ไทยรั้งอันดับ 35 ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โลก

Technology IT ไทยรั้งอันดับ 35 ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โลก

กมธ.ดีอีเอส จัดสัมมนาให้ความรู้การรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ (Cyber Security and Data Privacy 2020) รวมถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน เตรียมความพร้อมรับมือ พ.ร.บ.การรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์ พ.ศ.2562 และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 โดยการโจมตีทางไซเบอร์และการจารกรรมข้อมูลถูกจัดอันดับให้อยู่ 1 ใน 5 อันดับแรกของความเสี่ยงทั่วโลก และไทยมีความพร้อมอยู่ในอันดับที่ 35 ซึ่งลดลงจาก 2 ปีก่อนหน้า ที่อยู่ในอันดับที่ 20

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) สภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานจัดงาน กล่าวว่า กมธ.ดีอีเอสเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่โดยตรงในการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงการพิจารณา การติดตามตรวจสอบ

รวมถึงส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาในเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการสื่อสาร สารสนเทศ การโทรคมนาคม และกิจการที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนำดิจิทัลมาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนเพื่อที่จะมีข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานในเรื่องดังกล่าวของประเทศ ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา

หนึ่งในภารกิจของ กมธ.ดีอีเอส คือการให้ความรู้และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการนำดิจิทัลมาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรักษาความปลอดภัยมั่นคงไซเบอร์รวมถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ซึ่งจากรายงาน Global Risks Report 2019 ของ World Economic Forum นั้น การโจมตีทางไซเบอร์และการจารกรรมข้อมูลถูกจัดอันดับให้อยู่ 1 ใน 5 อันดับแรกของความเสี่ยงทั่วโลก ซึ่งถือเป็นความท้าทายต่อเศรษฐกิจ ธุรกิจ ความมั่นคงของประเทศชาติ เสถียรภาพระหว่างประเทศ ความเป็นส่วนตัว และโอกาสการจ้างงาน

นอกจากนี้ ในการจัดอันดับ Global Cyber Security Index 2018 (GCI) หรือดัชนีความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โลก โดย ITU ยังพบว่า ประเทศไทยมีความพร้อมอยู่ในอันดับที่ 35 ซึ่งลดลงจาก 2 ปีก่อนหน้า ที่อยู่ในอันดับที่ 20 โดยที่ในหลายๆ ประเทศได้มียุทธศาสตร์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ มีแผนในระดับชาติ มีการจัดตั้งทีมรับมือและกฎหมายเฉพาะเพื่อต่อต้านภัยคุกคามทางไซเบอร์

ขณะที่ประเทศไทยก็ได้มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สิ่งนี้อาจจะทำให้ประเทศไทยมีอันดับที่ดีขึ้น แต่การที่จะทำให้ประเทศมีความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และประชาชนทุกคนมีความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลได้นั้น ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เร่งทำความเข้าใจและจัดหากระบวนการที่สอดคล้องกับข้อกำหนดใน พ.ร.บ. ทั้ง 2 ฉบับอย่างเร่งด่วน

การพัฒนาเทคโนโลยี ระบบสื่อสารโทรคมนาคม และระบบดิจิทัลของประเทศชาติ จะต้องควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งในขณะนี้คณะกรรมาธิการ ดีอีเอส ได้ให้ความสำคัญเร่งด่วนในการทำงานเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยได้มีการทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันพัฒนามาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เหมาะสมต่อประเทศชาติ

ถึงแม้จะมีการคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้น เราก็ไม่ควรตื่นตระหนก หากเราสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ นั่นหมายถึงควรต้องมีวิธีที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่องในการควบคุมดูแลภัยคุกคามที่แท้จริง และควรจะต้องมีเครื่องมือและขั้นตอนในการลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ มีการสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในหน้าที่รับผิดชอบของภาคเอกชน ภาครัฐ และสร้างความตระหนักรู้ของประชาชน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

“การจัดกิจกรรมสัมมนา Cyber Security and Data Privacy 2020 ธุรกรรมปลอดภัย ประชาชนมั่นใจข้อมูลไม่รั่ว สร้างความตระหนักเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จึงเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะช่วยส่งเสริมกระบวนการนำดิจิทัลมาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะสามารถสร้างการรับรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล ให้กับผู้เข้าร่วมสัมมนา อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป” ประธาน กมธ.ดีอีเอส กล่าว

Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ