Home Cover Story กับดัก GSP

กับดัก GSP

General System of Preference ที่รู้จักกันทั่วไปภายใต้ชื่อย่อ “GSP” คือดอกผลจากการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (United Nation Conference on Trade and Development-UNTAD) ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อปี 2511 ซึ่งสะท้อนรูปธรรมออกมาในรูปลักษณ์ของการให้สิทธิประโยชน์พิเศษด้านภาษีศุลกากร โดยประเทศรวย หรือประเทศที่พัฒนาแล้ว หยิบยื่นแก่ประเทศยากจน หรือประเทศด้อยพัฒนา รวมทั้งประเทศกำลังพัฒนา เพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำให้แคบลง 

- Advertisement -

สถานะการครองสิทธิ GSP ที่ประเทศยากจน หรือประเทศกำลังพัฒนา ได้รับจากประเทศร่ำรวย หรือประเทศพัฒนาแล้ว เป็นสถานะ”ชั่วคราว” ไม่มีความจีรังยั่งยืน โดยฝ่ายประเทศ”ผู้ให้” สามารถจะตัดสิทธิบางส่วน หรือทวงคืนสิทธิทั้งหมดได้ตลอดเวลา โดยไม่ผิดกติกาใดๆ

พูดกันให้ชัดๆแบบบ้านๆ…GSP คือสิทธิประโยชน์พิเศษด้านภาษีศุลกากร ที่ประเทศรวยหยิบยื่นให้ประเทศจนโดยเสน่หา 

เมื่อใดก็ตามที่ประเทศรวยยังเสน่หา ก็จะยังคงได้ครองสิทธิจีเอสพีไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเมื่อใดที่ประเทศรวย หมดรักหมดเสน่หา หรือหวาดระแวงขึ้นมา โอกาสที่จะตัด GSP เพียงบางส่วน หรือทวงคืน GSP ทั้งหมดก็จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม UNTAD ซึ่งแจ้งเกิด GSP ได้วางแนวทางเงื่อนไขการพิจารณาให้สิทธิ GSP ไว้เป็นหลักการทั่วไป 6 ประการคือ

            1.ประชากรต้องมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวต่อปีไม่เกิน 12,735 บาท หรือประมาณ 390,000 บาท

            2.ต้องไม่สนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายระหว่างประเทศ

            3.ต้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในระดับที่ดี

            4.ต้องคุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล

            5.ต้องไม่มีปัญหาการใช้แรงงานเด็กหรือค้ามนุษย์

            6.ต้องปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม

กรณีของประเทศไทย ซึ่งถูกผู้นำสหรัฐอเมริกาจรดปากกาลงนาม “หั่น” GSP 573 รายการไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา และกำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2563 เป็นต้นไป ได้อาศัยประเด็นคุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล เป็นเหตุผลข้ออ้าง หลังจากที่ได้ส่งสัญญาณกดดันรัฐบาลไทยให้ปรับปรุงพัฒนายกระดับการคุ้มครองสิทธิแรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลไปแล้วหลายระลอก แต่ขาดปฏิกิริยาตอบสนองที่สหรัฐอเมริกาพอใจ

แรงกดดันที่สหรัฐอเมริกามีต่อรัฐบาลไทยที่เข้มข้นที่สุดและชัดเจนอย่างที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ก่อนหน้าที่จะประกาศตัดสิทธิ GSP ของไทย 1 เดือน โดยผู้ช่วยผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา เดินทางเข้ามายังประเทศไทย เพื่อบอกกล่าวให้แก้ไขกฎหมายแรงงาน เปิดทางให้แรงงานต่างด้าวสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ โดยไม่แยแสว่าพฤติกรรมเยี่ยงนั้นเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศไทย และล่วงละเมิดอธิปไตยประเทศไทย 

ทันทีที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา ลงนามประกาศตัด GSP ประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ได้ประเมินผลกระทบแล้วสรุปว่า”กระทบการส่งออกโดยรวมเพียง 0.01%คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 40,000 ล้านบาท”

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าในบรรดา 573 รายการสินค้าที่ถูกสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิGSP มีสถิติการใช้สิทธิเกิดขึ้นเมื่อปี 2561 เพียง 355 รายการ หรือคิดเป็น 62% ของจำนวนรายการที่ได้รับสิทธิ ยิ่งไปกว่านั้นในกรณีถูกตัดสิทธิ จะส่งผลให้สินค้าไทยที่เสียสิทธิ GSP มีภาระภาษีศุลกากรเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 4.5% เท่านั้น

นักวิชาการหลายท่าน คือปิติ ศรีแสงนาม-สุรชาติ บำรุงสุข-อัทธ์  พิศาลวานิช มองปรากฏการณ์ตัด GSP ของสหรัฐอเมริกาต่อประเทศไทยไปในทำนองเดียวกันในลักษณะ”หมาป่ากับลูกแกะ” แถมยังเชื่อสนิทใจว่าข้ออ้างเรื่องมาตรฐานแรงงาน เป็นเพียง”ฉากหน้า” ขณะที่ยังมีวาระซ่อนเร้นแอบแฝงอยู่ และจะค่อยๆถูกเปลือยออกมาในลำดับต่อไป 

ปริศนาวาระซ่อนเร้นที่สหรัฐอเมริกา มีแนวโน้มจะงัดมาเล่นงานประเทศไทยน่าจะหนีไม่พ้นที่จะวนเวียนป้อนเปี้ยนอยู่ใน 3 กรณีเหล่านี้

            1).กรณีประเทศไทยแบนการใช้ 3 สารพิษในการทำเกษตรกรรม 

            2).กรณีประเทศไทยกีดกันการนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในหมู

            3).กรณีประเทศไทยให้ความใกล้ชิดสนิทสนมในการคบค้ากับจีนอย่างออกนอกหน้า

ทั้ง 3 กรณีนี้ล้วนกระทบต่อผลประโยชน์กลุ่มทุนการเมือง ที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการเคลื่อนไหวและตัดสินใจทางการเมืองบนเวทีการเมืองของสหรัฐอเมริกา

นับจากนี้จนถึงวันหย่อนบัตรเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริการอบใหม่ เหลือเวลาไม่ถึง 1 ปี อิทธิพลกลุ่มทุนการเมืองที่จะกดดันนักการเมืองในตลาดการเมืองสหรัฐอเมริกาให้กระทำการเพื่อผลประโยชน์จะยิ่งเข้มข้นมากขึ้น

ความท้าทายกรณีสหรัฐอเมริกาคือรัฐบาลไทย จะพาประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักผลประโยชน์สหรัฐอเมริกาไปยังไง ?

ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค
สื่อมวลชนอิสระ อดีตบรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ TNN

Latest

ครม.เห็นชอบต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือน

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2563 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานมีมติให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือน (1-30 มิ.ย. 2563) ตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

นายกฯตั้ง ‘9 อรหันต์’ ติตตามแผน ฟื้นฟูการบินไทยภายใต้คำสั่งศาล

นายกฯเซ็นต์ตั้งกรรมการติดตามแก้ปัญหาการบินไทย "วิษณุ"นั่งประธาน พร้อม 8 กรรมการจากผู้บริหารคมนาคม - คลัง ดึง "อภิศักดิ์" อดีตขุนคลัง ช่วยกลั่นกรองแก้ปัญหา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 145/2563 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการติตตามการดำเนินการแก้ไขปัญหา...

‘สมาคมรถมือสอง’ ค้านมาตรการเยียวยาอุตฯยานยนต์ของ สอท.

นายภิญโญ ธนวัชรภรณ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้มีการจัดทำหนังสือเปิดผนึกถึง พชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เพื่อขอเข้าปรึกษาหารือเกี่ยวกับผลกระทบในอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้ว (รถมือสอง) จากมาตรการสนับสนุนข้อร้องเรียนของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ข้อหารือที่จะเกิดขึ้นในการเข้าพบ อธิบดีกรมสรรพสามิต คือ จากกรณีที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ได้มีการยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือต่อกรมสรรพสามิต โดยมีการนำเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตลง 50%, โครงการนำรถเก่าและรถใหม่โดยให้ภาครัฐสนับสนุนชดเชยราคารถเก่ามูลค่า 100,000...

ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย รวมสะสม 3,045 ราย จากพื้นที่กักกันของรัฐ เดินทางกลับจากคูเวต และรัสเซีย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิต รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 59 ราย และมีผู้รักษาหายแล้วรวมสะสม 2,929 ราย

Related News

คลังจัด ‘สัญจร’ เดินสายทั่วประเทศ ติดตามผลเงินเยียวยา

รมว.คลัง ตั้ง 'ทีมเราไม่ทิ้งกัน' สำรวจเยียยวยาประชาชนทั่วประเทศ พร้อมจัด 'สัญจร'ต่างจังหวัด สำรวจความเดือดร้อนและผลกระทบจากโควิด-19 นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวการดำเนินมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ร่วมกับหน่วยงานภายใต้สังกัด และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs)โดยได้บูรณาการการทำงานร่วมกันในการดูแลเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19)

ความขัดแย้ง ‘จีน-สหรัฐ’ กรณีฮ่องกงซ้ำเติมโควิด-19 กดดันหุ้นร่วงทั่วโลก

ตลาดหุ้นเอเชียร่วงตามวอลล์สตรีทในเช้าวันนี้ นักลงทุนกังวลความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีน จะส่งผลกระทบต่อข้อตกลงการค้าในเฟสแรกที่เริ่มใช้ในปีนี้ ซ้ำเติมผลกระทบจากโควิด-19 ตลาดล่วงหน้าในตลาดหุ้นเอเชียลดลง ฮั่งเส็งฟิวเจอร์ ลดลง 1.59% นิเกอิฟิวเจอร์ลดลงเล็กน้อย เช่นเดียวกับตลาดหุ้น S&P/ASX 200 ออสเตรเลีย  ตลาดหุ้นทั่วโลกลดลง หลังจากที่จีนเตรียมออกกฎหมายความมั่นคงใหม่ที่ใช้ในฮ่องกง ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์...

สศช.เผยจีดีพีไตรมาสแรก -1.8% ทั้งปีติดลบ 5-6%

สศช.เผยภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก ผลิคภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ติดลบ 1.80% คาดทั้งปีติดลบ 5-6% คาดในไตรมาส 2 จะหนักที่สุด คาดการณ์เศรษฐกิจ ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร  ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กล่าวว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ไตรมาสที่...

เฟดคาดเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นครึ่งปีหลัง ขณะญี่ปุ่นเผชิญภาวะถดถอยรอบ 4 ปีครึ่ง

เฟดประเมินเศรษฐกิจสหรัฐ คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง หากไม่เกิดการระบาดของโควิด-19 รอบ 2 ขณะที่ญี่ปุ่นเผชิญกับภาวะถดถอยครั้งแรกในรอบ 4 ปีครึ่ง นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวในครึ่งหลังของปีนี้ และตะขยายตัวอย่างแข็งแกร่งจนถึงปลายปีหน้า แต่ขึ้นกับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)ว่าจะพัฒนาได้เร็วแค่ไหน

‘โอบามา’ วิจารณ์รัฐบาลสหรัฐรับมือโควิด-19 ชี้ระบบสาธารณสุขไม่เพียงพอ

บารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ  กล่าวถึงประเด็นการรับมือกับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของรัฐบาลสหรัฐฯ “เหนือกว่าสิ่งอื่นใด โรคระบาดครั้งนี้ได้เผยให้เห็นความคิดเบื้องหลังอย่างชัดแจ้ง ว่าหลายคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบรู้ดีว่าพวกเขากำลังทำอะไร” โอบามากล่าวระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์วันรับปริญญาของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน (HBCUs) ทางออนไลน์ โดยไม่ได้เอ่ยนามเจ้าหน้าที่คนใดโดยเฉพาะ “พวกเขาหลายคนลงมือปฏิบัติจริง โดยไม่ได้แสร้งว่าต้องรับผิดชอบ” เขากล่าวเสริม ในการกล่าวสุนทรพจน์วันรับปริญญาประจำปี 2020 โอบามากล่าวว่า “โลกถูกพลิกกลับหัวกลับหาง” เนื่องมาจากการระบาดใหญ่และมัน “ได้สั่นคลอนสถานะเดิมและเผยให้เห็นปัญหามากมายที่ฝังรากลึกอยู่ในประเทศของเรา ตั้งแต่ความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง ไปสู่ความไม่เสมอภาคทางเชื้อชาติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงบริการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ“