ซื้อหุ้น IPO อย่าไว้ใจความรู้สึก อย่าวางใจกรีนชู

Columnist ซื้อหุ้น IPO อย่าไว้ใจความรู้สึก อย่าวางใจกรีนชู

ผมตั้งข้อสังเกตไว้ว่า หลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ... ว่าด้วยการควบคุมการจัดสรรหุ้นไอพีโอสำหรับผู้มีอุปการคุณและพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อยนั้น มีผลทำให้ราคาหุ้น IPO (Initial Public Offering) หรือบริษัทที่เสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก ที่เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ วันแรกเกิดอาการเหนื่อยอ่อนแทบทุกบริษัท


โดยหลักเกณฑ์กำหนดว่า บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์สามารถจัดสรรหุ้นไอพีโอให้กับผู้มีอุปการคุณได้ไม่เกิน 15% ของหุ้นIPO ทั้งหมด และจัดสรรให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย เมื่อรวมกับหุ้นที่จัดสรรให้ผู้มีอุปการคุณแล้ว ต้องไม่เกิน 25% ของหุ้นไอพีโอทั้งหมด

แต่นั่นไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียวครับ เพราะปัจจัยสำคัญจริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับการตั้งราคาและปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่เสนอขายหุ้น IPO นั่นเอง โดยเราจะเห็นว่า ราคาหุ้นไอพีโอของอีกหลายบริษัทเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในราคาที่สูงกว่าที่เสนอขายไอพีโอ

โดยหลักการแล้ว หุ้นไอพีโอถือเป็นทางเลือกหนึ่งในการลงทุนท่ามกลางทางเลือกอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น ในมุมของผู้ลงทุน การตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อหุ้นไอพีโอ สามารถใช้หลักของการเปรียบเทียบกับการซื้อหุ้นที่มีความเสี่ยงในระดับที่ใกล้เคียงกัน แล้วจึงมาดูว่าความเสี่ยงระดับนั้น หุ้นใดมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า

สมัยที่หุ้นไอพีโอบูมๆ นั้น นักลงทุนมักใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจซื้อมากกว่าการสนใจในข้อมูลหรือในปัจจัยพื้นฐาน

อย่างแรก เรารู้สึกเองว่าการตั้งราคาหุ้นไอพีโอนั้น เขาจะต้องเสนอราคาที่ต่ำกว่าปกติ เพราะบรรดาที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดจำหน่ายหุ้นเขาอยากให้ราคาหุ้นที่เข้าซื้อขายวันแรกปรับตัวสูงขึ้น คนจองซื้อสามารถขายได้กำไร เพื่อจูงใจให้นักลงทุนกลุ่มนั้นเป็นลูกค้ายาวๆ เมื่อมีหุ้นไอพีโอตัวใหม่ออกมาเสนอขาย

นอกจากนั้น เรารู้สึกเองว่า จะต้องมีมือมืดคอยดันราคาหุ้นในวันแรกที่เข้าตลาด เพื่อให้ราคาหุ้นสูงกว่าราคาจอง เพื่อไม่ให้เสียหน้าบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ รวมถึงบรรดาที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดจำหน่ายด้วย

แต่ในความเป็นจริงของหุ้นไอพีโอที่เกิดขึ้นในช่วงปี 61-62 เราก็เห็นแล้วว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น จึงเกิดปรากฏการณ์สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้จองซื้อด้วยกรีนชู ออปชั่นซึ่งหมายถึงการที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายไปขอยืมหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมออกมาขายพร้อมๆ กับหุ้นไอพีโอ (ในราคา IPO) แล้วมีเงื่อนไขว่าจะหาหุ้นนั้นมาคืน (หรืออาจจะตกลงกันว่าไม่คืนก็ได้) หลังจากนำหุ้นนั้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว

กลไกแบบนี้เราเรียกว่ากลไกการรักษาระดับราคาหุ้นเมื่อเข้าตลาดเดือนแรก (30วัน) ไม่ให้ต่ำกว่าราคาจองซื้อ เพราะเมื่อราคาต่ำกว่าราคาจอง ผู้ที่ยืมหุ้นมาก็จะเข้าไปซื้อในตลาดเพื่อนำหุ้นนั้นมาคืน ผู้ซื้อก็จะได้กำไรจากหุ้นที่ซื้อคืนนั้นด้วยอีกต่อหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่นหุ้น BAM ราคาจองซื้อ 17.50 บาท พอเข้าตลาด ราคาร่วงลงไปถึง 17.20 บาท ผู้ทำหน้าที่รักษาระดับราคาก็เข้าไปซื้อ เท่ากับว่า ตอนขายไอพีโอขายไปที่ราคา 17.50 บาท (ได้เงินมาแล้ว) แต่ตอนที่ซื้อคืนเจ้าของหุ้น ซื้อได้ราคาถูกลงคือ 17.20 บาท ได้กำไรหุ้นละ 0.30 บาท ถ้าซื้อ 100 ล้านหุ้น ก็ได้กำไร 30 ล้านบาท

ซึ่งหุ้น BAM มีกรีนชูอยู่ 230 ล้านหุ้น ถ้าได้กำไรหุ้นละ 0.30 บาท คิดเป็นกำไรรวม 69 ล้านบาท  ถ้ายิ่งซื้อได้ราคาต่ำกว่านี้ ก็ยิ่งมีกำไรมากกว่านี้อีก เพราะฉะนั้น กรีนชู ออปชั่น ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าราคาหุ้นในตลาดจะไม่ต่ำกว่าราคาจอง เพียงแต่ยืนยันได้ว่า ถ้าราคาในช่วง 30 วันแรกหลังจากเข้าตลาดต่ำกว่าราคาจอง จะมีแรงซื้อในส่วนนี้เข้ามารับซื้อ

จะเห็นได้ว่า การลงทุนหุ้น IPO ในยุคปัจจุบัน จะใช้แค่ความรู้สึกอย่างเดียว หรือดูที่กรีนชู ออปชั่น ก็ยังไม่สามารถวางใจได้ครับ ต้องดูปัจจัยพื้นฐานของบริษัทอย่างจริงๆ จังๆ ว่าบริษัทที่ออกหุ้นมาเสนอขายเรานั้นดีจริง เจ๋งจริง หรือเปล่า

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : สหรัฐโจมตีอิรัก !! จับตาราคา ทองคำ น้ำมัน ปี63 พุ่งไกลแค่ไหน

Advertisement

พุทธิพงษ์ ชี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี “CAT-TOT” ประมูล 5G ได้

รัฐมนตรี ดีอีเอส เชื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของหน่วยงานรัฐ หลังการประมูล 5G จบลง โดย CAT ประมูลคลื่น 700 MHz จำนวน 2 ชุดคลื่น ใช้เงินประมูลทั้งหมด 34,306,000,000 บาท และ TOT ประมูลคลื่น...

สรุป ประมูล 5G ได้คลื่นครบทุกค่าย กสทช. รับเงินเข้ารัฐ 1 แสนล้าน

การประมูล 5G ที่จัดโดย กสทช. ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จบลงแล้วโดยแต่ละโอเปอเรเตอร์ต่างแบ่งคลื่นกันไป โดย AIS เป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่ได้ทั้ง 3 คลื่นความถี่ ทรูได้ 2 ความถี่ ส่วน dtac TOT และ CAT ได้ไปบริษัทละ...

“สินเชื่อเงินทอน” ชนวนโศกนาฏกรรมโคราช

กรณีโศกนาฏกรรมที่”จ่าทหารคลั่ง”ใช้อาวุธสงครามกราดยิงประชาชนในห้างเทอมินอล 21 กลางเมืองโคราช. ส่งผลให้คู่กรณีเสียชีวิต 2 รายและประชาชนผู้บริสุทธ์ต้องสังเวยชีวิตอีก 27 รายได้รับบาดเจ็บอีก 58 รายกลายจนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น”บทเรียน”ที่กองทัพจะต้องสรุปโดยด่วนเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะต้นเหตุมาจากการใช้อำนาจของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ทำมาหากินกับ”โครงการสวัสดิการเงินกู้”สำหรับซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านพักอาศัยให้ทหารชั้นผู้น้อย อันเป็นที่มาของ”สินเชื่อเงินทอน “ปมสังหารหมู่ครั้งนี้ อย่างที่ทราบผู้ที่เข้ามาหากินกับโครงการนี้ก็คือนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งบางรายใช้ภรรยาหรือญาติเป็น”นอมินี”หรือ”ตัวแทน”ทำหน้าที่นายหน้าคอยประสานระหว่างเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรกับนายทหารชั้นผู้น้อยที่เป็นผู้ซื้อบ้าน นอกจากนี้อาจจะมีทหารชั้นผู้น้อยบางคนมาช่วยเดินนายหน้าให้นายอีกด้วย สำหรับ ทหารชั้นผู้น้อยที่จะซื้อบ้านจะทำเอกสารสัญญากู้ภายใต้”โครงการสวัสดิการเงินกู้”ของกองทัพ และมี “นาย” ซึ่งเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ช่วยอำนวยความสะดวกในการกู้เงิน ส่วนใหญ่วงเงินที่กู้ได้มักจะสูงราคาบ้าน จึงมี”เงินส่วนต่าง”ที่เรียกว่า”สินเชื่อเงินทอน”ที่ทหารชั้นผู้น้อยสามารถเก็บไว้ใช้จ่ายอื่นๆ แต่ท้ายที่สุดกรรมก็ไปตกอยู่กับทหารชั้นผู้น้อยเหล่านี้ เวลาเงินเดือนออกจะถูกหักชำระเงินกู้ ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลังเงินเดือนไม่พอใช้ บางทีโชคร้ายถูกนายหน้าโกง...

 ภาพยนตร์ไม่ได้มีราชวงศ์ แต่หนังนั้นมีหัวนอนปลายเท้า

ต่อให้ไม่สนใจไยดีวงการหนัง ใครหลายคนก็รู้ดีว่า มีศัพท์ใหม่ๆ ที่ทั้งปรุงและแต่งเอาเอง เกิดขึ้นมากมายหลายคำ นิตยสาร Rolling Stone เขียนเหมือนกับหนังสือ Good Life ของฝรั่งเศสว่า หลังจากผ่านพ้นทศวรรษที่90 เป็นต้นมา มีการเรียกศัพท์แนวทางหนังต่างๆ มากกว่า 200 คำ บางคำสุขภาพไม่ดี ไม่ค่อยออกกำลังกาย ก็ตายไปเร็ว เช่น chic movie บางคำกินนอน...

เลขาฯ กสทช. คาด เงินประมูล 5G พุ่งแตะแสนล้าน

หลังจบการประมูลคลื่น 700 MHz ในรอบแรกที่ราคาต่อชุด 17,153 ล้านบาท รวม 3 ชุด เป็นเงิน 51,459 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งยอดเงินห่างจากยอดเงินประมูลที่ กสทช. ประเมินไว้ 7 หมื่นล้านบาทนั้น แค่ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ยังเหลือคลื่นให้ประมูลอีก...

รื้อต๋ง..เจ๋งนะ แต่ทุบดอกเบี้ยกู้ด้วย..ยิ่งเจ๋ง

วิรไท  สันติประภพ แผลงฤทธิ์นับถอยหลังสั่งลาเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ด้วยการเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ค่าต๋งในระบบสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้แก่ลูกหนี้-ลูกค้าทั่วประเทศ น่าสงสัยว่าวิรไท ทำไมเพิ่งจะมาขยันขันแข็งรื้อจัดระเบียบค่าต๋งในระบบสถาบันการเงินเอาในห้วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง ทั้งที่ควรจะต้องทำมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2558 ปฏิกิริยาท่าทีขึงขังของวิรไท ในฐานะผู้ว่าแบงก์ชาติปีสุดท้าย ดูๆไปก็มีความคล้ายคลึงกับพล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ปีสุดท้ายอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นว่าด้วยการจัดระเบียบผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยังไงซะการลงมือทำ ถึงแม้จะช้า ก็ดีซะกว่าไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้-ลูกค้าสถาบันการเงิน ไม่ให้ถูกสถาบันการเงินขูดรีดเอาเปรียบเอาซะเลย จังหวะแรกที่แบงก์ชาติเข้าเกียร์เดินหน้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้และลูกค้าสถาบันการเงินไปแล้ว ตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2563 คือการสั่งสถาบันการเงินให้ปรับปรุงการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้และลูกค้า เบี้ยปรับกรณีชำระเงินงวดล่าช้า หรือผิดนัดชำระ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ