บล.ทิสโก้ เปิดโผ 6 หุ้นเด่น น่าลงทุนประจำเดือน พ.ย. นี้

Stock Market บล.ทิสโก้ เปิดโผ 6 หุ้นเด่น น่าลงทุนประจำเดือน พ.ย. นี้

บล.ทิสโก้ ประเมินปลายปีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือโลกทยอยปรับเรตติ้งไทยขึ้น แนะ 6 หุ้นเด่นเดือน พ.ย.ประกอบด้วย CPALL, SCB, AOT, BDMS, BJC และ BEM

บล.ทิสโก้ เปิดเผยภาวะตลาดหุ้นไทยเมื่อวันที่ 3 พ.ย.62 ดัชนีหุ้นไทยแกว่งอิงแดนลบในกรอบ 1,589-1,603 อ่อนแอกว่าหุ้นภูมิภาค โดยค่อย ๆ ถอยหลังลงต่อเนื่อง ในภาคบ่ายมีแรงขายหุ้นกลุ่ม ICT โดยเฉพาะ JAS ร่วงปิดฟลอร์ กดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม ต่างชาติขายสุทธิอีก 1 พันล้านบาท (สัปดาห์ที่แล้วขายสุทธิ 4 วันใน 5 วันทำการ) และพลิก Short S50 Futures 6,461 สัญญา

ขณะที่ สถาการณ์ตลาดหุ้นโลกเมื่อที่ 1 พ.ย.62  บวกเพิ่มกว่า 1% ดัชนี DJ บวกกว่า 300 จุด ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ในเดือน ต.ค.62 แข็งแกร่งกว่าคาด เพิ่มขึ้น 128,000 ตำแหน่ง (ตลาดคาดที่ประมาณ 90,000 ตำแหน่ง)

นอกจากนี้ บล.ทิสโก้ ยังเปิดเผยว่า มีการปรับตัวเลขการจ้างงานเดือน ก.ย.62 และ ส.ค.62 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วย สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ด้านราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นเกือบ 4% จากความคืบหน้าการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน โดยจีนระบุทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในหลักการร่วมกันแล้ว มอง SET มีโอกาสรีบาวด์ คาดจะได้บรรยากาศหุ้นต่างประเทศ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นหนุน ประกอบกับ R&I ปรับเครดิตประเทศไทยขึ้นจาก “BBB+” เป็น “A-” และแนวโน้มมี “เสถียรภาพ

ทั้งนี้ เชื่อว่าจะมีสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายอื่น ๆ ปรับเครดิตประเทศไทยขึ้นอีกในช่วงปลายปีนี้ เป็นผลดีต่อกระแสเงินลงทุนต่างชาติในอนาคต ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เห็นชอบ 13 มาตรการสนับสนุน SME ขณะที่การพิจารณารถไฟฟ้าสายสีเขียวจะเสนอครม.ชุดใหญ่ในการประชุมวันอังคารนี้ แนวรับ 1,590+/-, แนวต้าน 1,600-05 อนึ่ง GPSC ติด Cash Balance 4 พ.ย. – 13 ธ.ค.62

นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง แนะเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง และใช้ Stop เมื่อ SET ปิดต่ำกว่า 1,590 / สำหรับการลงทุนเป็นรอบ (3-6 เดือนข้างหน้า) ยังแนะนำหาจังหวะทยอยสะสม เล็งเป้า SET ขึ้นทดสอบ 1,620, 1,650 ตามลำดับ

สำหรับหุ้นเด่นในเดือน พ.ย. ที่ บล.ทิสโก้มีดังนี้

1.CPALL มองราคาหุ้นที่อ่อนตัวในช่วงนี้เป็นจังหวะดีในการเข้าลงทุน, คาดแนวโน้มกำไรปีนี้และปีหน้าจะเติบโต 8% และ 18% ตามลำดับ จากแผนการขยายสาขาต่อเนื่องทั้งในไทยและในต่างประเทศ และอัตราส่วนกำไรที่จะเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้าประเภทอาหาร

2.SCB คาดว่าจะเป็นหุ้นที่ได้ประโยชน์จากเครดิตประเทศปรับขึ้น

3.AOT เนื่องจากเป็นหุ้นขนาดใหญ่มีสภาพคล่องซื้อขายสูงที่คาดจะเป็นเป้าลงทุนของเงิน LTF & RMF ไหลเข้า

4.BDMS เนื่องจากเป็นหุ้นขนาดใหญ่มีสภาพคล่องซื้อขายสูงที่คาดจะเป็นเป้าลงทุนของเงิน LTF & RMF ไหลเข้า

5.BJC เป็นหุ้นใหญ่ที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการ “ชิมช้อปใช้

6.BEM เป็นหุ้นที่พิสูจน์แล้วว่าแข็งแกร่งในช่วงที่โลกวุ่นวายเกี่ยวกับภาวะสงครามการค้า

อ่านข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง “สงครามการค้า” ระลอกใหม่กดหุ้น กอดคอร่วงทั้งเอเชีย

Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ