Acer มองเทรนด์โน๊ตบุ๊ค เบา-บาง-แรง จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมออกแคมเปญลดใช้ถุง

Technology IT Acer มองเทรนด์โน๊ตบุ๊ค เบา-บาง-แรง จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมออกแคมเปญลดใช้ถุง

“เอเซอร์” ออกสินค้าใหม่ น้ำหนักเบา-เครื่องบาง-ประสิทธิภาพดี จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ทำงานได้ทุกที่ พกพาได้สะดวก พร้อมออกแคมเปญลดใช้ถุงพลาสติกกับร้านขายคอมฯชื่อดัง

นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด ระบุว่า อุตสาหกรรมไอทีในช่วงปีที่ผ่านมา ถือว่าอาจจะยังไม่ได้เติบโตมากนักและอยู่ในระดับที่คงที่ ซึ่งตั้งแต่ช่วงปี 2558 มาจนถึงปีปัจจุบันพบว่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.4 ล้านเครื่องต่อปี ขึ้นคาดว่าปีนี้จะอยู่ที่ 2.35 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นเป็นโน๊ตบุ๊ค อยู่ที่ 1.2 ล้านเครื่อง ถึงแม้ว่าเครื่องจะไม่ได้เพิ่มปริมาณมากขึ้น แต่มูลค่าตลาดสูงขึ้น เนื่องมาจากกลุ่มโน๊ตบุ๊คแบบเบาและบางกับกลุ่มเกมมิ่งที่ทำให้มูลค่าของคอมพิวเตอร์สูงมากยิ่งขึ้น ซึ่งสำหรับตลาดในช่วงไตรมาสที่ 1-3 ปี 2562 เอเซอร์ยังครองส่วนแบ่งการตลาด คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล(PC)อยู่ที่ร้อยละ 21 ขณะที่กลุ่มตลาดโน๊ตบุ๊ค ใน 3 ไตรมาสรวมกันอยู่ที่ร้อยละ 28

ซึ่งไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันมีความต้องการใช้งานผลิตภัณฑ์ที่พรีเมียมมากขึ้น ทั้งเรื่องของดีไซน์ นวัตกรรม สมรรถนะของเครื่องตามการใช้งาน ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน สิ่งเหล่านี้คือ ปัจจัยในการกำหนดทิศทางของนวัตกรรมคอมพิวเตอร์อยู่เสมอ เอเซอร์จึงพยามตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกไลฟ์สไตล์ด้วยกลุ่ม Thin & Light ซึ่งตามมาตรฐานทั่วไปคอมฯพกพาที่บางกว่า 2 ซม. ก็นับว่าเป็นกลุ่ม Thin & Light แต่ของเอเซอร์ ก็นับรุ่น Swift เป็น Thin & Light ทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 20 ของกลุ่มคอมฯพกพาทั้งหมด ผลิตภัณฑ์ จึงมีการเปิดตัว Acer Swift 3, Swift 5, Acer Aspire 3 และออลอินวัน Acer AIO C22 ซึ่งใช้ระบบประมวลผล 10th Gen Intel® CoreTM

สำหรับ Acer Swift 7 เจาะกลุ่มคนที่ใช้คอมพิวเตอร์พกพาที่มีขนาดเล็กและเบา โดยเอเซอร์ระบุว่าตัวเครื่องหนัก 890 กรัม ตัวเครื่องมีความบางเพียง 9.95 มม. ซึ่งสำหรับโน้ตบุ๊คในกลุ่ม Thin & Light ที่เอเซอร์มองเห็นเทรนด์ความต้องการใช้งานของผู้บริโภคที่ต้องการเครื่องที่มีสมรรถนะ ประสิทธิภาพที่ดี น้ำหนักเบา พกพาง่าย ในยุคดิจิทัลที่การประชุม-ทำงานนอกสถานที่เป็นเรื่องปกติ โน้ตบุ๊คที่ใช้งานได้ครบครันทั้งในการทำงานและความบันเทิงไม่ได้มีน้ำหนักมากเสมอไป

ขณะที่เมื่อมีการแบ่งกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนก็จะทำให้ค่ายคอมฯ ใส่ลูกเล่นได้มากยิ่งขึ้นในกลุ่มนั้น ๆ แม้ว่าคอมฯจะราคาถูกลง แต่ปัจจัยดังกล่าวจะไม่ใช่ปัจจัยหลักอย่างเดียวอีกต่อไป ซึ่งสัดส่วนลูกค้าปัจจุบันยังคงเป็น Gen Y อยู่ แต่ต้องการเจาะไปที่ Gen Z ให้มากกว่านี้ ทั้งนี้ภาพรวมตลาดผู้คนจะเปลี่ยนเครื่องคอมฯใหม่จะใช้เวลานานขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากอุปกรณ์ที่สามารถอัปเกรดได้ และเทคโนโลยีใหม่ที่ทิ้งช่วงห่างมากขึ้นกว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สังเกตุุได้จาก CPU ที่ผ่านมาอัตราการออกสินค้าใหม่ถี่มาก แต่ปัจจุบันก็มีการทิ้งช่วงห่างออกมาระยะหนึ่ง

สิ่งแวดล้อมไม่ดี ขายของไอทีไปก็ไม่ยั่งยืน

นอกจากนี้ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งหนึ่งที่เอเซอร์พยามให้ความสำคัญ นายนิธิพัทธ์ ระบุว่า ปัญหาขยะพลาสติก นับเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบในทุกพื้นที่ และเป็นที่ทราบกันว่าการย่อยสลายขยะพลาสติกนั้นต้องใช้เวลากว่า 450 ปีในการย่อยสลาย ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษระบุว่า ปริมาณการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในประเทศมีจำนวน 45,000 ล้านใบต่อปี โดยมีที่มาของถุงเหล่านี้ 3 แห่งด้วยกันคือ ร้อยละ 40 มาจากตลาดสดเทศบาลและเอกชน รวมถึงแผงลอย, ร้อยละ 30 มาจากร้านขายของชำ และร้อยละ 30 มาจากห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อที่คิดเป็นจำนวน 13,500 ล้านใบต่อปี โดยมีธุรกิจร้านค้าไอทีเป็นหนึ่งในหมวดของห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อที่มีตัวเลขการใช้ถุงพลาสติกอยู่ที่ 12 ล้านใบต่อปี

จากข้อมูลนี้ เอเซอร์ จึงร่วมกับตัวแทนค้าปลีกไอทีทั่วประเทศ เพื่อจับมือในการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก ภายใต้แคมเปญ Together We Change เดินหน้าผลักดันการลด-ละ-เลิกใช้ถุงพลาสติกเพื่อร่วมรักษาสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาขยะพลาสติก โดยการเน้นทำความเข้าใจผ่านตัวแทนค้าปลีกไอทีทั่วประเทศ ให้ช่วยในการส่งเสริม และเชิญชวนให้ลูกค้าร่วมลดใช้ถุงอย่างจริงจัง เช่น การแนะนำหลังการซื้อสินค้าชิ้นเล็ก ๆ ให้ลูกค้าใส่ถุงหรือกระเป๋าที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว หรือโน้ตบุ๊คที่ปกติการของการซื้อเอเซอร์จะมีกระเป๋าเป้และอุปกรณ์ต่าง ๆ จัดไว้ให้ ร้านค้าสามารถแนะนำลูกค้าลดปริมาณการใช้ถุงได้โดยการนำโน้ตบุ๊ค พร้อมอุปกรณ์ของแถมต่าง ๆ ใส่กระเป๋าเป้ให้ลูกค้าถือกลับบ้านได้เลย จากการร่วมมือกันอย่างจริงจังในการรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกนี้เราตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกที่จะก่อให้เกิดขยะพลาสติกได้ถึง 3.6 ล้านใบต่อปี หรือคิดเป็น 30% ของการใช้งานถุงพลาสติกในธุรกิจร้านค้าไอที และจะเดินหน้ารณรงค์แคมเปญนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความต่อเนื่องในการลดปริมาณถุงพลาสติกเพื่อร่วมรักษาสภาพแวดล้อมไปด้วยกัน

ด้าน นายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผลิตภัณฑ์ การขายและการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด กล่าวว่า ในฐานะผู้ค้าปลีกสินค้าไอทีและศูนย์รวมจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีครบวงจร ปัจจุบันมีร้านค้า 353 สาขาทั่วประเทศไทย มีความตระหนักในเรื่องของการการลดปริมาณขยะโดยเฉพาะ “ถุงพลาสติก” โดยครั้งนี้แอดไวซ์จึงร่วมเป็นหนึ่งในพลังองค์กรธุรกิจไอทีแถวของประเทศไทยกับการผนึกกำลังกับค่ายเอเซอร์ ผู้ผลิตนวัตกรรมและสินค้าไอที ในการจัดทำโครงการ Together We Change “ อยากบอกว่า ‘รักษ์’ ” ด้วยการณรงค์ลดถุงพลาสติก นับเป็นความร่วมมือจากภาคการผลิตและผู้จัดจำหน่ายในการร่วมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติก ซึ่งเป็นขยะที่ใช้เวลาในการย่อยสลายนานและก่อให้เกิดมลภาวะที่เป็นพิษแก่โลกของเราด้วย ทั้งนี้แอดไวซ์ คาดว่าการดำเนินโครงการฯ ในช่วงแรกจะสามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกได้ประมาณ 30% ต่อเดือน และในไตรมาส 3 ปี 2563 จะสามารถลดการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 100% ดังนั้นจึงขอเชิญลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากช้อปแอดไวซ์ทั่วประเทศร่วมเป็นหนึ่งในพลังลดปริมาณถุงพลาสติกร่วมกัน

ขณะที่ นายโสภณ อิงค์ธเนศ ประธาน บมจ. IT CITY ระบุว่า ไอที ซิตี้ มีความยินดีที่จะได้ร่วมส่งเสริมโครงการ Together We Change ร่วมกับ Acer ประเทศไทย และตัวแทนผู้ค้าปลีกไอทีท่านอื่น ๆ การรวมตัวของเราวันนี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าวงการไอทีตระหนักถึงปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และพร้อมเป็นหนึ่งเดียวกันในการร่วมลดการใช้ถุงพลาสติก การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากการเปลี่ยนแปลงในวันนี้จะเป็นผลดีต่อโลกที่เราอาศัยอยู่และคนรุ่นหลังของเรา เราต้องทำทันที และทำอย่างจริงจังต่อเนื่อง

นพฤทธิ์ กมลสุวรรณhttps://businesstoday.co/author/noparit/
ผู้ประกาศข่าว / ผู้สื่อข่าว Money2Know , Business Today Thai
Advertisement

เมื่อชาวบ้านเจอปัญหา “ช้างป่า” และใช้เทคโนโลยีเตือนกันและกัน

ปัญหาช้างป่ากับชุมชนเป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องอาศัยการแก้ไขโดยไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดย สภาองค์กรชุมชนตำบลพวา , สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(Depa) และ บริษัท เอนนี่แวร์ ทูโก จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนา แอปพลิเคชัน i lert U และ Claim Di) ในการพัฒนาแอปพลิเคชันแจ้งเตือนชาวบ้านจากช้างป่า ชื่อ "ช้างป่า i lert U" โดยแอปฯดังกล่าว...

บล.ทรินีตี้ แนะปรับพอร์ต รับมือความเสี่ยงปี 63 คาดหาผลตอลแทนยาก

บล.ทรินีตี้ ประเมินปี 63 เป็นปีที่หาผลตอบแทนได้ยากจากภาวะเศรษฐกิจขยายตัวต่ำ ประเมินจีดีพีขยายตัว 2.7-2.8% และความเสี่ยงต่างประเทศหลายปัจจัยรุมเร้า แนะปรับพอร์ตลงทุน ในหุ้น 30%, ตราสารหนี้ 30%, ทองคำ 10%, กองทุนอสังหาฯ 10%, เงินสด 20% คาดดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวช่วง 1,480-1,700 จุด ดร.วิศิษฐ์...

กบข. สร้างผลตอบแทนลงทุนให้สมาชิก 5.73% ในปี 2562

สิ้นปี 2562 กบข. สร้างผลตอบแทนการลงทุนสำหรับสมาชิกได้ 5.73% ถือเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์เน้นกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่มสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงและความผันผวนต่ำ

กสิกรฯ ปี 62 กำไร 38,727 ล้านบาท โต 0.70%

ธนาคารกสิกรฯ เปิดเผยผลประกอบการปี 62 มีกำไรสุทธิ 38,727 ล้านบาท เติบโตขึ้น 0.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้ดอกเบี้ยเติบโตขึ้น 4.21% ส่วนรายได้ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตขึ้น 1.51% ณ วันที่ 31 ธ.ค.62 กสิกรมีสินทรัพย์ 3,293,889 ล้านบาท เติบโตขึ้น 4.40%

หวั่นไวรัสโคโรนากระทบเศรษฐกิจจีน

หวั่นไวรัสโคโรนา กระทบถึงเศรษฐกิจจีน เกรงภาคท่องเที่ยว-ค้าปลีก เจอหางเลข หากสถานการณ์ลุกลามกลายเป็นการระบาด เมื่อปลายปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเมืองอู๋ฮั่นรายงานว่าพบการติดเชื้อลึกลับในระบบทางเดินหายใจ จากนั้นช่วงต้นปีนี้สื่อทางการรายงานยืนยันว่า เชื้อลึกลับนี้เป็นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ข่าวดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ฮ่องกงเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง รวมถึงการตรวจอุณหภูมิสำหรับผู้เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ด้านสหรัฐจะเริ่มคัดกรองเที่ยวบินจากอู๋ฮั่นที่เข้าไปยังสนามบินซานฟรานซิสโกและสนามบินเจเอฟเคในนิวยอร์ก ซึ่งรับเที่ยวบินตรงทั้งคู่ รวมถึงสนามบินลอสแองเจลีส อันเป็นจุดใหญ่ที่มีการเปลี่ยนเที่ยวบิน ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้มีการคัดกรองอย่างเข้มงวด ในช่วงที่คาดว่าคนจีนจำนวนมากจะเดินทางไปต่างประเทศช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะมายังประเทศต่างๆ ในเอเชีย เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงว่าไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าไวรัสโคโรนาจะติดต่อจากคนสู่คน ขณะที่ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของยุโรประบุว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีความคล้ายคลึงกับโคโรนาไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส แต่ต้องมีการวิเคราะห์ลักษณะทางพันธุกรรมเพิ่มเติม ทั้งนี้ เมื่อปี 2546 โรคซาร์สได้เริ่มระบาดในจีนและลุกลามไปทั่วโลก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 774 ราย...

ตรุษจีน ของแพง “อ.ยิ่งศักดิ์” ยังบ่น!! แล้วหุ้นไหนได้ประโยชน์

“ตรุษจีน” คือเทศกาลมหามงคล เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ตามธรรมเนียมจีน  คือการเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในปีใหม่  รวมถึงขอพรจากเทพเจ้าและบรรพบุรุษให้ชีวิตเจอแต่สิ่งดีๆ ผ่านของเซ่นไหว้  ที่เป็นธรรมเนียมในการจัดเตรียมของที่ดีที่สุด แต่ในปีนี้กระแส ตรุษจีน ของแพง กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขว้าง  หลังจาก “อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์” พิธีกรรายการด้านอาหารชื่อดัง  อัดคลิประบายความในใจหลังจากไปซื้อของเซ่นไหว้  ถึงราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่ที่มีราคาแพง  ในทวิตเตอร์ โดยขึ้นแคปชั่นว่า #เจ็บปนเสียว ขอบ่นหน่อยเหอะ แม่งแพงโครต นี่ขนาดชั้นรวยนะยะ คนจนจนไม่ตายห่ากันเหรอ!!! https://twitter.com/yingsakjj/status/1218742166614204416 โดยในคลิป อ.ยิ่งศักดิ์...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -

หลักสูตรเดียวในประเทศไทย

Business​ Today​ Academy
หลักสูตรการสร้างระบบคิด “เชิงนวัตกรรม”
หลักสูตรเดียวที่จะเปลี่ยน “ไอเดีย” เป็น “นวัตกรรมทำเงิน”
กรอกรายละเอียดเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม