Home Politics แก้เกมพิษค่าเงินบาท เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันสินค้าเกษตร

แก้เกมพิษค่าเงินบาท เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันสินค้าเกษตร

สถานการณ์ค่าเงินบาทที่กระทบภาคส่งออกตลอดทั้งปี 2563 และยังน่าเป็นห่วงว่าในปี 2563 มีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปรับกลยุทธแก้เกมพิษค่าเงินบาท

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการฯ สั่งให้วางแนวทางนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรและอาหาร 10% เคูพื่อชดเชยกับเงินบาทที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ในภาพรวมเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาค่าเงินบาทอาจจะไม่ได้ง่ายและไม่สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องผลักดันกลยุทธ์อื่นบรรเทาปัญหาในลักษณะคู่ขนาน เพื่อรักษามูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารปีละกว่า 1 ล้านล้านบาท

สำหรับกลยุทธ์การเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่นสินค้าเกษตรและอาหาร จะเน้น 5 มาตรการหลักได้แก่

1. มาตรการพัฒนาโลจิสติกส์เกษตร
2. มาตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม
3. มาตรการส่งเสริมเกษตรอัจฉริยะ
4. มาตรการพัฒนาเครื่องจักรกลเกษตร
5. มาตรการค้าออนไลน์เพิ่มช่องทางตลาด

ทั้ง 5 มาตรการนี้ จะมุ่งบริหารลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่มช่องทางตลาดใหม่

- Advertisement -

ในการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าว จะมีคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยีเกษตร 4.0 และคณะกรรมการพัฒนาโลจิสติกส์เกษตรเป็นกลไกสำคัญทำหน้าที่ขับเคลื่อน ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชนภาควิชาการและภาคเกษตรกร

โดยมีศูนย์ข้อมูลเกษตรแห่งชาติ (National Agriculture Big Data Center : NABC) เป็นฐานข้อมูลกลางของข่าวสารและองค์ความรู้ซึ่งเกษตรกรและภาคเอกขนสามารถใช้ประโยชน์ผ่านแอปพลิเคชั่น”เกษตรดิจิทัล”บนแพลตฟอร์มมือถือและคอมพิวเตอร์รวมทั้งการบริการออนไลน์ของ 22 หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งจะเริ่มบริการครบทุกหน่วยงานต้อนรับปีใหม่ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563

นอกจากนี้จะจัดตั้ง “ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center: AIC)” ตั้งแต่เดือนมกราคมให้ครบ 77จังหวัด ในปี 2563 ถือเป็นการปฏิรูปภาคเกษตรในระดับเชิงโครงสร้างและระบบเพื่อรองรับปัญหาค่าเงินบาทและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

Surisa Srikunsab BTECONhttps://businesstoday.com
Economic news editor on Public policy, Trade& Investment, Energy, Industry, Agriculture and World Economy; CLMV, Silk road economy, ASEAN+3

Latest

อินเดียป่วยไวรัสใหม่ 24,850 ราย ทุบสถิติสูงสุด

กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียรายงานพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ใหม่ 24,850 ราย และผู้เสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว 613 ราย ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้สถิติผู้ป่วยสะสมและผู้เสียชีวิตสะสมทะยานแตะ 673,165 ราย และ 19,268 ราย ตามลำดับ ตัวเลขดังกล่าวกลายมาเป็นสถิติผู้ติดโควิด-19 ใหม่สูงสุดในรอบ 1 วัน นับตั้งแต่โรคระบาดคุมคามประเทศแห่งนี้ ข้อมูลของกระทรวงระบุว่า ในวันดังกล่าวมีผู้ป่วยที่แสดงอาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลแล้ว 409,083...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

เตรียมตัวให้พร้อม ! เช็คลิสต์ เป๋าตังเที่ยวปันสุขยิงยาว 3 เดือน

ในเดือนกรกฎาคม นี้ มีเทศกาลวันหยุดยาวหลายวัน "เป๋าตังเที่ยวปันสุข" ที่กำลังจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียน 15 ก.ค.63 และสามารถใช้สิทธิได้ถึง 31 ต.ค. 63 มาเช็คลิสต์และเตรียมความพร้อมกัน เพื่อลดสิทธิพิเศษมากมาย  สำหรับเที่ยวปันสุข วิธีเข้าร่วมโครงการและการใช้สิทธิ ผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ สัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน และมีอายุ 18 ปี ณ วันที่ลงทะเบียน โดยสามารถลงทะเบียนรับสิทธิผ่าน www.เราเที่ยวด้วยกัน.com และรอรับ...

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทั่วโลกพุ่ง ทุบสถิติผู้ป่วยรายวันมากที่สุด

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 212,326 ราย ในรอบ 24 ชั่วโมง ทำสถิติยอดผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ ยังอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 129,772 ราย โดยพบมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาและบราซิล

ผู้เชี่ยวชาญระบุ สหรัฐเขี่ยจีนจากตลาดหุ้นเปล่าประโยชน์

รายงานการวิเคราะห์ของ Peterson Institute of International Economics (PIIE) ระบุว่าการถอดถอนบริษัทจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์สหรัฐไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เพราะนอกจากจะไม่ได้เป็นการขัดขวางบริษัทเหล่านั้นจากการเข้าถึงตลาดทุนของสหรัฐแล้วยังไม่ได้ขัดขวางการเจริญเติบโตของจีนอีกด้วย ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีนมาถึงจุดที่แย่ที่สุดในช่วงทศวรรษ และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐได้กลายเป็นปราการด่านสุดท้ายที่สร้างประเด็นความตึงเครียดให้กับทั้งสองประเทศ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาวุฒิสภาสหรัฐได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติซึ่งระบุว่าอาจมีการถอดถอนบริษัทสัญชาติจีนออกจากตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ และเมื่อเดือนที่แล้วประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาย้ำให้ผู้ดูแลหาวิธีการพิจารณาที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้นสำหรับบริษัทของจีน

Related News

ค่าเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่า ยอดติดเชื้อโควิด-19 กดดันตลาดหุ้น

คาดค่าเงินบาทในสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวอ่อนค่าเล็กน้อยตามทิศทางค่าเงินภูมิภาค ขณะที่ตลาดหุ้นเคลื่อนไหวในกรอบ 1,360-1,400 จุด ยังเผชิญแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์ถัดไป (6-10 ก.ค.) ที่ 30.80-31.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ตลอดจนปมขัดแย้งในประเด็นฮ่องกงระหว่างจีน และนานาประเทศ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ดัชนี PMI/ISM ภาคบริการ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนมิ.ย. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ตลาดอาจรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจเดือนมิ.ย....

กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 30.75-31.10 มองบาทมีแนวโน้มแข็งค่า แม้สินทรัพย์เสี่ยงผันผวนสูง

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 30.75-31.10 บาทต่อดอลลาร์เทียบกับระดับปิดแข็งค่าที่ 30.90 บาทต่อดอลลาร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 5 เดือน หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% ตามคาด ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย 1.1 หมื่นล้านบาท และ 4.8 พันล้านบาท ตามลำดับ กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์...

แนวโน้ม ‘บาทแข็ง-หุ้นแกว่ง’ จากข้อมูลเศรษฐกิจแย่-ติดโควิด-19 ทั่วโลกพุ่ง

แนวโน้ม ค่าเงินบาท แข็งค่า หลังขยับแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 5 เดือน ขณะหุ้นสวนทาง ได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ และแนวโน้มการติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่ม เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค โดยมีอานิสงส์จากสัญญาณทยอยคลายล็อกดาวน์เศรษฐกิจ และการออกมายืนยันว่า ข้อตกลงทางการค้าสหรัฐฯ และจีนในเฟสแรกยังเป็นไปตามเดิม

กรุงศรีเผยเงินบาทแข็งค่าหลังกนง. คงดอกเบี้ยตามคาด มองดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0.5% ถึงสิ้นปี

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีความเห็นต่อผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.5% ตามที่ตลาดคาดไว้ ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาที่ระดับ 30.82 ต่อดอลลาร์ ภายหลังการลงมติ นับตั้งแต่ต้นปี เงินบาทอ่อนค่าลงราว 3% เนื่องจากผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงจากการระบาดของโควิด-19 และภาวะเงินทุนไหลออก อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 2 เงินบาทปรับตัวดีกว่าสกุลเงินในภูมิภาคจาก Sentiment ที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะมีการตอบสนองด้านนโยบายจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ในแบบที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน ทั้งนี้ กนง....

หั่น GDP หดแรง 8% ต่ำสุดประวัติการณ์ ธปท.ชี้ครึ่งปีหลังฟื้นช้า บาทแข็ง เงินร้อนทะลัก

ธปท.หั่น GDP ปีนี้ หดตัวแรง 8% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ยอมรับเศรษฐกิจไตรมาส 2 ลงลึกถึง 2 หลัก ครึ่งปีหลังจุดเสี่ยงใหญ่“โควิดยังอยู่” กดดันฟื้นตัวช้า เผยคลายล็อกดาวน์ กิจกรรมเศรษฐกิจกลับมาไม่เท่าเดิม แพคเกจท่องเที่ยว พยุง GDP ติดลบน้อยลง ค่าเงินบาทแข็ง เงินต่างชาติไหลเข้า นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน...