Home Politics คิกออฟ "Big Data" ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

คิกออฟ “Big Data” ฐานข้อมูลเกษตรแห่งชาติ

10 กระทรวง จับมือร่วมกันสร้างมิติใหม่ของวงการเกษตรสู่ Digital Thailand 4.0 พัฒนาระบบฐานข้อมูล เชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยมาตรฐานเดียวกันสู่รัฐบาลดิจิทัล ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร ระบุว่า ปี 2563 คือปีแห่งเทคโนโลยีเกษตร (AgriTech 2020) และเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของภาคเกษตรกรรมสู่มิติใหม่ของไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้นโยบายเทคโนโลยีเกษตรของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน

โดยวันนี้ กระทรวงสำคัญ 10 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายอนันต์ สุวรรณรัตน์) ลงนามร่วมกับผู้บริหารอีก 9 กระทรวง ในบันทึกความร่วมมือ (MOU) ได้ลงนามบันทึกความการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ

- Advertisement -

ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายการจัดทำ Big Data มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ 2559 โดยจัดทำฐานข้อมูลเกษตรกรกลาง (Farmer ONE) ซึ่งมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เป็นผู้ดำเนินการหลักในการจัดทำ Big Data และพัฒนาต่อยอดสู่โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติในปีนี้ เพื่อบูรณาการฐานข้อมูลด้านการเกษตรจากหน่วยงาน และกระทรวงต่างๆ

โดย “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” จะเป็นหน่วยงานสนับสนุนข้อมูลทะเบียนเกษตรกร ข้อมูลสารสนเทศการเกษตร ซึ่งเป็นข้อมูลต้นทางของห่วงโซ่อุปทาน และข้อมูลทางด้านการเกษตรอื่นๆ ที่จำเป็น “กระทรวงพาณิชย์” จะสนับสนุนข้อมูลสารสนเทศด้านการตลาด “กระทรวงการคลัง” สนับสนุนแหล่งข้อมูลด้านการเงินของเกษตรกร รวมทั้งแหล่งเงินทุน และ “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” สนับสนุนข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และข้อมูลพื้นที่ป่าไม้ เป็นต้น

ขณะที่ “กระทรวงอุตสาหกรรม” ให้การสนับสนุนข้อมูลสารสนเทศด้านการแปรรูปสินค้าเกษตรที่สำคัญ โรงงานและแหล่งที่ตั้ง “กระทรวงสาธารณสุข” สนับสนุนข้อมูลการใช้ผลผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ในโรงพยาบาล เพื่อสร้างความปลอดภัยทางด้านอาหาร และขับเคลื่อนเพื่อยุติการใช้สารเคมีทางการเกษตรที่เป็นอันตราย ส่วน “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม”” กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” และ “สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน)” จะเป็นหน่วยงานให้คำปรึกษาในการพัฒนาฐานข้อมูลขนาดใหญ่ สนับสนุนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งข้อมูลสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง

การขับเคลื่อนในระยะแรก กระทรวงเกษตรฯ จะผลักดันฐานข้อมูลสินค้าเกษตรที่สำคัญ 5 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน และยางพารา รวมทั้งฐานข้อมูลเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนเกษตร และจะขยายเพิ่มอีก 8 สินค้า ให้ครบ 13 สินค้า ภายในมกราคมปี 2563 รวมทั้งขยายฐานข้อมูลด้านปศุสัตว์และประมง และระยะถัดไป จะเร่งดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูล 10 กระทรวง เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ สศก. กำลังเร่งดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการ Big Data ด้านการเกษตร และเตรียมความพร้อมบุคลากรประจำศูนย์ เพื่อปฏิบัติงานและให้บริการข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เกษตรกร และผู้สนใจทั่วไป ด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน รวดเร็ว แม่นยำ

สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายเกษตร 4.0 ที่ปรากฎผลเป็นรูปธรรมสู่ยุคดิจิทัลทรานสฟอร์มเมชั่น (Digital Transformation)ในเฟสที่ 1 ประกอบด้วยโครงการดิจิทัลดังนี้

1. โครงการบริการออนไลน์ ควิกวิน (22 Quick Win) แก่เกษตรกร หน่วยงานภาครัฐ และสาธารณะ โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่ม Cluster เริ่มบริการพร้อมกัน 22 หน่วยงาน ใน 1 มกราคม 2563

2. โครงการ วันแอพ (One App) ที่จะเชื่อมโยงบริการโมบายแอปพลิเคชั่นกว่า 50 แอปพลิเคชั่น ของทุกหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงเกษตรฯ มาไว้ในที่เดียวคือ แอปพลิเคชัน ”เกษตรดิจิทัล”  เริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มกราคม 2563

3. โครงการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center : AIC) ใน 77 จังหวัด ทำหน้าที่ส่งเสริมเทคโนโลยีเกษตร การประดิษฐ์นวัตกรรมรวมทั้งเครื่องจักรกลเกษตร ทั้งยังเป็นศูนย์อบรมบ่มเพาะเกษตรกรและสนับสนุนสตาร์ทอัพในแต่ละจังหวัด เริ่มดำเนินการในดือนมกราคมปีหน้า และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน ปี 2563

4. โครงการศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (National Agriculture Big Data Center : NABC) เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านการเกษตรแห่งชาติ โดยจะเริ่มบริการฐานข้อมูลสินค้าเกษตร ในเฟส 1 ตั้งแต่เดือนมกราคมปีหน้า และในเฟสที่ 2 จะเพิ่มฐานข้อมูลและเชื่อมฐานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานรัฐอื่นๆ และนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI)มาใช้เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล

Surisa Srikunsab BTECONhttps://businesstoday.com
Economic news editor on Public policy, Trade& Investment, Energy, Industry, Agriculture and World Economy; CLMV, Silk road economy, ASEAN+3

Latest

เตรียมตัวให้พร้อม ! เช็คลิสต์ เป๋าตังเที่ยวปันสุขยิงยาว 3 เดือน

ในเดือนกรกฎาคม นี้ มีเทศกาลวันหยุดยาวหลายวัน "เป๋าตังเที่ยวปันสุข" ที่กำลังจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียน 15 ก.ค.63 และสามารถใช้สิทธิได้ถึง 31 ต.ค. 63 มาเช็คลิสต์และเตรียมความพร้อมกัน เพื่อลดสิทธิพิเศษมากมาย  สำหรับเที่ยวปันสุข วิธีเข้าร่วมโครงการและการใช้สิทธิ ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ สัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน และมีอายุ 18 ปี ณ วันที่ลงทะเบียน โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com และรอรับ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทั่วโลกพุ่ง ทุบสถิติผู้ป่วยรายวันมากที่สุด

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 212,326 ราย ในรอบ 24 ชั่วโมง ทำสถิติยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ยังอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 129,772 ราย โดยพบมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาและบราซิล

ผู้เชี่ยวชาญระบุ สหรัฐเขี่ยจีนจากตลาดหุ้นเปล่าประโยชน์

รายงานการวิเคราะห์ของ Peterson Institute of International Economics (PIIE) ระบุว่าการถอดถอนบริษัทจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เพราะนอกจากจะไม่ได้เป็นการขัดขวางบริษัทเหล่านั้นจากการเข้าถึงตลาดทุนของสหรัฐแล้วยังไม่ได้ขัดขวางการเจริญเติบโตของจีนอีกด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนมาถึงจุดที่แย่ที่สุดในช่วงทศวรรษ และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐได้กลายเป็นปราการด่านสุดท้ายที่สร้างประเด็นความตึงเครียดให้กับทั้งสองประเทศ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาวุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติซึ่งระบุว่าอาจมีการถอดถอนบริษัทสัญชาติจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ และเมื่อเดือนที่แล้วประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาย้ำให้ผู้ดูแลหาวิธีการพิจารณาที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นสำหรับบริษัทของจีน

MMS BOSCH ชะลอแผนลงทุนหลังโควิด-19 เร่งแก้เกมอัดโปรฯ-เปิดคอลเซ็นเตอร์

MMS BOSCH ชี้ธุรกิจผ่านจุดวิกฤตที่สุดของผลกระทบโควิด-19 ไปแล้ว แต่ยังคงชะลอแผนธุรกิจพร้อมปรับแผนให้สอดคล้องกับปัจจุบันมากที่สุด เร่งอัดโปรโมชั่น-เปิดคอลเซ็นเตอร์ 1396 รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุค New Normal นายสุดเขต จันทร์เฉลี่ย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MMS BOSCH CAR SERVICE AND...

Related News

รัฐมนตรีเกษตรอาเซียน เตรียมแนวทางสำรองข้าว รับมือผลพวงโควิด-19

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น ประเทศสมาชิกอาเซียนได้หารือร่วมกันในหลายมิติ โดยในมิติด้านการเกษตร ทางด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่ารัฐมนตรีเกษตรของอาเซียนเห็นชอบที่จะรับมือผลพวงของวิกฤติโควิด-19 โดยรัฐมนตรีเกษตรของอาเซียน จะผลักดันการดำเนินการตามกลไกที่มีอยู่แล้วภายใต้กรอบความร่วมมือ โดยจะร่วมมือกันสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ความปลอดภัยด้านอาหารและคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าประชากรในอาเซียนจะมีอาหารเพียงพอต่อการดำรงชีวิต สำหรับการดำเนินการนั้น ประเทศสมาชิกอาเซียนจะดำเนินการสำรองข้าว เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีเพียงพอในกรณีฉุกเฉิน การสร้างข้อมูลการตลาดที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ผ่านการดำเนินงานของสำนักเลขานุการระบบข้อมูลสารสนเทศความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน (AFSIS) และองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม (APTERR) นอกจากนี้จะประเมินสถานการณ์และคาดการณ์สถานการณ์อาหารของภูมิภาคอาเซียนและของโลก ทั้งด้านการค้า ราคา คุณภาพ และปริมาณสำรองของอาหารพื้นฐาน เช่น...

“อลงกรณ์” “อนุทิน” ประสานเสียงเบรคไทยเป็นสมาชิก CPTPP

จากกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลเตรียมลงนามข้อตกลง เข้าร่วมเป็นสมาชิก CPTPP หรือ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership) ส่งผลให้เกิดกระแสคัดค้านทั้งจากภาคประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาล โดยองค์กรภาคประชาสังคม องค์กรนอกภาครัฐ (เอ็นจีโอ) แสดงความเห็นคัดค้านอย่างหนักผ่านสื่อโซเชี่ยลมีเดีย ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ความเห็นผ่านเฟสบุ้คส่วนตัว ในฐานะที่เคยทำงานเกี่ยวข้องโดยตรงในด้านเขตการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และเคยทำงานด้านการปฏิรูปประเทศสมัยเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ...

จีนเปิดด่านเพิ่ม 2 ด่าน นำเข้าผลไม้ไทย ลดปัญหาขนส่ง

กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เจรจากับกระทรวงศุลกากรของจีน (GACC) เพื่อแก้ปัญการนำเข้าผลไม้ไทยได้สำเร็จ หลังจีนปิดด่านนำเข้าเดียวกับเวียดนาม ทั้งนี้ที่ผ่านมาไทยการส่งออกผลไม้ไทยไปจีนทางบก ผ่านลาวและเวียดนามเข้าสู่จีนที่ด่านโหย่วอี้กวน โดยจีนยินยอมให้ไทยสามารถนำเข้าผลไม้เข้าสู่ประเทศประมาณปลายเดือนเมษายนนี้เพิ่มเติมจากเดิมได้อีก 2 ด่าน คือด่าน ตงซิง และด่านรถไฟผิงเสียง ด่านตงซิง ตั้งอยู่ที่เมืองตงซิง อำเภอฝังเฉิงกั่ง เขตกว่างซีจ้วงฯ ของจีน อยู่ห่างจากด่านหม่งไก๋ จังหวัดกว๋างนิญของเวียดนามเพียง 100 เมตร...

เกษตรฯ ยืนยันผลผลิตเกษตรไม่ขาดแคลนแน่นอน ไม่ต้องกักตุน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มั่นใจว่าในการจัดการห่วงโซ่ของปริมาณผลผลิตทางการเกษตรปี2563 ภายใต้ภาวะฉุกเฉินนี้จะเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ และยังมีศักยภาพบางส่วนในการส่งออก โดยในปีที่ผ่านมาประเทศไทยส่งออกอาหารอันดับ 2 ของเอเชียรองจากจีน และอันดับที่ 12 ของโลก กระทรวงเกษตรฯ ประมาณการผลิตปี 2563 ทั้งพืช ปศุสัตว์และประมงดังนี้ ข้าว ปริมาณผลิตทั้งหมด 28 ล้านตันข้าวเปลือก มีความต้องการภายในประเทศ 12 ล้านตันข้าวเปลือก คิดเป็น ร้อยละ 42 ของกำลังการผลิต...

แก้เกมพิษค่าเงินบาท เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันสินค้าเกษตร

สถานการณ์ค่าเงินบาทที่กระทบภาคส่งออกตลอดทั้งปี 2563 และยังน่าเป็นห่วงว่าในปี 2563 มีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรับกลยุทธแก้เกมพิษค่าเงินบาท นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการฯ สั่งให้วางแนวทางนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรและอาหาร 10% เคูพื่อชดเชยกับเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในภาพรวมเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทอาจจะไม่ได้ง่ายและไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องผลักดันกลยุทธ์อื่นบรรเทาปัญหาในลักษณะคู่ขนาน เพื่อรักษามูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารปีละกว่า 1 ล้านล้านบาท สำหรับกลยุทธ์การเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่นสินค้าเกษตรและอาหาร จะเน้น 5 มาตรการหลักได้แก่ 1. มาตรการพัฒนาโลจิสติกส์เกษตร 2....