Home COVID-19 Facebook แนะวิธีสังเกตข่าวปลอม COVID-19 ด้วยตัวเอง

Facebook แนะวิธีสังเกตข่าวปลอม COVID-19 ด้วยตัวเอง

Facebook มุ่งมั่นทำงานเพื่อช่วยให้ผู้คนได้ติดต่อและเชื่อมต่อกันอย่างมีความหมายบนสังคมออนไลน์ที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย ในขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้กระจายไปยังทั่วโลก

- Advertisement -

จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาที่ผู้บริโภคชาวไทยต้องรู้เท่าทันและรับข่าวสารที่ถูกต้อง รู้จักพิจารณาข้อมูลต่างๆ ที่แชร์กันบนโลกออนไลน์ ข้อมูลที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบและไม่เป็นความจริงสามารถก่อให้เกิดความสับสนได้ และที่ร้ายแรงที่สุดคืออาจก่อให้เกิดความหวาดกลัวและความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น

-Facebook แนะเครื่องมือเสริมเรียนออนไลน์ เชื่อมครู-นักเรียน

Facebook พร้อมรับมือเพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวปลอม เพื่อช่วยให้ทุกคนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยร่วมมือกับพันธมิตรด้านการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ตลอดถึงการประสานงานกับองค์การอนามัยโลกและองค์กรต่างๆ มากมาย ที่ได้รับความเชื่อถือ ในการเชื่อมผู้ใช้งานเข้ากับเนื้อหาที่เป็นการให้ความรู้ โดยจะปรากฏอยู่ด้านบนสุดของ News Feed นอกจากนี้ Facebook ได้วางแผนเปิดตัวศูนย์ข้อมูลโควิด-19 ในประเทศไทยเร็วๆ นี้

หากมีการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโควิด-19 บน Facebook แพลทฟอร์มจะมีการนำเสนอข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ อาทิ เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก หรือหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ ในประเทศไทย Facebook จะแนะนำเว็บไซต์ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

Facebook แนะวิธีสังเกตข่าวปลอม COVID-19 ด้วยตัวเอง

Facebook ตระหนักดีว่าสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลให้ผู้คนแบ่งปันข่าวสารต่างๆ บนแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลจากศึกษาของ YouGov ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดย Facebook ระบุว่าในประเทศไทย[1] มีเพียงจำนวนร้อยละ 42 และร้อยละ 41 ของผู้ตอบแบบสอบถามบอกว่าพวกเขามั่นใจว่าตัวเองสามารถระบุข่าวปลอมและโปรไฟล์ปลอมได้ ตามลำดับ

เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานหลีกเลี่ยงการได้รับข้อมูลที่ไม่เป็นจริงและข่าวปลอมทั้งหลาย Facebook ประเทศไทยจึงได้เปิดตัวโครงการ We Think Digital Thailand ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ช่วยพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลและการเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ดีให้กับชาวไทย โดยครอบคลุมหัวข้อการเรียนรู้ต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ตคืออะไร ลายมือดิจิทัลของคุณ การเป็นนักคิดเชิงวิเคราะห์ รวมถึงเคล็ดลับการสังเกตข่าวปลอม หากท่านสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม We Think Digital Thailand และโมดูลเรียนรู้ต่างๆ สามารถเยี่ยมชมไมโครไซต์ได้ที่ wethinkdigital.fb.com/th

ภายใต้หัวข้อเคล็ดลับการสังเกตข่าวปลอมนี้ Facebook ได้รวบรวมเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้ชาวไทยสังเกตข่าวปลอมบนโลกออนไลน์ได้รอบคอบยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างชุมชนดิจิทัลให้ได้รับข้อมูลและข่าวสารที่ครบถ้วนถูกต้องอีกด้วย

พวกเราทุกคนต่างต้องมีความรับผิดชอบในการช่วยลดการแพร่กระจายของข้อมูลที่ไม่เป็นจริง เพียงแค่ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลที่เราแชร์นั้นเชื่อถือได้จริง

[1] ที่มา: การสำรวจเกี่ยวกับทักษะเชิงดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค โดย YouGov เดือนธันวาคม พ.ศ.2561

Facebook แนะนำเคล็ดลับง่ายๆ 5 ขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณตรวจสอบข้อมูลต่างๆ บนหน้าฟีดได้ก่อนกดปุ่มแชร์

ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบลักษะของโพสต์

สังเกตวิธีพาดหัวข่าว ข่าวปลอมส่วนใหญ่มักใช้คำพาดหัวข่าวที่เล่นกับอารมณ์ความรู้สึกหรือใช้เทคนิคเพื่อดึงดูดความสนใจ เช่น ใช้ภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด หรือการใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) จำนวนมาก หัวข้อข่าวที่ใช้ถ้อยคำแบบสุดโต่งหรือกล่าวอ้างเกินความเป็นจริง มักมีแนวโน้มเป็นข่าวปลอม

พิจารณาชื่อของเว็บไซต์หรือที่อยู่ของเว็บไซต์ (URL) เว็บไซต์ที่น่าสงสัยส่วนมากมักพยายามลอกเลียนแบบจากเว็บไซต์จริงโดยแทรกจุดแตกต่างเล็กน้อยเข้าไปแทน เช่น การใช้ตัวไอพิมพ์ใหญ่ (I) เพื่อแทนตัวแอลพิมพ์เล็ก (l) หรือการใช้เลขศูนย์ (0) แทนตัวโอ (o) หากคุณไม่มั่นใจ ให้เปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์ขึ้นมาใหม่ จากนั้นให้ไปที่เว็บไซต์จริงและลองเปรียบเทียบ URL ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่

  • ในประเทศไทย ร้อยละ 71 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพวกเขาอ่านบทความจนจบก่อนที่จะแชร์ต่อ
Facebook แนะวิธีสังเกตข่าวปลอม COVID-19 ด้วยตัวเอง

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบเว็บไซต์

เมื่อคุณตัดสินใจกดลิ้งก์แล้ว ให้วิเคราะห์ลักษณะหน้าเพจของบทความ ตรวจสอบชื่อของผู้เขียนแล้วค้นหาข้อมูลดูว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ โดยอาจพิจารณาจากบทความอื่นๆ ที่เขียนขึ้นโดยผู้เขียนคนเดียวกัน แนะนำให้อ่านข้อมูลในส่วน “เกี่ยวกับเรา” บนหน้าเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อทำความรู้จักเว็บไซต์หรือองค์กรนั้นให้มากขึ้น

เคล็ดลับเพิ่มเติม

  • บ่อยครั้งที่ข่าวปลอมส่วนใหญ่จะใส่วันที่คลาดเคลื่อน สะกดคำผิด จัดวางข้อความแปลกๆ รวมถึงใช้รูปหรือวิดีโอที่ถูกปรับแต่ง ในบางครั้งรูปภาพนั้นอาจเป็นรูปภาพจริง แต่ถูกนำมาเปลี่ยนแปลงบริบท คุณสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับภาพนั้นเพิ่มเติมเพื่อยืนยันถึงที่มาของภาพนั้น

ขั้นตอนที่ 3: สังเกตบุคคลอ้างอิงในบทความ

หากบทความมีการกล่าวอ้างอิงหรือยกคำพูดของผู้เชี่ยวชาญมา แต่ไม่มีการกล่าวชื่ออย่างชัดเจน เช่น “ผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่งกล่าวว่า…” ในกรณีนี้ อาจบ่งบอกได้ว่าบทความดังกล่าวเป็นข่าวปลอม แนะนำให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ผู้เขียนกล่าวถึงนั้นเป็นความจริง โดยอาจดูเพิ่มเติมจากบทความหรืองานศึกษาอื่นๆ

ขั้นตอนที่ 4: เปรียบเทียบจากการพาดหัวข่าวและแหล่งข้อมูลอื่นๆ

ลองดูแหล่งข่าวอื่นว่ามีการรายงานข่าวเดียวกันหรือไม่ และตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ข้อมูลจากการองค์การอนามัยโลก (WHO) หรือจากกระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น ข้อมูลจะมีแนวโน้มความน่าเชื่อถือมากขึ้นหากมีแหล่งข่าวจำนวนมากรายงานถึง

ขั้นตอนที่ 5: รับฟังข้อมูลอย่างเป็นทางการล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 จากองค์กรด้านสุขภาพและอนามัยของท้องถิ่นและนานาชาติเท่านั้น

ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าคุณกำลังอ่านและแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องและได้รับการยืนยันแล้ว โดยสามารถติดตามการเคลื่อนไหวได้จากองค์กรดังต่อไปนี้

ท้ายที่สุดแล้ว ชาวไทยทุกคนต่างต้องรู้จักการคิดเชิงวิเคราะห์เพื่อประเมินข้อมูลต่างๆ ที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และเลือกแชร์เฉพาะข่าวที่มั่นใจได้แน่นอนว่ามีความน่าเชื่อถือเท่านั้น โดยใช้หลักการทั้งหมดด้านบนที่ได้แนะนำไป

หากพบโพสต์ใดๆ ที่นำเสนอเรื่องราวและข่าวปลอม อย่าลังเลที่จะกดรายงาน โดยคลิกที่เครื่องหมายจุดเล็กๆ 3 จุด (…) ที่ด้านมุมขวาบนของโพสต์ จากนั้นกด ค้นหาการสนับสนุนหรือรายงานโพสต์ และคลิกที่ ข่าวปลอม

สามารถไปที่ศูนย์ช่วยเหลือของ Facebook เพื่อดูรายละเอียดการรายงานโพสต์ต่างๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/help/1380418588640631/

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับสังเกตข่าวปลอม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/help/188118808357379

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

สมช.เตรียมเสนอต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน ชี้คุมโควิด-19 ได้ผล

พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่าที่ประชุม สมช.มีมติให้ต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 1 เดือนในเดือน มิ.ย. เนื่องจากสามารถควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)ได้ "เตรียมเสนอที่ประชุมศบค.พรุ่งนี้ หากนายกฯเห็นชอบก็จะนำเข้า ครม.อังคารหน้า"

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

‘อย่าถาม’ เรื่องตั้งพรรคใหม่ ‘สมคิด’บอกไม่มีสาระ

“สมคิด” หัวเราะร่าหลังถูกถามตั้งพรรคการเมืองใหม่ ระบุสาเหตุลาประชุมเพราะป่วย ทำน้ำหนักลดไป 2 กิโล นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ในช่วงนี้มักจะเจอคำถามเรื่องการตั้งพรรคการเมืองใหม่แทบทุกวัน อย่างสองวันก่อนไม่ได้ร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีและศบค.ก็มีคนตั้งข้อสงสัยเพราะเหตุใด ในวันนี้ นายสมคิด กล่าวก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ที่มี...

ดึง 5 โปรเพลเยอร์ ROV เป็นพรีเซนเตอร์ Yamaha AEROX 155 สีใหม่

นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก และตราสินค้า บริหารลูกค้าสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ และสื่อดิจิทัล บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า ยามาฮ่า ร่วมกับ Garena และ Buriram United Esports ทำการตลาดผ่านเกมออนไลน์ชื่อดัง RoV โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่สอดคล้องกันคือกลุ่มวัยทีนที่ชื่นชอบความท้าท้ายและหลงไหลในความสปอร์ต ทั้งนี้ ได้มีการนำ...

‘เอ็มจี’ กางแผน 3 เดือนขยายโชว์รูมเพิ่ม 10 แห่ง เสริมศักยภาพการบริการ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายธุรกิจต้องมี การปรับตัวและปรับแผนการดำเนินงานเพื่อให้ธุรกิจยังคงเดินหน้าต่อไปได้เช่นเดียวกันกับ เอ็มจี นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทยังคงดำเนินงานตามแผนงานเดิมที่วางไว้แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนอกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ตามแผนงานที่กำหนดแล้วยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครบ 150 แห่งทั่วประเทศ ตามเป้าหมายที่วางไว้เช่นกัน ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 6 ปี ที่เอ็มจีเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย การบริการ ถือเป็นอีกหนึ่งด้านที่ให้ความสำคัญ โดยในช่วงระยะเวลา 3 เดือนจากนี้ (พ.ค.-ก.ค.) มีแผนเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มอีก 10 แห่ง ในภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ตาม นอกจากจะทำให้เราสามารถเพิ่มศักยภาพด้านการดูแลลูกค้าที่ปัจจุบันมียอดผู้ใช้รถยนต์เอ็มจีรวมแล้วกว่า 80,000 คัน...

Related News

พุทธิพงษ์ ฟันอีก 8 ราย โพสต์ข่าวปลอม ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับการเสนอ ข่าวปลอม หรือบิดเบือน สร้างความตื่นตระหนกและความสับสนในสังคม ในช่วงที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการไปแล้วหลายราย ล่าสุดตรวจพบอีก 8 ราย ดังนี้ -พุทธิพงษ์ ประสานตำรวจลุยปราบข่าวปลอม ล่าสุดพบอีก 16...

“โคคา สุกี้” ธุรกิจร้านอาหาร วิกฤติและโอกาสจากโควิด-19

"โคคา สุกี้" ธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเผชิญกับปัญหาโควิด-19 ส่งผลกระทบยอดขายลดลงถึง 50% แต่วิกฤติก็ยังเป็นโอกาสถือเป็นตัวเร่งให้พนักงานและองค์กรปรับตัวได้ไวขึ้น นัฐธารี พันธุ์เพ็ญโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โคคา โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษกับทาง Business Today โดยกล่าวว่า ธุรกิจของบริษัทในเครือมีหลากหลายรูปแบบทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ...

“ภาคเอกชน จ.เชียงใหม่” เสนอปลดล็อกจังหวัด ชูโมเดลต้นแบบสู้โควิด-19

"ภาคธุรกิจเอกชน จ.เชียงใหม่" ร่วมเสวนาพร้อมแสดงความคิดเห็นเสนอปลดล็อกจังหวัด ตั้งเชียงใหม่เป็นโมเดลต้นแบบสู้วิกฤติโควิด-19 หนังสือพิมพ์ไทยนิวส์รายวันและ อสมท. จ.เชียงใหม่ ร่วมกันจัดงานเสวนาผ่านออนไลน์ (Live Streaming) ด้วยการไลฟ์สดจากโรงแรมรอยัล เพนนินซูลา เชียงใหม่ วันที่ 27 เมษายน 2563 เวลา 17.00-18.00 น. เพื่อร่วมเป็นเสียงสะท้อนส่วนหนึ่งในภารกิจหาทางออก "คลายล็อคดาวน์เชียงใหม่ เพื่อคนเชียงใหม่" โดยมีตัวแทนจากภาคธุรกิจเอกชนหลากหลายสาขาที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น สำหรับประเด็นหลักที่ตัวแทนจากภาคธุรกิจเอกชนต่างเห็นพ้องต้องกัน...

Facebook เผยช่วงโควิด-19 คนไทยเข้าร่วมกลุ่ม มากกว่า 6 ล้านกลุ่ม พร้อมตั้งเป้าสนับสนุนผู้นำกลุ่ม

Thailand Community Day งานที่ Facebook จัดเป็นครั้งแรกเพื่อสนับสนุนเหล่าผู้นำชุมชน ในขณะที่มีผู้คนเชื่อมต่อกันผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มขึ้น โดยเน้นถึงความสำคัญของการลงทุนและการสนับสนุนผู้นำชุมชนในการเริ่มต้น เติบโต และพัฒนาเพจและกลุ่มที่มีความหมายอย่างยั่งยืน -Facebook ปล่อยไอคอนใหม่ “ห่วงใย” ในช่วงโควิด-19-Facebook แนะวิธีสังเกตข่าวปลอม COVID-19 ด้วยตัวเอง

Google เผยพบมัลแวร์และฟิชชิ่ง โควิด-19 วันละ 18 ล้านครั้ง

มาร์ค ไรเชอร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่าย Account Security, Identity, and Abuse, Google กล่าวว่า ช่วง 2-3 เดือนก่อนกูเกิ้ลตรวจพบว่ามีความพยายามทำมัลแวร์และฟิชชิ่งที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 สูงถึงวันละ 18 ล้านครั้ง และมีข้อความสแปมเกี่ยวกับไวรัสโคโรนามากกว่า 240 ล้านข้อความในแต่ละวัน