Home Opinions เฟดเตรียมใช้อาวุธใหม่ อัดฉีดเงินในตลาดเพิ่ม

เฟดเตรียมใช้อาวุธใหม่ อัดฉีดเงินในตลาดเพิ่ม

สภาคองเกรสสหรัฐและทำเนียบขาวมีแผนติดอาวุธใหม่ให้กับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ด้วยการปลดปล่อยให้มีอำนาจเป็นอิสระในการใช้มาตรการทางการเงิน สำหรับการให้เงินกู้ยืมมากขึ้นอีก 454,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า เพื่อปกป้องเศรษฐกิจสหรัฐ

ขณะที่ประธานาธิบดรโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามอนุมัติการใช้เงินจำนวน 2 ล้านล้านดอลลาร์ที่ได้รับจากสภาครองเกรสเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมกับประกาศขยายเวลาให้ชาวอเมริกันทั่วประเทศต้องเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ออกไปอีก 1 เดือนจนถึงวันที่ 30 เมษายน โดยมีเป้าหมายที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 

นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงการชุมนุมเกิน 10 คน หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและการซื้อของนอกบ้าน และให้เด็กเรียนหนังสือจากที่บ้าน รวมทั้งขอให้ผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงนั้นให้อยู่แต่ในบ้านและปลีกตัวออกจากผู้อื่น

- Advertisement -

หลังจากที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาทั่วโลกมีจำนวนมากถึง 722,289 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 33,984 รายใน 177 ประเทศ ขณะที่มีผู้ที่รักษาตัวหายดีจำนวน 151,900 ราย โดย Top 10 ประกอบด้วยสหรัฐมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดจำนวน 142,356 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2,489 ราย

ส่วนอันดับที่ 2-10 คือ อิตาลี 97,689 ราย จีน 82,149 ราย สเปน 80,110 ราย เยอรมนี 62,435 ราย ฝรั่งเศส 42,723 ราย อิหร่าน 38,309 ราย อังกฤษ 19,784 ราย สวิตเซอร์แลนด์ 14,829 ราย และเนเธอร์แลนด์ 10,930 ราย

ในการเพิ่มอาวุธเครื่องมือทางการเงินที่เป็นอิสระของสภาคองเกรสสหรัฐที่ให้กับเฟดนั้น เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา งบดุลเฟดได้พุ่งทะลุ 5.3 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากที่ได้เข้ามาแทรกแซงตลาดการเงินสูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์เพียงแค่ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา 

โดยเฉพาะในช่วงที่เฟดประกาศใช้ QE infinity ที่ไม่จำกัดวงเงินในการเข้าซื้อบอนด์รัฐบาลสหรัฐ และตราสาร MBS (Mortgage-Backed Securities) เพียงแค่วันที่ 19-25 มีนาคมเป็นวงเงินสูงถึง 587,000 ล้านดอลลาร์ 

หลังจากที่เฟดประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1.0% สู่ระดับ 0.0-0.25% พร้อมกับเตรียมวงเงิน QE5 อีก 750,000 ล้านดอลลาร์ซื้อบอนด์รัฐบาลสหรัฐและตราสารการเงินที่เรียกว่า MBS  (Mortgage-Backed Securities) 

อย่างไรก็ตาม เฟดยังมีภาระต่อการอุดหนุนทางการเงินให้กับรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีความจำเป็นต้องออกบอนด์เพื่อกู้เงินมาใช้จ่ายในงบประมาณฉุกเฉินเป็นวงเงินอย่างน้อย 450,000 ล้านดอลลาร์ จากจำนวน 2 ล้านล้านดอลลาร์ ที่เพิ่งไดิรับการอนุมัติจากสภาคองเกรสเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 

นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์กันว่า ทุกๆ สัปดาห์จากนี้ไป เฟดมีหน้าที่ประคับประคองสภาพคล่องในตลาดการเงินสหรัฐจำนวน 650,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อปกป้องตลาดการเงินไม่ให้เกิดความผันผวนที่รุนแรง ซึ่งจะทำให้ความเสี่ยงตกเป็นภาระงบดุลของเฟดที่อาจจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 7-10 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในเดือนมิถุนายนนี้

โดยที่ผลกระทบจากการขยาเวลาเว้นระยะห่างทางสังคมออกไปอีก 1 เดือนนั้น ส่งผลให้ตลาดซื้อขายหุ้นวอลล์สตรีทล่วงหน้าในวันจันทร์ มีการเคลื่อนไหวในแดนลบ ทั้ง Dow Futures ร่วงลง 174 จุดหรือ 0.81%  S&P Futures ลดลง 0.71% และ Nasdac Futures ลดลง 0.49%

Latest

อะเมซอนเลิกขายสินค้า ‘บูฮู’ อ้างเอาเปรียบลูกจ้าง

บูฮู บริษัทค้าปลีกสินค้าแฟชั่นออนไลน์กำลังจะเปิดแถลงข่าวการทบทวนกระบวนการซัพพลายเชน ภายหลังจากที่สื่อรายงานว่าโรงงงานของบูฮูมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เลวร้าย ทำให้ผู้จัดจำหน่ายหลายรายรวมถึงอะเมซอนที่จะยกเลิกการขายสินค้าให้บูฮู บูฮูกล่าวว่าทางบริษัทให้ความสำคัญต่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการประพฤติผิด สภาพแวดล้อมการทำงานที่เลวร้าย และการจ่ายเงินเดือนต่ำกว่าอัตราอย่างจริงจัง แหล่งข่าวระบุว่าลูกจ้างโรงงานผลิตเสื้อในเมืองเลสเตอร์ที่ส่งสินค้าให้กับบูฮูได้รับค่าจ้างเพียง 3.50 ปอนด์ (4.39 ดอลลาร์) ต่อชั่วโมง เทียบกับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 8.72 ปอนด์ (10.94 ดอลลาร์) ต่อชั่วโมง นอกจากนี้โรงงานยังเปิดดำเนินการตามปกติในช่วงที่มีการล็อกดาวน์และมียอดผู้ติดเชื้อจากโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นโดยไม่มีมาตรการทางด้านสุขอนามัยหรือการเว้นระยะห่างทางสังคม ทางด้านหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหราชอาณาจักรได้เข้าตรวจค้นโรงงานหลายแห่งในเมืองเลสเตอร์เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้แรงงานทาสและการค้ามนุษย์ หากพบกรณีดังกล่าวจริงจะทำให้บริษัทผู้ผลิตเหล่านี้ต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินมหาศาล หุ้นของบริษัทบูฮู ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า เช่น พริตตี้ลิตเติ้ลธิง (PrettyLittleThing) แนสตี้ แกล...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

แข่งเดือดยุคโควิด…อิโตชูเล็งซื้อหุ้น 100% แฟมิลี่มาร์ทในญี่ปุ่น

อิโตชูเล็งเข้าถือหุ้นทั้งหมดในแฟมิลี่มาร์ท เตรียมร่วมมือใกล้ชิดด้านการจัดหาอาหาร-สินค้า รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ท่ามกลางกระแสแข่งเดือดร้านสะดวกซื้อและการระบาดของโควิดที่ฉุดกำไรลด บริษัทอิโตชูกล่าวว่ามีแผนเข้าถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทแฟมิลี่มาร์ท ผ่านการทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้น จากปัจจุบันที่มีหุ้น 50.1% และจะใช้เงินประมาณ 580,000 ล้านเยน (ประมาณ 168,000 ล้านบาท) ในการซื้อหุ้นที่เหลือ การเข้าถือหุ้น 100% จะเปิดโอกาสให้อิโตชูดำเนินการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของร้านสะดวกซื้อรายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรผ่านการนำเครือข่ายจัดซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศของอิโตชู มาใช้ประโยชน์มากขึ้น นอกจากนั้น ทั้งสองยังจะเติมเต็มกันในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และการชำระเงินทางดิจิทัล โดยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับลูกค้าจะเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ...

หุ้นเอเชียร่วงตามดาวโจนส์ กังวลล็อกดาวน์หลังสหรัฐติดโควิดพุ่งทุบสถิติ

หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงตามวอลล์สตรีท นักลงทุนเริ่มหันมาให้น้ำหนักกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง หลังผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐพุ่งทำสถิติใหม่รายวัน และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์กล่าวว่านักลงทุนเริ่มกังวลว่ารัฐบาลอาจจะประกาศล็อกดาวน์รอบใหม่ ซึ่งจะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ดัชนีล่วงหน้า S&P/ASX 200 เปิดตลาดลดลง 0.41% ดัชนีนิเกอิล่วงหน้าขยับขึ้นเล็กน้อย 0.02% และดัชนีฮั่งเส็ง ลดลง 0.87% ขณะที่ดัชนีล่วงหน้า S&P 500 เพิ่ม 0.12% จากปิดตลาดเมื่อคืนนี้ ลดลง 0.56% ปิดที่ 3,152.05...

Canon เปิดตัวกล้อง EOS R5-EOS R6 หวังทวงคืนบัลลังก์กล้องดิจิทัล

Canon ถ่ายทอดสดเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ หลังจากโหมกระแสมาตลอดสัปดาห์ โดยได้เปิดตัว กล้อง Mirrorless รุ่น EOS R5 และ EOS R6 โดยผู้บริหารของ Canon ระบุว่า บริษัทจะเดินหน้าในการพัฒนากล้องต่อไปแม้จะถูกวิกฤติโควิด-19 เข้ามาส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ เอิ้ดดี้ อุดางาวะ รองประธานของ Canon สิงคโปร์ ระบุว่า แม้ช่วงที่ผ่านมาโลกจะเปลี่ยนไปอย่างมากเนื่องจากไวรัสโควิด-19 การถ่ายก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน...

Related News

กรุงศรีชี้เศรษฐกิจไทยเสี่ยงพื้นแบบ L-Shape จากคาดการณ์ U-Shape

ศูนย์ย์วิจัยกรุงศรี คาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะหดตัว 10.3% ในปี 2563 จากเดิมที่คาดว่าจะติดลบ 5% โดยมองว่าเศรษฐกิจในภาพรวมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็น L-Shape ดร.สมประวิณ มันประเสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าแม้ไทยจะไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศมากว่า 1 เดือน และมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่มาตรการเฝ้าระวัง เช่น การรักษาระยะห่างทางสังคม การระงับการบินระหว่างประเทศ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ยังกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้วิจัยกรุงศรีปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้และมองว่าจะหดตัว...

2 โบรกฯประเมินกำไรแบงก์ไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาดการณ์ แนะอย่าถือยาว เล่นเก็งกำไร

2 โบรกฯ ชี้ความเสี่ยงหุ้นแบงก์ หวั่นกำไรไตรมาส 2 ต่ำกว่าคาดการณ์ ชิงหั่นกำไร KBANK หดตัว 40% จากพอร์ตสินเชื่อธุรกิจท่องเที่ยว-รายเล็กอ่วมพิษโควิด แนะนักเล่นหุ้น ‘เก็งกำไร’ เมินลงทุนยาว เลือก ‘BBL-TISCO’ เป็นหุ้นเด่น-ตั้งสำรองสูง นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า...

จับตามาตรการกระตุ้น ครม.เศรษฐกิจถก ‘เต็มคณะ’ ศุกร์ 10 ก.ค.

จับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ นายกฯเรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจ 10 ก.ค.นี้ แบบ "เต็มคณะ" ติดตามภาวะเศรษฐกิจและช่วยเอสเอ็มอี นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมได้เรียกประชุม ครม.เศรษฐกิจเต็มคณะ ในวันศุกร์ที่ 10 ก.ค.ที่จะถึงนี้เวลา 10.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ กล่าวว่าวาระสำคัญคือการติดตามภาวะเศรษฐกิจของไทย และการพิจารณาหามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม...

“ขายกิจการ-เพิ่มทุน” แผนฝ่าวิกฤติสายการบินพาณิชย์

สายการบินพาณิชย์หลายแห่งทั่วโลก พยายามหาทางประคองธุรกิจท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ล่าสุดเวอร์จินออสเตรเลียที่เพิ่งยื่นล้มละลาย จะกลับขึ้นบินอีกครั้ง หลังบริษัทร่วมลงทุนอเมริกัน เข้าซื้อกิจการ ขณะหลายสายการบินจัดทำแผนเพิ่มทุน-ปรับโครงสร้าง เบน แคปิตอล บริษัทร่วมลงทุนแห่งสหรัฐ ตกลงเข้าซื้อกิจการเวอร์จิน ออสเตรเลีย โฮลดิงส์ สายการบินรายใหญ่อันดับ 2 แห่งออสเตรเลีย ซึ่งมีปัญหาหนี้สินระยะยาว แถมได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และพยายามขอความช่วยเหลือทางการเงินจากรัฐบาลออสเตรเลีย แต่ไม่สำเร็จ จนต้องยื่นล้มละลายไปเมื่อเดือนเม.ย. นอกจากเบน แคปิตอลแล้ว บริษัทร่วมลงทุนไซปรัส แคปิตอล พาร์ทเนอร์ส...

แผนเฟดอัดฉีดเม็ดเงิน 2.3 ล้านล้านเหรียญ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจยังไกลเกินเอื้อม

ธนาคารกลางสหรัฐฯ เผยแผนปล่อยเงินกู้มูลค่า 2.3 ล้านล้านเหรียญเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ล่าสุดมียอดปล่อยกู้จริงมูลค่า1.43 แสนล้านเหรียญ หรือคิดเป็น 6.2% ของยอดรวมเท่านั้น ความหลากหลายของประเภทเงินกู้ส่งผลให้เกิดการเปรียบเทียบ โครงการปล่อยเงินกู้ของ Main Street Lending Program มีความสลับซับซ้อนโดยเฉพาะในตลาดหลัก และหากเศรษฐกิจฟื้นตัวดีแล้วอาจมีความต้องการเงินกู้น้อยลงตามลำดับ นักเศรษฐศาสตร์มองว่าเงื่อนไขการปล่อยเงินกู้อาจไม่น่าสนใจพอ ทำให้ยอดเงินกู้จริงไม่ฟู่ฟ่าอย่างที่คาดไว้ สถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำจากการระบาดของโคโรนาไวรัส ทำให้ธนาคารกลางของสหรัฐฯ ตั้งเป้าปล่อยเงินกู้ 2.3 ล้านล้านเหรียญเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ...