Home Politics ยางพาราไทยแข่งยาก... ราคาแพง เพราะต้นทุนสูง

ยางพาราไทยแข่งยาก… ราคาแพง เพราะต้นทุนสูง

“ยางพารา” พืชเศรษฐกิจของไทย อาจสูญเสียตลาดให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ถึงเวลาต้องปรับตัวให้ทันกับบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนไป

ผลการศึกษาและวิเคราะห์โดย “ณรงค์ฤทธิ์ อดุลย์ฐานานุศักดิ์” และ “นราพร สังสะนา” ส่วนเศรษฐกิจภาคใต้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่าแม้ ไทยเป็นผู้ผลิตยางพาราอันดับ 1 แต่กำลังเผชิญกับการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย และเวียดนาม

ปัจจุบันมาเลเซีย ลดเนื้อที่ปลูกกว่าร้อยละ 18 เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนแรงงานที่สูง ขณะที่เวียดนามมีต้นทุนที่ต่ำกว่าไทย ได้ขยายเนื้อที่ปลูกกว่า 1.2 เท่า ส่วนไทยมีต้นทุนแรงงานสูงกว่าเวียดนามกว่า 1.1 เท่า แต่กลับมีการขยายเนื้อที่ปลูกเพิ่มขึ้นมากกว่า 0.7 เท่า เป็นปัจจัยที่สร้างความเสียเปรียบให้ยางพาราของไทย ที่ทำให้ขณะนี้มีราคาสูงสุดในโลก

ขณะที่ประเทศส่งออกสำคัญอย่างประเทศจีน ซึ่งไทยส่งออกมาถึงร้อยละ 65 (2556-61) ไม่ได้เป็นเป็นเพียงผู้ซื้อรายใหญ่ แต่ยังเข้ามาลงทุนเป็นเจ้าของโรงงานยางในไทยด้วย ส่งผลต่ออำนาจต่อรองในเรื่องราคา ซึ่งราคายางของไทยยังถูกกำหนดจากตลาดล่วงหน้าในจีน หากเศรษฐกิจจีนและคู่ค้ามีปัญหาก็จะส่งผลกระทบต่อไทยตามไปด้วย

- Advertisement -

แม้ภาครัฐจะพยายามช่วยเหลือโดยส่งเสริมราคาและกระตุ้นการใช้ภายในประเทศให้มากขึ้น แต่ก็ยังเป็นอัตราที่ต่ำเพียงร้อยละ 15 ในขณะที่มาเลเซียมีปริมาณการใช้ในประเทศถึงร้อยละ 85 ขณะที่เวียดนามมีปริมาณการใช้ร้อยละ 20

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเกี่ยวกับราคายางพาราที่สัมพันธ์กับราคาน้ำมัน เพราะเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตยางสังเคราะห์ แต่ปัจจุบันยางสังเคราะห์สามารถผลิตได้จากวัตถุดิบอื่น เช่นก๊าซธรรมชาติ หรือ เชลออลย์ ทำให้การพึ่งพาน้ำมันน้อยลง ความสัมพันธ์ของราคาจึงลดลง

ในขณะที่เทคโนโลยีในปัจจุบันสามารถยางสังเคราะห์ที่มีคุณภาพเข้ามาทดแทนยางพารา ประกอบกับปริมาณยางพาราในตลาดโลกที่ยังมีผลผลิตส่วนเกินเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลต่อราคายางพารา ที่ในอนาคตจะไม่สูงเหมือนในอดีต

ส่วนเศรษฐกิจภาคใต้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่าจะต้องแก้ปัญหาราคายางพารา จะต้องแก้กันที่โครงสร้างในระยะยาว เช่น การลดเนื้อที่ปลูกที่ไม่เหมาะสม การเพิ่มผลิตภาพ และการสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร จึงจะทำให้อุตสาหกรรมยางพาราไทยยังอยู่รอดได้

Surisa Srikunsab BTECONhttps://businesstoday.com
Economic news editor on Public policy, Trade& Investment, Energy, Industry, Agriculture and World Economy; CLMV, Silk road economy, ASEAN+3

Latest

อินเดียป่วยไวรัสใหม่ 24,850 ราย ทุบสถิติสูงสุด

กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียรายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ใหม่ 24,850 ราย และผู้เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว 613 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้สถิติผู้ป่วยสะสมและผู้เสียชีวิตสะสมทะยานแตะ 673,165 ราย และ 19,268 ราย ตามลำดับ ตัวเลขดังกล่าวกลายมาเป็นสถิติผู้ติดโควิด-19 ใหม่สูงสุดในรอบ 1 วัน นับตั้งแต่โรคระบาดคุมคามประเทศแห่งนี้ ข้อมูลของกระทรวงระบุว่า ในวันดังกล่าวมีผู้ป่วยที่แสดงอาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลแล้ว 409,083...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

เตรียมตัวให้พร้อม ! เช็คลิสต์ เป๋าตังเที่ยวปันสุขยิงยาว 3 เดือน

ในเดือนกรกฎาคม นี้ มีเทศกาลวันหยุดยาวหลายวัน "เป๋าตังเที่ยวปันสุข" ที่กำลังจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียน 15 ก.ค.63 และสามารถใช้สิทธิได้ถึง 31 ต.ค. 63 มาเช็คลิสต์และเตรียมความพร้อมกัน เพื่อลดสิทธิพิเศษมากมาย  สำหรับเที่ยวปันสุข วิธีเข้าร่วมโครงการและการใช้สิทธิ ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ สัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน และมีอายุ 18 ปี ณ วันที่ลงทะเบียน โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com และรอรับ...

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทั่วโลกพุ่ง ทุบสถิติผู้ป่วยรายวันมากที่สุด

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 212,326 ราย ในรอบ 24 ชั่วโมง ทำสถิติยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ยังอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 129,772 ราย โดยพบมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาและบราซิล

ผู้เชี่ยวชาญระบุ สหรัฐเขี่ยจีนจากตลาดหุ้นเปล่าประโยชน์

รายงานการวิเคราะห์ของ Peterson Institute of International Economics (PIIE) ระบุว่าการถอดถอนบริษัทจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เพราะนอกจากจะไม่ได้เป็นการขัดขวางบริษัทเหล่านั้นจากการเข้าถึงตลาดทุนของสหรัฐแล้วยังไม่ได้ขัดขวางการเจริญเติบโตของจีนอีกด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนมาถึงจุดที่แย่ที่สุดในช่วงทศวรรษ และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐได้กลายเป็นปราการด่านสุดท้ายที่สร้างประเด็นความตึงเครียดให้กับทั้งสองประเทศ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาวุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติซึ่งระบุว่าอาจมีการถอดถอนบริษัทสัญชาติจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ และเมื่อเดือนที่แล้วประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาย้ำให้ผู้ดูแลหาวิธีการพิจารณาที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นสำหรับบริษัทของจีน

Related News