เกษตรฯ เตรียมแผนรองรับผลกระทบจากภัยแล้ง และโควิด-19

Public Policy Agriculture เกษตรฯ เตรียมแผนรองรับผลกระทบจากภัยแล้ง และโควิด-19

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรง และผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 กระทบกับภาวะเศรษฐกิจการเกษตรช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 (มกราคม – มีนาคม 2563) ซึ่งการเติบโตหดตัวร้อยละ 4.8 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ของปี 2562 โดยสาขาพืช สาขาประมง สาขาบริการทางการเกษตร หดตัวลง ขณะที่สาขาปศุสัตว์และสาขาป่าไม้ยังคงขยายตัว


ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบจาก COVID-19 อาทิ การส่งเสริมและกระตุ้นการบริโภคผลไม้ภายในประเทศให้เพิ่มขึ้นภายใต้แนวคิด Eat Thai First การหาตลาดใหม่เพิ่มเติมจากเดิม และส่งเสริมการแปรรูปและการกระจายสินค้าเกษตรอย่างรวดเร็วผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนี้ ได้เตรียมการรองรับแรงงานที่จะไหลกลับไปสู่ภาคเกษตร (Labor Migration) ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชา

สำหรับภาวะเศรษฐกิจการเกษตรปี 2563 ตลอดทั้งปี คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 0.3 โดยสาขาปศุสัตว์ สาขาประมง สาขาบริการทางการเกษตร และสาขาป่าไม้ ยังขยายตัวได้ มีการบริหารจัดการทั้งในด้านการผลิตและการตลาดที่ดี สำหรับสาขาพืชมีแนวโน้มจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าจะสามารถทำการเพาะปลูกได้ตามฤถูกาลปกติ

อย่างไรก็ตาม จากการหดตัวลงมากในช่วงไตรมาส 1 ทำให้สาขาพืชในภาพรวมยังมีแนวโน้มหดตัว เนื่องจากผลผลิตพืชสำคัญในปี 2563 มีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะข้าว อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และสับปะรดโรงงาน

ทั้งนี้ ปัจจัยบวกที่ส่งผลให้ภาคเกษตรขยายตัว คือ ความต้องการสินค้าเกษตรมีโอกาสเพิ่มมากขึ้น หลังจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ที่คาดว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายจะทำให้มีความต้องการสินค้าอาหารเพิ่มมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากเริ่มมีคำสั่งซื้อข้าวไทยและสินค้าที่เป็นอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาหารพร้อมรับประทาน (Ready to Eat)

นอกจากนี้ ในส่วนของมันสำปะหลังก็มีความต้องการมันเส้นเพิ่มมากขึ้นเพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบผลิตแอลกอฮอล์ 75% และใช้ผสมทำเจลล้างมือเพื่อฆ่าเชื้อโรค ทำให้แนวโน้มการส่งออกสินค้าเกษตรกลุ่มดังกล่าวมีแนวโน้มดีขึ้น รวมถึงถุงมือทางการแพทย์ ถุงมือยาง อาหารสุขภาพหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นต้น

ขณะที่ยังมีปัจจัยลบจากสถานการณ์ COVID-19 โดยอาจทำให้ภาวะการค้า การเดินทาง และการขนส่งกระจายสินค้า ได้รับผลกระทบในช่วงแรก และการที่ราคาน้ำมันลดลง จะส่งผลให้ราคายางพาราและราคาพืชพลังงานทดแทนไม่สามารถปรับสูงขึ้นได้มาก รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่ผันผวน อาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันทางการค้าลดลง และส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรในประเทศ

ผลกระทบในแต่ละสาขา ช่วงไตรมาส 1 ปี 2563 (มกราคม – มีนาคม 2563) 

  • สาขาพืช หดตัวร้อยละ 7.3 เป็นผลจากผลผลิตข้าวนาปรัง อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง ลดลง เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่รุนแรง ทำให้ผลผลิตเสียหาย และมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกและการเติบโตของพืช ส่งผลให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง
  • สาขาปศุสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 3.8 เป็นผลจากปริมาณความต้องการบริโภคทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกษตรกรขยายการผลิต ประกอบกับประเทศไทยมีการเฝ้าระวัง ควบคุมโรคระบาดอย่างเข้มงวด ตลาดต่างประเทศ มีความเชื่อมั่น โดยเฉพาะผลผลิตไก่เนื้อที่ตลาดส่งออกหลัก เช่น ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และจีน มีความต้องการนำเข้าเพิ่มขึ้น ผลผลิตสุกร มีความต้องการบริโภคในประเทศและการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยราคาสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้น จูงใจให้เกษตรกรขยายการผลิต ผลผลิตไข่ไก่เพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรมีการจัดการฟาร์มที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลดีต่อการออกไข่ของแม่ไก่ และน้ำนมดิบเพิ่มขึ้น เนื่องจากการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  • สาขาประมง หดตัวร้อยละ 2.2 ประมงทะเล ปริมาณสัตว์น้ำที่นำขึ้นท่าเทียบเรือในภาคใต้ลดลง เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ส่วนปริมาณกุ้งทะเล (เพาะเลี้ยง) ลดลง เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้ง และการเฝ้าระวังโรคระบาด ทำให้เกษตรกรปรับลดพื้นที่เลี้ยง ส่วนประมงน้ำจืดมีผลผลิตลดลง โดยเฉพาะปลานิลและปลาดุก เนื่องจากภาวะภัยแล้งที่เกิดขึ้นในแหล่งผลิตสำคัญ ประกอบกับปริมาณน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำตามธรรมชาติไม่เพียงพอต่อการเลี้ยง
  • สาขาบริการทางการเกษตร หดตัวร้อยละ 1.3 เนื่องจากไตรมาส 1 เป็นช่วงการจ้างบริการเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ทางการเกษตรในการเก็บเกี่ยวข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และอ้อยโรงงาน โดยมีพื้นที่เก็บเกี่ยวข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังลดลง ถึงแม้อ้อยโรงงานจะมีการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรใช้เครื่องจักรกลในการเก็บเกี่ยวอ้อยเพิ่มขึ้น เพื่อลดปัญหา PM 2.5 แต่ในภาพรวมสาขาบริการทางการเกษตรก็ยังคงหดตัว
  • สาขาป่าไม้ ขยายตัวร้อยละ 1.0 ไม้ยูคาลิปตัส เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศจีน ในการนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตกระดาษและแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellet) ไม้ยางพารา ขยายตัวตามพื้นที่การตัดโค่นสวนยางพาราเก่า ประกอบกับตลาดต่างประเทศ เช่น จีน และญี่ปุ่นมีความต้องการไม้ยางพาราเพื่อนำไปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์และเชื้อเพลิงชีวมวลอัดเม็ด (Wood Pellet) ถ่านไม้ มีความต้องการจากประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการประกอบอาหาร
Surisa Srikunsab BTECONhttps://businesstoday.com
Economic news editor on Public policy, Trade& Investment, Energy, Industry, Agriculture and World Economy; CLMV, Silk road economy, ASEAN+3
Advertisement

CPN ปิดห้าง 31 แห่ง นาน 39 วัน โบรกคาดรายได้ปี 63 ลดกว่า 7.8 พันล้านบาท

CPN ปิดห้างสรรพสินค้าทั้งหมด 31 แห่ง นาน 7-39 วัน จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โบรกคาดรายได้ปี 63 ลดหนักกว่า 7.8 พันล้านบาท และหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นต้องปิดบริการชั่วคราวไปถึงสิ้นเดือน พ.ค.63 อาจทำให้รายได้ปี 63 ลดกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท

ติดไวรัสโควิด-19 เพิ่ม 127 ราย เสียชีวิตรายที่ 10

ศูนย์บริหารงานการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายงานสถานการณ์วันที่ 31 มี.ค. มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 127 ราย รวมยอดสะสม 1,651 ราย มีผู้เสียชีวิตคนที่ 10 ผู้ติดเชื้อเป็นคนไทย 1,407 รายและต่างชาติ 244 ราย เมื่อแยกเป็นพื้นที่ พบว่ากทม.และนนมบุรี มากที่สุด 869 ราย ภาคใต้ 206 ราย...

เตรียมเพิ่มเงินเยียวยาว่างงานจาก”เหตุสุดวิสัย” ไม่ต่ำกว่าเดือนละ5,000บาท

กระทรวงแรงงานเตรียมปรับเพิ่มมาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5,000 บาท หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดภาวะพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย จนกระทั่งยกระดับสถานการณ์เป็นภาวะวิกฤต ได้สั่งการทุกหน่วยงานในกระทรวงแรงงาน ให้วางมาตรการเพื่อช่วยเหลือแรงงาน ซึ่งในส่วนของสำนักงานประกันสังคมมาตรการที่ออกมา และผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้วคือ 1. การลดอัตราเงินสมทบนายจ้าง และลูกจ้างมาตรา 33, 39              - ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์รวมทั้งสิ้น 13,346,143 ราย           2....

บล.กสิกรฯ แนะสะสมหุ้น ICT-โรงไฟฟ้า ชี้โดนผลกระทบ COVID-19 จำกัด

บล.กสิกรฯ แนะสะสมหุ้น ICT และโรงไฟฟ้า ชี้โดนผลกระทบการแพร่ระบาด COVID-19 จำกัด ประเมินดัชนีหุ้นไทยได้ปัจจัยบวกจากการทดลองวัคซีนต้าน COVID-19  บล.กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ประเมิน 3 ปัจจัย Upside risk ซึ่งหากเกิดขึ้น คาดจะผลักดันตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงดัชนีหุ้นไทย (SET index) ให้สามารถกลับขึ้นไปเทรดเหนือค่าเฉลี่ยในกรอบ 1,220-1,360 จุด นั่นคือ 1.พัฒนาการวัคซีน 2.ยุติสงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่เหลือกว่า 3.6 แสนล้านเหรียญ 3.กลุ่ม OPEC กลับมาเจรจาลดกำลังการผลิตน้ำมัน  ในขณะเดียวกัน Downside risk ที่แนะนำติดตาม คือ COVID-19 กลับมาแพร่ในจีนอีกครั้ง และการผิดชำระหนี้ของบริษัทมหาชน สำหรับ มุมมองตลาดหุ้นไทย วันนี้คาด SET index รีบาวด์ตอบรับประเด็นบวกจากการทดลองวัคซีนต้าน COVID-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ประกอบกับประเด็นบวกในประเทศจากความคาดหวังเม็ดเงินจากกองทุนเพื่อการออม (SSF) เข้ามาช่วยพยุงตลาด อย่างไรก็ดีคาดตลาดยังมีความผันผวนจากราคาน้ำมัน ทั้งนี้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำแนะรอดูผลของการ Lockdown หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงแนะนำเก็งกำไรหุ้นประมาณ 20% ของพอร์ต ในกลุ่ม ICT และ โรงไฟฟ้า ซึ่งถือเป็น 2 กลุ่มที่บล.กสิกรฯคาดผลกระทบ COVID-19...

เปิดวิสัยทัศน์ กระทิง แม่ทัพแห่ง KBTG กับดิสรัปชั่นรอบใหม่

ดิสรัปชั่นรอบใหม่จะเร็วและรุนแรงกว่ารอบที่แล้ว จะเกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ 5G จะเข้ามาเปลี่ยนโลกและทำให้ GDP โดยรวมโตขึ้น ขณะเดียวกัน 5G จะเข้ามาเร่งเรื่องความเหลื่อมล้ำมากกว่าเดิม -“Start Beginning Your Life Journey” กับกระทิง พูนผล

สตรีมมิง-ทีวี-ข่าว ต้องมา ช่วงทั่วโลกล็อคดาวน์

ในช่วงที่ผู้คน 3,000 ล้านชีวิต หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของทั้งโลก กำลังเก็บตัวเองในบ้าน, จำกัดการเดินทาง และเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) เพื่อสกัดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ผู้คนพากันพยายามหากิจกรรมทำในช่วงดังกล่าว และบรรดาผู้ให้บริการสตรีมมิงทั้งเก่าและใหม่ทั่วโลก ก็พยายามเป็นหนึ่งในตัวเลือก รวมถึงสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์รายงานข่าวสาร นักวิเคราะห์แห่งเวดบุชซีเคียวริตีส์ มองว่าความต้องการบริการสตรีมมิงจะเพิ่มขึ้นมากในช่วง 3-6 เดือนหน้า อันเป็นช่วงที่ผู้คนทั่วโลก น่าจะถูกจำกัดการเดินทางในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง และน่าจะทำให้เวลาของการดูสตรีมเพิ่มขึ้น...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -