Home Money2know Money ​ไขปริศนาเงินเฟ้อโลกในยุคก่อนและหลังโควิด-19

​ไขปริศนาเงินเฟ้อโลกในยุคก่อนและหลังโควิด-19

ในช่วงที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักวิเคราะห์หลายท่านเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก โดยนอกเหนือจากประเด็นความกังวลในการแพร่ระบาดระลอกสองของโควิด-19 ในหลายประเทศ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่ปะทุขึ้นใหม่แล้ว ประเด็นที่มักจะถูกกล่าวถึงอยู่บ่อยครั้งในช่วงนี้คือ “เงินเฟ้อ”

พบว่า หลายประเทศมีอัตราเงินเฟ้อที่ลดลง หรือติดลบในบางประเทศ ทำให้มีหลายท่านสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเงินเฟ้อกันแน่

วันนี้ผู้เขียนจึงขออาสาไขข้อสงสัยของสถานการณ์เงินเฟ้อ โดยย้อนเวลากลับไปดูเงินเฟ้อในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน พร้อมกับมองไปข้างหน้าเมื่อวิกฤตคลี่คลายลงแล้วครับ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FAQ ฉบับที่ 170 “ปัจจัยที่ส่งผลต่อพลวัตเงินเฟ้อก่อนและหลังวิกฤตโควิด-19”)

- Advertisement -

“เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปในประเทศสูงขึ้นต่อเนื่อง”

ก่อนอื่นเลย ผู้เขียนขออธิบายความหมายของเงินเฟ้อโดยสังเขปก่อนว่า เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปในประเทศสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยการเกิดเงินเฟ้อมีสาเหตุมาจาก 2 ช่องทาง คือ 1) ความต้องการซื้อสินค้าและบริการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น (demand-pull inflation) ขณะที่สินค้าและบริการนั้น ๆ อาจมีไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ขายปรับราคาสินค้าและบริการให้สูงขึ้น หรือ 2) ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น (cost-push inflation) 

อาทิ วัตถุดิบที่ใช้ผลิตสินค้ามีราคาสูงขึ้น (เช่น ราคาพลังงาน) และผู้ผลิตไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นได้ จึงทำให้ผู้ผลิตต้องปรับราคาสินค้าและบริการนั้นให้สูงขึ้นตาม ทั้งนี้ ธนาคารกลางในหลายประเทศ มีหน้าที่ในการดูแลให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำและไม่ผันผวน (Low and stable inflation) เพราะจะเอื้อต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงขั้นรุนแรง (Hyperinflation) ดังที่เกิดแล้วในเวเนซุเอลาและซิมบับเว และทำให้เงินที่ถืออยู่แทบไม่มีมูลค่า

“ในทางตรงกันข้าม เงินฝืด คือ ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปลดต่ำลงเรื่อย ๆ”

ในทางตรงกันข้าม เงินฝืด คือ ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปลดต่ำลงเรื่อย ๆ ซึ่งเกิดจาก 2 ช่องทางเหมือนเงินเฟ้อแต่ต่างทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นความต้องการซื้อสินค้าและบริการที่ลดลงหรือต้นทุนการผลิตที่ต่ำลง แต่ที่น่ากังวลเป็นพิเศษ คือ ภาวะเงินฝืดที่มีสาเหตุสำคัญมาจากความต้องการซื้อสินค้าและบริการของประชาชนที่ลดลง โดยทำให้ผู้ผลิตต้องลดราคาสินค้าและบริการเพื่อที่จะทำให้ขายได้ และลดการผลิตลงเนื่องจากถ้าผลิตออกมาเท่าเดิมก็ขายได้ไม่หมดอยู่ดี

ดูเผิน ๆ อาจมองว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับประชาชน เพราะราคาสินค้าและบริการปรับลดลง แต่ที่จริงแล้ว จะทำให้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวลงด้วย เพราะรายได้ของผู้ผลิตมีแนวโน้มลดลง ทำให้ขาดแรงจูงใจที่จะผลิตสินค้าและบริการในปริมาณเท่าเดิม จนต้องลดการผลิตหรือแม้กระทั่งลดการจ้างงาน ซึ่งจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและความกินดีอยู่ดีของประชาชนตามมา อันเป็นภาวะที่ธนาคารกลางไม่ต้องการให้เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน

ทีนี้ เมื่อย้อนกลับไปในช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ที่เศรษฐกิจโลกโดยรวมฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะหลังจากผ่านพ้นวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่เริ่มต้นในสหรัฐฯ กว่า 10 ปีมาแล้ว ตามปกติ เงินเฟ้อน่าจะสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและความต้องการซื้อสินค้าและบริการที่มากขึ้นดังที่ได้อธิบายไปข้างต้น

อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อทั่วโลกส่วนใหญ่กลับเพิ่มขึ้นไม่มากนักและอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง นั่นเป็นเพราะปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายประการ อาทิ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้ต้นทุนการผลิตถูกลง การเลือกใช้หุ่นยนต์ (automation) ทดแทนแรงงานคนมากขึ้นในบางอุตสาหกรรม ทำให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นช้า และทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นช้าตาม รวมทั้งการขยายตัวของ E-commerce ที่ก่อให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและการเข้าถึงต้นทุนสินค้าที่ถูกกว่า

ต่อมา เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 อัตราเงินเฟ้อของหลายประเทศที่อยู่ในระดับต่ำอยู่แล้ว กลับยิ่งลดต่ำกว่าเดิมหรือบ้างติดลบ ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากความต้องการซื้อสินค้าและบริการของประชาชนที่ลดลงมาก โดยเฉพาะจากมาตรการปิดเมืองในแต่ละประเทศ ผนวกกับราคาพลังงานที่ปรับลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความต้องการซื้อสินค้าและบริการที่ลดลงดังกล่าว ทำให้มีบางท่านเริ่มตั้งคำถามว่า นี่โลกเข้าสู่ภาวะเงินฝืดแล้วใช่หรือไม่?

หากพิจารณาตามนิยามเงินฝืดของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) การเกิดภาวะเงินฝืดต้องเข้าเงื่อนไขทั้งหมด 4 ประการ ได้แก่ 1) อัตราเงินเฟ้อติดลบเป็นเวลานานพอสมควร (prolonged period) 2) อัตราเงินเฟ้อติดลบกระจายในหลาย ๆ หมวดสินค้าและบริการ 3) การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะยาว (ปกติดูที่ระยะ 5 ปี) ต่ำกว่าเป้าหมายระยะปานกลางอย่างมีนัยสำคัญ และ 4) อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจติดลบ และอัตราการว่างงานมีแนวโน้มสูงขึ้น

หันกลับมามองสถานการณ์ปัจจุบัน เงินเฟ้อที่ลดต่ำลงใกล้ 0 หรือติดลบในบางประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากราคาพลังงานที่ลดลง ขณะที่การคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะ 5 ปีของบางประเทศยังคงใกล้เคียงกับกึ่งกลางของช่วงเป้าหมายเงินเฟ้อของธนาคารกลาง

และที่สำคัญที่สุดคือ มองไปข้างหน้า เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง โดยเฉพาะเมื่อคิดค้นวัคซีนสำเร็จและมีวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะทยอยปรับเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามความต้องการซื้อสินค้าและบริการของประชาชนที่ทยอยฟื้นกลับมา รวมทั้งอาจได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเชิงโครงสร้างอื่น ๆ ด้วย อาทิ ระดับการปกป้องทางการค้าระหว่างประเทศ (trade protectionism) ที่สูงขึ้น และการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศที่มากขึ้น (deglobalization) ซึ่งอาจทำให้การแข่งขันด้านราคาลดลง และจะส่งเสริมให้แรงงานที่เดิมมีอำนาจการต่อรองต่ำสามารถเรียกร้องสิทธิประโยชน์ในการจ้างงานได้มากขึ้น และทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นกว่าเดิมได้

ดังนั้น บางท่านที่อาจสงสัยว่าโลกได้เข้าสู่ภาวะเงินฝืดแล้วหรือไม่ ผู้เขียนก็อาจตอบได้ว่า “ยังไม่ใช่” (แม้จะยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง โดยเฉพาะหากเกิดการแพร่ระบาดระลอกสองในอนาคต) เพราะไม่เข้าข่ายเงินฝืดตามนิยามข้างต้น เสริมด้วยการเริ่มเห็นสัญญาณของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลกที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว พร้อมกับราคาพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อกลับมาสูงขึ้นได้อย่างช้า ๆ ครับ!

ที่มา : นายสุพริศร์ สุวรรณิกฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย “​ไขปริศนาเงินเฟ้อโลกในยุคก่อนและหลังโควิด-19”

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

‘Brooks Brothers’ ร้านขายสูทระดับผู้นำ-นายแบงก์ อายุ 200 ปี ยื่นล้มละลาย

กระแส work-from-home ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการแต่งกาย ทำร้านขายเสื้อผ้าทำงานได้รับผลกระทบ ล่าสุด “Brooks Brothers” ร้านสูทอายุ 200 ปีที่มีลูกค้าระดับประธานาธิบดีสหรัฐและนายแบงก์ย่านวอลล์สตรีท ยื่นล้มละลาย Brooks Brothers ร้านขายเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษที่ก่อตั้งมายาวนาน 202 ปี และมีลูกค้าระดับประธานาธิบดีสหรัฐถึง 40 คน รวมถึงบรรดานายแบงก์ย่านวอลล์สตรีท ยื่นล้มละลายภายใต้มาตรา 11 เพื่อฟื้นฟูกิจการ เพราะต้องประสบปัญหาเมื่อผู้คนหันไปใส่เสื้อผ้าทำงานสไตล์แคชชวลมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 ซึ่งทำให้ความต้องการชุดสูทดิ่งวูบ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

อะเมซอนเลิกขายสินค้า ‘บูฮู’ อ้างเอาเปรียบลูกจ้าง

บูฮู บริษัทค้าปลีกสินค้าแฟชั่นออนไลน์กำลังจะเปิดแถลงข่าวการทบทวนกระบวนการซัพพลายเชน ภายหลังจากที่สื่อรายงานว่าโรงงานของบูฮูมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เลวร้าย ทำให้ผู้จัดจำหน่ายหลายรายรวมถึงอะเมซอนที่จะยกเลิกการขายสินค้าให้บูฮู บูฮูกล่าวว่าทางบริษัทให้ความสำคัญต่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการประพฤติผิด สภาพแวดล้อมการทำงานที่เลวร้าย และการจ่ายเงินเดือนต่ำกว่าอัตราอย่างจริงจัง แหล่งข่าวระบุว่าลูกจ้างโรงงานผลิตเสื้อในเมืองเลสเตอร์ที่ส่งสินค้าให้กับบูฮูได้รับค่าจ้างเพียง 3.50 ปอนด์ (4.39 ดอลลาร์) ต่อชั่วโมง เทียบกับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 8.72 ปอนด์ (10.94 ดอลลาร์) ต่อชั่วโมง นอกจากนี้โรงงานยังเปิดดำเนินการตามปกติในช่วงที่มีการล็อกดาวน์และมียอดผู้ติดเชื้อจากโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นโดยไม่มีมาตรการทางด้านสุขอนามัยหรือการเว้นระยะห่างทางสังคม ทางด้านหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหราชอาณาจักรได้เข้าตรวจค้นโรงงานหลายแห่งในเมืองเลสเตอร์เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้แรงงานทาสและการค้ามนุษย์ หากพบกรณีดังกล่าวจริงจะทำให้บริษัทผู้ผลิตเหล่านี้ต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินมหาศาล หุ้นของบริษัทบูฮู ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า เช่น พริตตี้ลิตเติ้ลธิง (PrettyLittleThing) แนสตี้ แกล...

แข่งเดือดยุคโควิด…อิโตชูเล็งซื้อหุ้น 100% แฟมิลี่มาร์ทในญี่ปุ่น

อิโตชูเล็งเข้าถือหุ้นทั้งหมดในแฟมิลี่มาร์ท เตรียมร่วมมือใกล้ชิดด้านการจัดหาอาหาร-สินค้า รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ท่ามกลางกระแสแข่งเดือดร้านสะดวกซื้อและการระบาดของโควิดที่ฉุดกำไรลด บริษัทอิโตชูกล่าวว่ามีแผนเข้าถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทแฟมิลี่มาร์ท ผ่านการทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้น จากปัจจุบันที่มีหุ้น 50.1% และจะใช้เงินประมาณ 580,000 ล้านเยน (ประมาณ 168,000 ล้านบาท) ในการซื้อหุ้นที่เหลือ การเข้าถือหุ้น 100% จะเปิดโอกาสให้อิโตชูดำเนินการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของร้านสะดวกซื้อรายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรผ่านการนำเครือข่ายจัดซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศของอิโตชู มาใช้ประโยชน์มากขึ้น นอกจากนั้น ทั้งสองยังจะเติมเต็มกันในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และการชำระเงินทางดิจิทัล โดยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับลูกค้าจะเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ...

หุ้นเอเชียร่วงตามดาวโจนส์ กังวลล็อกดาวน์หลังสหรัฐติดโควิดพุ่งทุบสถิติ

หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงตามวอลล์สตรีท นักลงทุนเริ่มหันมาให้น้ำหนักกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง หลังผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐพุ่งทำสถิติใหม่รายวัน และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์กล่าวว่านักลงทุนเริ่มกังวลว่ารัฐบาลอาจจะประกาศล็อกดาวน์รอบใหม่ ซึ่งจะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ดัชนีล่วงหน้า S&P/ASX 200 เปิดตลาดลดลง 0.41% ดัชนีนิเกอิล่วงหน้าขยับขึ้นเล็กน้อย 0.02% และดัชนีฮั่งเส็ง ลดลง 0.87% ขณะที่ดัชนีล่วงหน้า S&P 500 เพิ่ม 0.12% จากปิดตลาดเมื่อคืนนี้ ลดลง 0.56% ปิดที่ 3,152.05...

Related News

เศรษฐกิจไทยเสี่ยงเผชิญ ‘ภาวะเงินฝืด’?

ภาวะเงินเฟ้อของไทยติดลบต่อเนื่อง จนเกิดประเด็นที่ว่าเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ "ภาวะเงินฝืด"หรือไม่ แม้มีความเสี่ยงมากขึ้นว่าเศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับภาวะเงินฝืด เมื่อกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าขณะนี้เป็นภาวะเงินฝืดเชิงเทคนิค กระทรวงพาณิชย์ รายงานดัชนีผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ในเดือน พ.ค.63 อยู่ที่ 99.76 ลดลง -3.44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการหดตัวในรอบ 10 ปี 10...

‘ราคาน้ำมัน’ แพง ‘เงินเฟ้อพุ่ง’ นโยบายการเงินมีข้อจำกัด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านได้ยกระดับสูงขึ้น หลังการลอบสังหารนายพลกัสเซ็ม โซไลมานี ของอิหร่านในวันที่ 3 ม.ค.63 ส่งผลให้ ราคาน้ำมัน ดิบเบรนท์ในตลาดโลก ณ วันที่ 6 ม.ค.63 สูงขึ้น 7% แตะระดับ 70.5 เทียบกับสิ้นปี 62 ที่ 66 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล โดยสถานการณ์ความขัดแย้งดังกล่าวยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่า...

ธปท.เตือนเตรียมรับมือเศรษฐกิจ”ขาลง”

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินฉบับย่อ ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีมติ 5 ต่อ 2 ให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% อยู่ที่ระดับ 1.25% พร้อมเตือนให้เตรียมรับมือเศรษฐกิจชะลอตัว จากรายงานดังกล่าวระบุชัดว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวอย่าง "ชัดเจน"  โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้และต่ำกว่าศักยภาพมากขึ้น จากการส่งออกที่ลดลงซึ่งส่งผลไปสู่การจ้างงานและอุปสงค์ในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ภาวะการเงินโดยรวมยังผ่อนคลาย อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงและอัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในระดับต่ำ สภาพคล่องในระบบการเงินอยู่ในระดับสูง ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ด้านเสถียรภาพระบบการเงินได้รับการดูแลไปแล้วระดับหนึ่งแต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับสู่กรอบเป้าหมาย...

เงินเฟ้อเดือนต.ค.เพิ่ม0.11% ต่ำสุดรอบกว่า2ปี

ราคาน้ำมันร่วง ฉุดเงินเฟ้อเดือนต.ค.เพิ่มเล็กน้อย 0.11% ต่ำสุดรอบ 28 เดือน เฉลี่ย 10 เดือน ขยายตัว 0.74% เหตุราคาน้ำมันร่วงหนัก ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือนตุลาคม 2562 เทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อน สูงขึ้น 0.11%...

ธปท.ประเมินไตรมาส 3 เศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้นจากส่งออก-ท่องเที่ยวฟื้น

ธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทยช่วงไตรมาส 3 กลับมาขยายตัวดีขึ้นกว่าช่วงไตรมาส 2