Home Politics ยกเลิกคำสั่งย้าย 'อธิบดีกรมการค้าภายใน' หลังทราบผลสืบสวนกักตุนหน้ากากอนามัย

ยกเลิกคำสั่งย้าย ‘อธิบดีกรมการค้าภายใน’ หลังทราบผลสืบสวนกักตุนหน้ากากอนามัย

เมื่อวันที่ 14 .. 2563 มีประกาศคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 136/2563 เรื่อง ให้ข้าราชการกลับไปปฏิบัติราชการกรมการค้าภายใน

ตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่ง ที่ 80/2563 ลงวันที่ 15 มี.. 2563 ให้นายวิชัย โภชนกิจ ตำแหน่ง อธิบดีกรมการค้าภายใน (นักบริหารระดับสูง) ข้าราชการพลเรือนสามัญ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีโดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม เพื่อเปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบเนื่องจากมีประเด็นทางสังคมเกี่ยวกับการกักตุนและจำหน่ายหน้ากากอนามัย และต่อมากระทรวงพาณิชย์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตามคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ ที่ 320/2563 ลงวันที่ 8 เม.. 2563 โดยผลการสืบสวนระบุว่าการบริหารจัดการสินค้าหน้ากากอนามัยของกรมการค้าภายในเป็นการดำเนินการภายใต้วิสัยและพฤติการณ์ที่จะกระทำได้ในช่วงเวลาและสถานการณ์ที่เร่งด่วน ซึ่งมีข้อบกพร่องบางส่วนแต่ไม่ถึงขนาดเป็นความผิดวินัย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้รับทราบผลการสืบสวนข้อเท็จจริงและให้ยุติเรื่องแล้วนั้น

เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และเพื่อให้การบริหารราชการและการบริหารจัดการของกรมการค้าภายในเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 11(1) (3) (4) และ (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน .. 2534 จึงให้ยกเลิกคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 80/2563 ลงวันที่ 15 มี.. 2563 และให้ นายวิชัย โภชนกิจ ตำแหน่ง อธิบดีกรมการค้าภายใน (นักบริหารระดับสูง) กลับไปปฏิบัติราชการกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

- Advertisement -

กักตุน

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

‘Brooks Brothers’ ร้านขายสูทระดับผู้นำ-นายแบงก์ อายุ 200 ปี ยื่นล้มละลาย

กระแส work-from-home ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการแต่งกาย ทำร้านขายเสื้อผ้าทำงานได้รับผลกระทบ ล่าสุด “Brooks Brothers” ร้านสูทอายุ 200 ปีที่มีลูกค้าระดับประธานาธิบดีสหรัฐและนายแบงก์ย่านวอลล์สตรีท ยื่นล้มละลาย Brooks Brothers ร้านขายเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษที่ก่อตั้งมายาวนาน 202 ปี และมีลูกค้าระดับประธานาธิบดีสหรัฐถึง 40 คน รวมถึงบรรดานายแบงก์ย่านวอลล์สตรีท ยื่นล้มละลายภายใต้มาตรา 11 เพื่อฟื้นฟูกิจการ เพราะต้องประสบปัญหาเมื่อผู้คนหันไปใส่เสื้อผ้าทำงานสไตล์แคชชวลมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 ซึ่งทำให้ความต้องการชุดสูทดิ่งวูบ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

อะเมซอนเลิกขายสินค้า ‘บูฮู’ อ้างเอาเปรียบลูกจ้าง

บูฮู บริษัทค้าปลีกสินค้าแฟชั่นออนไลน์กำลังจะเปิดแถลงข่าวการทบทวนกระบวนการซัพพลายเชน ภายหลังจากที่สื่อรายงานว่าโรงงานของบูฮูมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เลวร้าย ทำให้ผู้จัดจำหน่ายหลายรายรวมถึงอะเมซอนที่จะยกเลิกการขายสินค้าให้บูฮู บูฮูกล่าวว่าทางบริษัทให้ความสำคัญต่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการประพฤติผิด สภาพแวดล้อมการทำงานที่เลวร้าย และการจ่ายเงินเดือนต่ำกว่าอัตราอย่างจริงจัง แหล่งข่าวระบุว่าลูกจ้างโรงงานผลิตเสื้อในเมืองเลสเตอร์ที่ส่งสินค้าให้กับบูฮูได้รับค่าจ้างเพียง 3.50 ปอนด์ (4.39 ดอลลาร์) ต่อชั่วโมง เทียบกับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 8.72 ปอนด์ (10.94 ดอลลาร์) ต่อชั่วโมง นอกจากนี้โรงงานยังเปิดดำเนินการตามปกติในช่วงที่มีการล็อกดาวน์และมียอดผู้ติดเชื้อจากโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นโดยไม่มีมาตรการทางด้านสุขอนามัยหรือการเว้นระยะห่างทางสังคม ทางด้านหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหราชอาณาจักรได้เข้าตรวจค้นโรงงานหลายแห่งในเมืองเลสเตอร์เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้แรงงานทาสและการค้ามนุษย์ หากพบกรณีดังกล่าวจริงจะทำให้บริษัทผู้ผลิตเหล่านี้ต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินมหาศาล หุ้นของบริษัทบูฮู ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า เช่น พริตตี้ลิตเติ้ลธิง (PrettyLittleThing) แนสตี้ แกล...

แข่งเดือดยุคโควิด…อิโตชูเล็งซื้อหุ้น 100% แฟมิลี่มาร์ทในญี่ปุ่น

อิโตชูเล็งเข้าถือหุ้นทั้งหมดในแฟมิลี่มาร์ท เตรียมร่วมมือใกล้ชิดด้านการจัดหาอาหาร-สินค้า รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ท่ามกลางกระแสแข่งเดือดร้านสะดวกซื้อและการระบาดของโควิดที่ฉุดกำไรลด บริษัทอิโตชูกล่าวว่ามีแผนเข้าถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทแฟมิลี่มาร์ท ผ่านการทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้น จากปัจจุบันที่มีหุ้น 50.1% และจะใช้เงินประมาณ 580,000 ล้านเยน (ประมาณ 168,000 ล้านบาท) ในการซื้อหุ้นที่เหลือ การเข้าถือหุ้น 100% จะเปิดโอกาสให้อิโตชูดำเนินการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของร้านสะดวกซื้อรายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรผ่านการนำเครือข่ายจัดซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศของอิโตชู มาใช้ประโยชน์มากขึ้น นอกจากนั้น ทั้งสองยังจะเติมเต็มกันในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และการชำระเงินทางดิจิทัล โดยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับลูกค้าจะเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ...

หุ้นเอเชียร่วงตามดาวโจนส์ กังวลล็อกดาวน์หลังสหรัฐติดโควิดพุ่งทุบสถิติ

หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงตามวอลล์สตรีท นักลงทุนเริ่มหันมาให้น้ำหนักกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง หลังผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐพุ่งทำสถิติใหม่รายวัน และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์กล่าวว่านักลงทุนเริ่มกังวลว่ารัฐบาลอาจจะประกาศล็อกดาวน์รอบใหม่ ซึ่งจะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ดัชนีล่วงหน้า S&P/ASX 200 เปิดตลาดลดลง 0.41% ดัชนีนิเกอิล่วงหน้าขยับขึ้นเล็กน้อย 0.02% และดัชนีฮั่งเส็ง ลดลง 0.87% ขณะที่ดัชนีล่วงหน้า S&P 500 เพิ่ม 0.12% จากปิดตลาดเมื่อคืนนี้ ลดลง 0.56% ปิดที่ 3,152.05...

Related News

“จุรินทร์” ลั่นฟันไม่เลี้ยง หากพบคนใกล้ชิดรัฐมนตรีกักตุนหน้ากาก

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวคนใกล้ชิดรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับการกักตุนหน้ากากอนามัย ว่าสั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นยังไม่ทราบว่ามีการกักตุนที่ไหนอย่างไร แต่ถ้ามีเบาะแสที่ชัดเจนสามารถแจ้งมายังกรมการค้าภายในได้ เพราะที่ผ่านมา มีการร้องเรียนเข้ามามาก โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบและจับกุมเกือบทุกวัน และยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ได้ส่งทีมงานเข้าไปตรวจสอบกรณีใหลังจากที่มีกระแสข่าวเกิดขึ้น แต่ก็อยากให้สังคมพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะเท่าที่ตรวจสอบบุคคลที่ตกเป็นข่าว ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ และยืนยันได้ว่าสินค้าที่ส่งออกจากโรงงาน ตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.2563 เป็นต้นมา...

“ดีมานด์เทียม” แห่กักตุนหน้ากากอนามัย 

กระทรวงพาณิชย์ เตือน อย่าแห่กักตุนหน้ากากอนามัย เหตุเป็นการสร้างดีมานด์เทียม จนอาจขาดแคลนได้ เผยสต๊อกที่มี 200 ล้านชิ้นใช้ได้พออีก 4-5 เดือน ทั้งนี้ในปัจจุบันปริมาณการใช้หน้ากากอนามัยในประเทศอยู่ที่เฉลี่ยเดือนละ 30 ล้านชิ้น แต่ในช่วงสถานการณ์โคโคโรนาไวรัส และ PM2.5 ทำให้ปริมาณการใช้เพิ่มเป็น 40-50 ล้านชิ้น ล่าสุดผู้ผลิตหลายรายประกาศรับสมัครคนงานเพิ่ม เดินเครื่องผลิต 24 ชม. เนื่องจากความต้องการเพิ่มสูง หลายพื้นที่เริ่มขาดแคลน ขณะที่บางร้านจำกัดจำนวนซื้อ ทั้งนี้นายอนุทิน...