“บิ๊กดาต้า” ชี้เป็นชี้ตาย ความสามารถแข่งขันของธุรกิจ/ประเทศ

Technology IT “บิ๊กดาต้า” ชี้เป็นชี้ตาย ความสามารถแข่งขันของธุรกิจ/ประเทศ

เมื่อเทคโนโลยีทำให้เกิด “ข้อมูล”​ จำนวนมหาศาล และเมื่อข้อมูลกลายเป็นทรัพย์สินที่มีค่า “บิ๊กดาต้า” จึงกลายเป็นอาวุธสำคัญสำหรับทุกธุรกิจเพื่อความอยู่รอดและแข่งขันได้ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาปั่นป่วนในทุกอุตสาหกรรม Business Today จึงจัดเสวนา “Big Data อาวุธทรงพลังยุค Digital Disruption” ในงานเปิดตัว Business Today เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา

คุณศิวัตร เชาวรียวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย กล่าวในงานเสวนา “Big Data อาวุธทรงพลังยุค Digital Disruption” ว่า การใช้ประโยชน์จาก big data องค์กรธุรกิจต้องตั้งโจทย์ทางธุรกิจก่อน จากนั้นทำการหาข้อมูล ซึ่งในอดีตวิธีการหาข้อมูล คือ ทำด้วยการเขียน (ระบบ manual)​ มีต้นทุนในการได้มาซึ่งข้อมูลสูง ต้นทุนในการจัดเก็บข้อมูลสูง และต้นทุนในการเรียบเรียงข้อมูลสูง แต่ด้วยความสามารถของเทคโนโลยีทำให้ต้นทุนในการได้มา จัดเก็บ และเรียบเรียง ลดลง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี barcode, chip, API และ Cookie ช่วยทำให้ต้นทุนการได้มาซึ่งข้อมูลต่ำลงมาก การจัดเก็บข้อมูลถูกลงมาก ๆ

“วิธีต่อมา คือ การโกยข้อมูลเข้ามาแล้วนำมาวิเคราะห์และแยกแยะ ต้นทุนในการโกยข้อมูลมาไม่สูงมากนัก เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วนำมาแยกแยะและวิเคราะห์ ในอดีตใช้สมองคนและโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบพื้นฐาน ต่อมาคอมพิวเตอร์มีความเร็วสูงขึ้นเก่งขึ้น อาทิ มีการทำ marchine learngin ทำให้ต้นทุนการวิเคราะห์ข้อมูลต่ำลงมาก”

คุณศิวัตร อธิบายว่า ข้อมูล (data) มาจาก 3 ทางหลัก ๆ คือ

  • First-Party Data ซึ่งได้แก่ ข้อมูล ประวัตของลูกค้าจาจุดต่าง ๆ และพฤติกรรมลูกค้า ข้อมูลภายในบริษัทเอง คือ ข้อมูล สินค้าและบริการ รวมถึงกระบวนการทำงานภายในองค์กร
  • Secondary-Party Data คือ ข้อมูล First-Party Data ขององค์กรอื่นที่บริษัทดีลมา อาทิ บริษัทส่งอาหารเป็นพันธมิตรกับบริษัท ข้อมูลลูกค้าของบริษัทส่งอาหารถือเป็น Secondary-Party Data ของบริษัทนั่นเอง
  • Third-Party Data คือ ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ขจ้อมูลที่ถูกรวบรวมไว้แล้ว ส่วนมากเป็นข้อมูลภาพรวม อาทิ ภาพรวมผู้บริโภคของประเทศไทย ข้อมูลจากองค์กีต่าง ๆ ที่ทำการเก็บรวบรวม เป็นต้น

คุณกล้า ตั้งสุวรรณ ซีอีโอ บริษัท ไวซ์ไซท์​ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวบนเวทีเดียวกันว่า ​Wisesight มีการจัดเก็บข้อมูลแบ่งออกเป็นประเภทหลัก ๆ ได้ 3 ประเภท ได้แก่

  • Intelligent Data เอาไปทำวิจัย วัดผล วางแผนกลยุทธ์
  • Big Data เป็นข้อมูลสำหรับประกอบการตัดสินใจสำหรับธุรกิจที่เป็น data-business business
  • Engagement Data คือ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค อาทิ ชอบหรือไม่ชอบ เป็นต้น

เกือบทุกอุตสาหกรรมที่ใช้โซเชียลมีเดีย ใช้บริการของ Wisesight เพราะโซเชียลมีเดียเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดที่จะได้รู้จักกับผู้บริโภค กลุ่มลูกค้า และได้รู้ถึงความรู้สึก การตอบสนองของลูกค้าต่อแบรนด์และต่อแคมเปญการตลาดของแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว

“ทั้งหมดเเพื่อให้แบรนด์และฝ่ายการตลาด มีความเข้าใจลูกค้ามากขึ้น จะได้ส่งข้อมูลที่ลูกค้าอยากรู้ไปให้ จะได้ไม่หว่านข้อมูล และมีข้อมูลไว้ตอบลูกค้า ณ​ ปัจจุบันเราอยู่ในสภาวะที่เราควบคุมต้นทุนของการจัดการ Big Data ได้” คุณกล้า

เทคฯ-ฐานข้อมูล-โจทย์ หนุนบิ๊กดาต้าเกิดประโยชน์

ปัจจุบันมีข้อความบนโซเชียลมีเดียวันละ 20 ล้านข้อความ ที่ Wisesight มีเทคโนโลยีในการเก็บและแยกข้อมูลออกเป็นข้อมูลทั่วไปและข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจงตามความต้องการของลูกค้า เพื่อให้แบรนด์นำไปใช้เพื่อตัดสินใจ เป็นข้อมูลที่รู้และวัดผลแคมเปญทางการตลาด และโฆษณาได้

“ข้อมูลส่วนที่ Wisesight ดีล คือ Secondary-Party Data และ Third-Party Data โดยเฉพาะข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย โดยที่กรองเอาข้อมูลส่วนบุคคลออกไป เพื่อดูแนวโน้มผู้บริโภค เป็นการดึงข้อมูลให้กับแบรนด์ สินค้า และการตลาด เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า ซึ่งแนวโน้วหรือเทรนด์บนโซเชียลมีเดียเปลี่ยนทุกวัน วันละหลายรอบ หากเป็นเทรนด์แรงจะอยู่ประมาณ​ 2 วัน”

“เราบริการข้อมูลให้กับแบรนด์ ว่าลูกค้าพูดถึงแบรนด์บนโซเชียลมีเดียอย่างไร เวลาเขามีปัญหาเขาจะไม่โทรหาคอลเซ็นเตอร์ แต่เขาจะไปบนพูดบนโซเชียลมีเดีย”

คุณกล้า อธิบายเพิ่มว่า ความสามารถของเทคโนโลยีทำให้ธุรกิจสามารถทำแคมเปญทางการตลาดด้วยการทำวิจัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลบิ๊กดาต้า มาใช้ในการออกแบบแคมเปญ การบริหารจัดการแคมเปญให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้น

คุณไอศวริญา พานทอง Business Director แห่ง creden.co กล่าวว่า creden.co มีบริการที่นำข้อมูลจำนวนมากมาใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงธุรกิจ คือ ข้อมูล Credite Scoring ที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจที่จะปล่อยสินเชื่อและต่อซัพพลายเออร์ต่างๆ

ฐานข้อมูลนำมาสร้างคะแนนวัดค่า (score) โดยมีการใช้ข้อมูลย้อนหลังจำนวนมาก เพื่อเป็นข้อมูลอ้างอิง (reference) เพื่อสร้างคะแนนให้มีความแม่นยำสูง ดังนั้น ข้อมูลย้อนหลังจึงมีความสำคัญและมีประโยชน์ในมุมของการใช้บิ๊กดาต้าของ creden.co

คุณศิวัตร กล่าวว่า ข้อมูลเก่าจะนำมาวิเคราะห์ร่วมด้วยหรือไม่ ขึ้นกับหัวข้อและโจทย์ว่าต้องการข้อมูลไปเพื่อใช้ในกรตัดสินใจเรื่องอะไร หากชุดของข้อมูลไม่มีความเกี่ยวข้องแล้ว อาทิ เมื่อรูปแบบธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลในอดีตก็ไม่เกี่ยวข้องและไม่ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์วางแผน แต่ด้วยต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลในปัจจุบันถูกลงอย่างมาก ทำให้หลายองค์กรไม่ลบข้อมูลเก่าทิ้ง แม้ไม่ได้ใช้ แต่ก็ยังเก็บไว้

“อยู่ที่ว่าองค์กรนั้นมีวิธีการดึงข้อมูลเหล่านี้กลับมาใช้เมื่อต้องการใช้งานได้หรือไม่” คุณกล้า กล่าวเสริม

คุณศิวัตร กล่าวต่อว่า ทุกบริษัทโฆษณามีความต้องการข้อมูล ซึ่งการจัดเก็บข้อมูลจะมีความแตกต่างกันตามแต่ละธุรกิจ อาทิ จุดจำหน่ายของธุรกิจ touch point และวิธีการ ได้แก่ direct sale, retial และ e-commerce ในกระบวนการต่าง ๆ ที่ลูกค้ามาปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ สินค้า และบริการ บริษัทสามารถเก็บข้อมูลอะไรมาได้บ้าง

นอกจากฝ่ายการตลาดและฝ่ายขายแล้ว ฝ่ายโฆษณายังเป็นฝ่ายที่ต้องการใช้บิ๊กดาต้าอย่างมาก ข้อมูลการโฆษณาที่สื่อสารออกไป ลูกค้าเห็นมากน้อยแค่ไหน เห็นแล้วรู้สึกอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบ

ด้วยเทคโนโลยีทำให้ธุรกิจสามารถเก็บข้อมูลได้ละเอียดมากขึ้น อาทิ การติดกล้อง CCTV เพื่อจับตาคนว่ามองป้ายโฆษณาไหนนานแค่ไหน ด้วยความละเอียดของกล้องและความสามารถของซอฟต์แวร์ในการประมวลผลทำให้บริษัทรู้ได้ว่าป้ายโฆษณาไหนคนดูมากที่สุด และรู้ได้ว่าเป็นผู้หญิงและผู้ชายกี่คนที่สนใจป้ายโฆษณาแต่ละป้าย ป้ายโฆษณาไหนที่ผู้หญิงดูมาก ป้ายโฆษณาไหนที่ผู้ชายดูมาก เป็นต้น

ดังนั้น รูปแบบของข้อมูลจะไม่เหมือนเมื่อก่อน เดิมรูปแบบของข้อมูลเป็นตัวเลขและตัวอักษร แต่ปัจจุบันรูปแบบของข้อมูลเป็นภาพ และมีบริบทรายละเอียดของภาพ

ด้วยเทคโนโลยีที่สูงขึ้น ทำให้วิธีการได้มาซึ่งข้อมูลและรูปแบบของข้อมูลเปลี่ยนไป รวมถึงวิธีการประมวลผลข้อมูล เมื่อมีเทคโนโลยี machine learning และ artificial intelligence (AI) เข้ามาทำให้มิติของข้อมูลมีความลึกและละเอียดมาก มีข้อมูลเชิงลึก (insigth) บางอย่างที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้

ส่วนวิธีการนำข้อมูลไปใช้นั้นก็มีความแตกต่างกันไปตามแต่ลักษณะธุรกิจและวัตถุประสงค์ของการใช้งาน อาทิ ระดับผู้บริหารต้องการข้อมูลสำหรับการตัดสินใจในการบริหาร พนักงานระดับปฏิบัติการต้องการข้อมูลตัดสินใจในการปฏิบัติงาน เป็นต้น ส่วนฝ่ายการตลาด ระบบคอมพิวเตอร์จะปรับเปลี่ยนงบโฆษณา และปรับเปลี่ยนความสร้างสรรค์ของโฆษณาอัตโนมัติ ให้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้ อาทิ มีการส่ง notificiation หรือ email marketing เป็นต้น

จะชนะเกมธุรกิจในยุค Digital Disruption องค์กรต้องลงทุน Big data

องค์กรธุรกิจที่ต้องการใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้า ควรเริ่มจากการจัดเก็บข้อมูล มีการลงทุนในการจัดเก็บข้อมูล จากนั้นนำข้อมูลไป “ปั่น” วิเคราะห์ แยกแยะ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีรายละเอียดเชิงลึก (insight) ซึ่งทุกขั้นตอนต้องใช้เวลา ตั้งแต่เรียนรู้ จัดเก็บ และวิเคราะห์

คุณกล้า กล่าวเสริม ในประเด็นนี้ว่า หากข้อมูล คือ กลยุทธ์หลักที่จะขับเคลื่อนองค์กร ธุรกิจควรต้องลงทุน องค์กรควรมีบุคลากรในการดูแลเรื่องข้อมูลโดยเฉพาะ ดูแลเรื่องทิศทางยุทธศาสตร์การใช้บิ๊กดาต้า ส่วนเทคโนโลยีในการจัดเก็บ วิเคราะห์​แยกแยะ สามารถที่จะ outsource ได้

คุณศิวัตร ย้ำว่า ยุคปัจจุบัน ข้อมูลสำคัญมาก ผู้บริหารต้องเปิดรับฟังข้อมูล ฟังมากก็ได้จะได้ข้อมูลมาก ก่อนอื่นเลยผู้บริหารต้องมีความเข้าใจในเรื่องนี้ ซึ่งการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data-driven marketing) นั้น มีอิทธิพลสูงมากอย่างเห็นได้ชัดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจที่ใช้ข้อมูลสถิติประกอบการตัดสินใจทำการตลาดจะได้เปรียบและนำหน้ากว่ามาก อาทิ ใช้ข้อมูลในการทำ segmentation ของลูกค้า เมื่อมีข้อมูลจำกัด การทำ segmentation ก็จำกัด เมื่อมีข้อมูลมาก มิติข้องข้อมูลมาก มีซอฟต์แวร์เข้ามาช่วยประมวลผลจะทำให้สามารถทำ segmentation ได้ละเอียดมาก ซึ่งเป็น segementation ที่ไม่มีใครเห็น คู่แข่งของธุรกิจนั้นก็มองไม่เห็น คนที่เห็นความสำคัญของข้อมูลก่อน ทำก่อน ประสบความสำเร็จก่อน

คุณกล้า กล่วว่า บิ๊กดาต้าเป็นแนวคิด ข้อมูลมีคุณค่า เมื่อสกัดออกมาและใช้ประโยชน์ ข้อมูลจะเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในปัจจุบันและจะยิ่งสำคัญมากขึ้นในอนาคต

“คนรุ่นใหม่ใช้บิ๊กดาต้า ทำให้เขาไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเป็น 10-20 ปี เพื่อให้ได้มีประสบการณ์มากพอสำหรับการตัดสินใจ เงินซื้อประสบการณ์ไม่ได้ แต่เงินซื้อเทคโนโลยีและข้อมูลได้”

คุณศิวัตร ย้ำว่า ข้อมูลเป็นยิ่งกว่าจำเป็น ข้อมูลสามารถเพิ่มศักยภาพให้กับทุกธุรกิจ ทุกมิติ และเพิ่มศักยภาพให้กับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจและของประเทศ ยกตัวอย่างประเทศไทยมีความเก่งกาจเรื่องธุรกิจบริการ แต่ในอนาคตหากไม่มีการข้อมูลมาใช้ในการวางแผนกลยุทธ์และการดำเนินธุรกิจบริการ ประเทศไทยจะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศที่อาจจะมีศักยภาพในธุรกิจบริการรน้อยกว่าได้ อาทิ ธุรกิจสปา หากมีข้อมูลบิ๊กดาต้า จะได้กำหนดนโยบายการลงทุนได้ตรงจุดว่าควรจะลงทุนจังหวัดไหน จับกลุ่มลูกค้ากลุ่มไหน เพื่อที่จะนำเสนออะไรบ้าง หรือธุรกิจท่องเที่ยว บิ๊กดาต้าจะเข้ามาช่วยตั้งแต่เรื่องการวางนโยบาย การวางแผน และการลงทุน

“ข้อมูล คือสินทรัพย์ที่ทุกคน ทุกองค์กร ทุกธุรกิจ ทุกประเทศ ต้องมี ถ้าไม่มี ถึงคุณจะเก่งก็อยู่ไม่ได้ ในขณะเดียวกัน ถ้าทุกคนเก่งเรื่องข้อมูล ในอนาคตจะไม่ต้องสู้กันเองเพราะทุกคนจะมีลูกค้าของตนเองที่ชัดเจนและแตกต่างกัน” คุณศิวัตร

Asina Pornwasin (@lekasina)
อดีต Online Content Editor, Social Media Editor, IT Editor ที่ The Nation อยู่ในวงการไอทีมา 24 ปี เขียนหนังสือ pocket book มาแล้ว 3 เล่ม คือ “วิถีสตาร์ทอัพ” “หนุ่ยโชว์ชีวิตไร้ขีดจำกัด” และ “Being e-Citizen by e-Government โฉมหน้าบริการอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐ...เพื่อคนไทย”
Advertisement

Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ