย 3.เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูของศาล ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอาจจะมีปัญหาการฟื้นฟูไม่ได้มีประสิทธิภาพมากนัก เพราะมีข้อกฎหมายอยู่หลายประการ โดยเฉพาะอย่าง พ.ร.บ.แรงงาน และ...

Related News