Home Money2know กฎของการใช้จ่ายเพื่อสร้างความชุ่มชื้น 5% ของรายได้

กฎของการใช้จ่ายเพื่อสร้างความชุ่มชื้น 5% ของรายได้

เริ่มต้นปี 2563 มาได้เกือบครึ่งเดือนแล้ว ลองคิดทบทวนบ้างหรือยังคะว่า เราได้ลงมือทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้บ้างแล้วหรือยัง

- Advertisement -

ช่วงก่อนที่ปีใหม่ปีนี้จะมาถึง มีคนให้หลักคิดในการทำงานกับดิฉันไว้ 2 เรื่อง ซึ่งคิดว่า นอกจากจะเป็นหลักคิดในการทำงานแล้ว ยังเป็นหลักคิดเรื่องการบริหารจัดการเงินได้ด้วย หลักคิดที่ว่านั้นก็คือ การบาลานซ์หรือสร้างสมดุลให้กับสิ่งที่ต้องทำกับ สิ่งที่อยากทำ

ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือลูกจ้าง เราล้วนต้องเคยเจองานที่ต้องทำแต่อาจจะไม่อยากทำ สิ่งที่เรียกว่า passion ในการทำงานก็อาจจะไม่มากเท่ากับ งานที่อยากทำ แต่ในเมื่อมันเป็นความรับผิดชอบ เราก็มีหน้าที่ต้องทำให้งานที่ต้องทำ สำเร็จลุล่วงตามเป้าประสงค์ให้ดีที่สุด

ในเรื่องการเงิน เราอาจจะเทียบเคียง งานที่ต้องทำ กับคำว่า จำเป็นหรือ Need และเทียบเคียง งานที่อยากทำ กับคำว่า ต้องการ หรือ Want ซึ่งถ้าไม่บาลานซ์ให้ดี ทำแต่สิ่งที่ต้องทำและต้องทำไปตลอด ชีวิตก็จะตึงเครียดเกินไป ไม่มีความสุข เพราะไม่ได้ตอบสนองความต้องการของตัวเอง แต่ถ้าเราทำเฉพาะในสิ่งที่อยากทำและอยากทำไปตลอด เราก็จะปล่อยให้ ความต้องการ ที่เกินจำเป็นครอบงำจนพาเราเข้าสู่ภาวะฟุ่มเฟือย หรือใช้จ่ายเกินตัว

เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เคยเจอลูกหนี้ท่านหนึ่งที่ขยันมาก ทำงานหนักตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่า การทำงาน มันก็นำมาซึ่งรายได้ และวันหนึ่งก็จะนำมาซึ่งความมั่งคั่ง ความสุขสบายให้เรา แต่เมื่อกลับมามองเรื่องการ ใช้จ่าย พบว่า เขาเข้มงวดกับตัวเองมากเกินไป เพราะสองคนสามีภรรยามีเงินเดือนรวมกัน 2 หมื่นกว่าบาท สามีใช้เงินวันละ 100 บาท ส่วนภรรยาใช้เงินวันละ 50 บาท

คำแนะนำที่ให้กับลูกหนี้ท่านนี้ก็คือ การใช้ชีวิตที่ดีที่สุดก็คือ เราไม่เบียดเบียนคนอื่น แล้วก็ไม่เบียดเบียนตัวเราเองด้วย อย่าเข้มงวดกับตัวเองมากจนมันขาดความสุข จนทำให้ครอบครัวมันไปต่อไม่ได้

กรณีนี้เข้าข่ายทำในสิ่งที่ต้องทำมากเกินไป

ส่วนลูกหนี้อีกคนหนึ่งเป็นสาวประเภทสอง ที่เล่าให้ฟังถึงความลำบากในวัยเด็ก ต้องทำงานส่งตัวเองเรียนหนังสือ มีชุดนักศึกษาเพียงชุดเดียวใส่ซ้ำๆ ไปเรียนทุกวัน จนมีเพื่อนช่วยกันบริจาคชุดเก่าๆ ให้ นั่นแหละถึงจะมีชุดนักศึกษาสลับใส่ไปเรียน ขออนุญาตไม่เล่าถึงการหารายได้ของลูกหนี้ แต่เธอมีรายได้ดีทีเดียวค่ะ  แต่ละเดือนมีรายได้หลายหมื่น แต่เธอยอมรับว่า ไม่เคยเก็บ เพราะเธออยากชดเชยในช่วงที่ชีวิตตกอับ ยากจนและลำบาก เธอจึงเลือกที่จะ ทำในสิ่งที่อยากทำ หรือ ต้องการ’ (Want) ให้สุดๆ ไปเลย

ชีวิตมาพีคตอนเรียนจบ มีงานทำเป็นเรื่องเป็นราว ลูกหนี้คนนี้ทำบัตรเครดิตรวดเดียว 7 ใบ รูดเต็มวงเงินทุกใบ ตอบสนองความต้องการของตัวเองเต็มที่ และแน่นอนว่า มันสร้างปัญหาหนี้สินให้เธอหนักมาก ยิ่งเมื่อชีวิตพลิกผัน ตกงาน ขาดรายได้ ภาวะหนี้สินล้นจนเข้าข่ายวิกฤติ จากเดิมที่เธอทำงานได้เท่าไหร่ หาเงินได้เท่าไหร่ ก็ใช้เท่านั้น ไม่มีเหลือเก็บ แต่ไม่เป็นหนี้ กลายเป็นบัตรเครดิตที่สร้างกำลังซื้อปลอมๆ ให้เธอ จนใช้เกินกว่าที่หาได้

กรณีนี้ก็เข้าข่ายทำในสิ่งที่อยากทำมากเกินไป

แน่นอนว่า ทำในสิ่งที่ต้องทำ มากเกินไปก็เท่ากับตึงไป หรือทำในสิ่งที่อยากทำมากเกินไปก็เท่ากับหย่อนไป ก็ต้องหาทางสร้างสมดุลให้เกิดขึ้น คำถามว่า แล้วต้องทำเท่าไหร่หรือทำอย่างไรจึงจะสมดุล เพิ่งได้คำตอบกับตัวเองเมื่อถึงคราวอยากใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหลังจากทำงานหนัก (หรือทำในสิ่งที่ต้องทำ) มาต่อเนื่อง แล้วพบว่า เราต้องการความชุ่มชื้น 5% ของเงินออมที่เรามีค่ะ

หมายถึงถ้าเราออมได้ 10,000 บาทแล้วอยากใช้จ่ายฟุ่มเฟือย การใช้เงิน 5% ของ 10,000 บาท คือ 500 บาท จะไม่กระทบกระเทือนความรู้สึกว่า เราจะเดือดร้อนจากการ ใช้จ่าย ฟุ่มเฟือยครั้งนี้

ถ้ามี 1 แสน ก็ ทำในสิ่งที่อยากทำได้ 5,000 บาท หรือถ้ามี 1 ล้านบาท เวลาซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบละ 5 หมื่นบาทนี่ก็ไม่ทำให้สะดุ้ง แต่เรื่องนี้บางคนอาจจะบอกว่า 5% นั้นน้อยเกินไป เพราะมี 1  แสน ควรใช้ได้ในหลักหมื่น หรือถ้ามีล้านก็ควรใช้ได้หลักแสน หรือใช้ 10% ของเงินออมก็ไม่กระทบ แบบนั้นก็ไม่ว่ากันค่ะ แต่ต้องไม่ลืมนึกเผื่อความไม่แน่นอนของการหารายได้ในอนาคต และต้องไม่ลืมว่า เรากำลังใช้เงิน 5% หรือ 10% ตอบสนองความต้องการหรือความสุขล้วนๆ

เตือนตัวเองไว้แบบนี้บ่อยๆ จะได้ไม่ประมาทกับสิ่งที่อยากซึ่งล้วนเป็นของฟุ่มเฟือย เกินจำเป็นค่ะ

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : เปิดโผ 10 กองทุนรวมผลตอบแทนสูงสุดปี 2019 หุ้นไทยตกขอบ!!

Latest

WHO ประกาศให้ อเมริกาใต้ เป็นศูนย์กลางระบาดใหม่โควิด-19

แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยในการแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ประจำวันที่ 24 พ.ค. 2563 ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้ อเมริกาใต้ เป็นศูนย์กลางระบาดใหม่โควิด-19 จากตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมของ บราซิล จำนวนเกือบ 350,000 คน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ถอดบทเรียนโควิด-19 ของ IKEA ‘เรียนรู้ ปรับตัว ต่อยอด’

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เห็นการปรับตัวของธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่เพียงใด เพื่อรักษาระดับยอดขายและรายได้ไว้ให้ได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นที่อยากจะหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงนั้นคือ IKEA (อิเกีย) ผู้จำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้างสัญชาติสวีเดน ที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทยราวๆในช่วงปลายปี 2554 จนถึงปัจจุบัน “ตลอดระยะเวลาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รายได้หลักทางด้านการขายออนไลน์เป็นสัดส่วน 100% ที่ขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา” ทอม ซูเทอร์ ผู้จัดการสโตร์ อิเกีย บางใหญ่ กล่าว ย้อนกลับไปในช่วงสัปดาห์นี้ของปีที่แล้ว นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ IKEA เปิดให้บริการในรูปแบบออนไลน์เป็นครั้งแรก สำหรับสัดส่วนยอดขายที่มาจาก ออนไลน์ ในสถานการณ์ปกติอยู่ที่ราว 10-12% ของรายได้รวมทั้งหมด บทเรียนของ...

โฆษกฯ แจงกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล

ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลา 6 ปีว่า นายกรัฐมนตรีย้ำอยู่เสมอถึงความจำเป็นในการเข้ามาบริหารประเทศเพื่อหยุดความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง  และที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้แก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน ซึ่งภารกิจหลักคือการช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย และเกษตรกร ผ่านโครงการต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินโครงการพัฒนาประเทศ ทั้งการขยายโครงข่ายด้านคมนาคม การขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าหลายสายทั่วกรุงเทพฯ กว่า 160...

ไม่มีติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ติดเชื้อ 0 รายเป็นวันที่ 4

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวมสะสม 3,040 ราย นับเป็นวันที่ 4 ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ และไม่มีผู้เสียชีวิต รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลลดเหลือ 63 ราย และมีผู้รักษาหายแล้วรวมสะสม 2,921 ราย

Related News

เล่าความจริงนโยบายพักต้นพักดอกของธนาคารและเราควรจะใช้มันหรือไม่??

วิกฤตไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจไปทั่วย่อมหญ้า โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว หลายธุรกิจต้องให้พนักงาน Leave Without Pay หรือถึงกับเลย์ออฟ ทำให้ธนาคารต้องออกนโยบาย พักต้นพักดอก ให้กับลูกหนี้เพื่อแบ่งเบาภาระ นโยบายช่วยเหลือผู้กู้ที่เป็นรายย่อยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยผลักดันออกมาให้เป็นแนวทางสำหรับธนาคารพาณิชย์จนกระทั่งแต่ละธนาคารได้ออกแคมเปญออกมาในแนวทางใกล้เคียงกัน เช่น บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ลดการจ่ายขั้นต่ำต่อเดือนลงจากเดิม 10% เหลือ 5%  มีผลทันทีไม่จำเป็นต้องยืนเรื่อง นอกจากนี้ยังมีการแปลงเป็นสินเชื่อระยะยาวให้ผ่อนต่องวดน้อยลง สินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ มีตั้งแต่การลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลา ลดค่างวด พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ล่าสุด ธนาคารพาณิชยืต่างพากันออกนโยบายหยุดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยและยืดระยะเวลาออกเป็น...

กฎของการใช้จ่ายเพื่อสร้างความชุ่มชื้น 5% ของรายได้ โดย ขวัญชนก วุฒิกุล

รายการ Money Care จากคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ Business Today เรื่องโดย : ขวัญชนก วุฒิกุล  ลงเสียง  : อัญชลี  พยัคฆะโส ในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือลูกจ้าง เราล้วนต้องเคยเจอ ‘งานที่ต้องทำ’ แต่อาจจะไม่อยากทำ สิ่งที่เรียกว่า passion ในการทำงานก็อาจจะไม่มากเท่ากับ ‘งานที่อยากทำ’ แต่ในเมื่อมันเป็นความรับผิดชอบ เราก็มีหน้าที่ต้องทำให้งานที่ต้องทำ สำเร็จลุล่วงตามเป้าประสงค์ให้ดีที่สุด ในเรื่องการเงิน...

เคล็ดลับการลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน Fundamental โดย ธนวัน ปันทะโชติ

รายการ ทีเด็ดเซียนหุ้น ดำเนินรายการโดย : ธนวัน ปันทะโชติ (เจ้าของเพจรู้ทันหุ้น) ทีเด็ดเซียนหุ้น เอพิโสดนี้ จะมาเผยเคล็ดลับการลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ให้ประสบความสำเร็จ โดย คุณนิ้วโป้ง อธิป กีรติพิชญ์ นักลงทุนและวิทยากรตลาดหลักทรัพย์

ลงทุนอะไรในยุคที่ความเสี่ยงมีความเร็วเพิ่มขึ้น

ในประเทศไทยเราเห็นความเร็วของความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในตลาดหุ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีแรงผลักจาก อนุพันธ์ ETF และการ ลงทุน ผ่านอัลกอริธึม

ซื้ออะไรดี ทองแท่ง-ทองรูปพรรณ? ส่องอันดับประเทศที่ซื้อทองมากสุดในโลก

ช่วงนี้ราคาทองใกล้แตะบาทละ 25,000 บ. หลายคนเลยหันมาลงทุนผ่านทองแท่ง/ทองรูปพรรณ กันยกใหญ่... พฤติกรรมการซื้อทองคำของคนไทยเปลี่ยนไปมากถึง 90% จากเดิม 10 ปีก่อน คนนิยมซื้อทองรูปพรรณมากกว่าถึง 95% แต่ปัจจุบัน...คนหันมาซื้อทองคำเพื่อการลงทุนและเก็บออมมากขึ้นถึง 95% แทน ประเทศที่นิยมซื้อทองคำมากที่สุดในโลกปี 2561 อันดับ 1 จีน อันดับ 2 อินเดีย อันดับ 3 สหรัฐ อันดับ 4 เยอรมนี อันดับ 5 อิหร่าน อันดับ 6 ไทย   บทความอื่นๆ...