ได้เวลา ออมดอลลาร์ช่วยชาติ เมื่อแบงก์ชาติรบอย่างโดดเดี่ยว ต่างชาติจึงลำพอง..!

Money2know ได้เวลา ออมดอลลาร์ช่วยชาติ เมื่อแบงก์ชาติรบอย่างโดดเดี่ยว ต่างชาติจึงลำพอง..!

บทความชุด : ออมดอลลาร์ช่วยชาติ กองทุนรวมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ตอนที่ 3  โดย Wealthmagic


 “ปัญหาเศรษฐกิจของไทย” “ความสามารถในการแข่งขันทางการค้าที่ลดลงเป็นผลพวงมาจากการสูญเสียอธิปไตยตลาดเงินไทยแก่มหาอำนาจ”  ถึงเวลาที่ไทยจะต้องร่วมทวงคืนอธิปไตยเหล่านี้กลับมา 

       ปัญญา จรรยารุ่งโรจน์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Global Markets ธนาคาร HSBC & Citibank  ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญด้านตลาดเงิน มีความผูกพัน และศึกษาเชิงลึกในตลาดเงินมากว่า 35 ปี หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Wealth Management System Limited อธิบายถึงรายละเอียดอธิปไตยตลาดเงินที่ไทยถูกลิดรอนจากมหาอำนาจ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ใน 4 เรื่องหลัก ที่ได้แก่

         เสียอธิปไตยอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange)

ค่าเงินบาทที่แข็งจนยากที่สินค้า และบริการของไทยจะแข่งขันในตลาดโลก ผลพวงจากนักเก็งกำไรต่างชาติที่ปั่นค่าเงินบาทได้ไม่ยาก ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ค่าเงินบาทของวันที่ 30 ธันวาคม ต่อเนื่องถึงวันที่31 ธันวาคม 2562 แข็งค่าขึ้นกว่า 1.3% ในเวลาชั่วข้ามคืนที่ไทยหยุดฉลองวันสิ้นปี

ออมดอลลาร์ช่วยชาติ

เสียอธิปไตย เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve)

นอกจากความได้เปรียบเหนือคนไทยด้านภาษีดอกเบี้ยหัก ที่จ่าย จากการถือครองพันธบัตรรัฐบาล ต่างชาติยังสามารถเข้ามาเล่นกับ Yield curve ของไทยได้โดยเสรีทั้งเงินสด (Cash) และตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) สะท้อนจากปริมาณธุรกรรมครึ่งปีหลังของปี 2562  ที่มีต่างชาติทำธุรกรรมอนุพันธ์ดอกเบี้ยรวม 650,000 ล้านบาท (โดยเก็งกำไรจากดอกเบี้ย : Non Deliverable IRS)

 ขณะที่ไทยทำธุรกรรมไว้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราดอกเบี้ยเพียง 100,000 ล้านบาท  ซึ่งต่างกันถึง 6 เท่า ส่งผลให้ไทยเสียความสามารถในการบริหารYield curve ของตัวเองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

        เสียอธิปไตย ดอกเบี้ยนโยบาย (Policy Rate)

เมื่อไทยไม่สามารถควบคุม Yield curve ได้ การกำหนดดอกเบี้ยนโยบายก็ย่อมมีปัญหา เพราะมักจะกำหนดให้สอดคล้องตามตลาดอนุพันธ์ที่ต่างชาติเป็นผู้เล่น แทนที่ประเทศไทยจะเป็นผู้ชี้นำตลาดด้วยดอกเบี้ยนโยบาย ท้ายที่สุดผู้ประกอบการ และนักลงทุนไทยก็จะเสียประโยชน์ และส่งผลกระทบถึงประสิทธิผลของการใช้นโยบายการเงินของไทย (Monetary Policy) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยปริยาย

        เสียอธิปไตย ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นจากพันธบัตรรัฐบาล (Credit Spread)

15 ปีที่ผ่านมา ไทยได้สะสมเงินออมส่วนเกินจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงถึง 230,000 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน เรายังได้สะสมเงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นถึง 200,000 ล้านดอลลาร์ ดังนั้น ไทยจึงมีฐานะทางการเงินระหว่างประเทศที่มั่นคงมาก เป็นประเทศเจ้าหนี้ เพราะมีดอลลาร์มากกว่าหนี้ดอลลาร์ภาคเอกชน 

ออมดอลลาร์ช่วยชาติ

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ดอลลาร์ของไทยถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์มั่นคงสูง ผลตอบแทนจึงต่ำ เช่น พันธบัตรอเมริกา  ขณะที่ภาคเอกชนต้องกู้เงินดอลลาร์และจ่ายดอกเบี้ยที่สูงกว่า หากนำเงินออมดอลลาร์ส่วนเกินเหล่านี้มาปล่อยกู้ให้ธุรกิจเอกชนไทยโดยตรง เงินดอลลาร์ และปริมาณธุรกรรมการเงิน ก็จะหมุนเวียนอยู่ในประเทศไทย จะเป็นการพัฒนาตลาดเงินไทยให้แข็งแกร่งขึ้น

สร้างรายได้ สร้างงานภาคการเงิน ปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางการเงินและการเป็นผู้นำในภูมิภาค CLMVT  และด้วยเงินออมส่วนเกินมหาศาลนี้ จะทำให้เราอยู่ในฐานะผู้เขียนกฎเกณฑ์การเงินภูมิภาคนี้  ดังเช่น มหาอำนาจที่ออกแบบและเขียนกฎระบบการเงินโลก เพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับตนเอง

        ยุทธวิธีทวงคืนอธิปไตยกลไกตลาดเงินตลาดทุนไทย ดังกล่าวข้างต้น คือ การสร้างรากฐานที่เข้มแข็งทางการเงินและความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ จึงห้ามปล่อยให้แบงก์ชาติเป็นด่านหน้ารบอยู่เพียงลำพัง แต่ต้องรวมพลังทั้งภาครัฐและเอกชน ขจัดภัยสงครามรูปแบบใหม่ ที่เริ่มจากโจมตีค่าเงินโดยมหาอำนาจที่ออกแบบกติกาที่ได้เปรียบมาช้านาน ต้องใช้ กระสุนเงินออมไทยที่มีอยู่มหาศาลอย่างชาญฉลาด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับคนในชาติ

        ยุทธศาสตร์ของการใช้เงินออมในการต่อสู้ครั้งนี้ คือ

เงินออม จักรกล เพื่อพัฒนา และกระสุนปกป้องชาติไทยจาก สงครามรูปแบบใหม่ สงครามที่โจมตีผ่านการค้าค่าเงินโดยเสรี”  สมเกียรติ ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WealthMagik

       ให้คนไทยเป็นผู้กำหนดทิศทางค่าเงินบาทที่เหมาะสมเอง หมายถึง การไม่ปล่อยให้ต่างชาติเข้ามารุกราน ค่าเงินบาทได้ง่าย อย่างที่ผ่านมา ด้วยการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน คือ ให้ความสำคัญกับการแก้ที่โครงสร้างของปัญหา ซึ่งก็คือ ค่าเงินบาทที่แข็งเกินความจำเป็น ต้องปรับมาตรการที่เอื้อให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนอย่างเสรีให้รัดกุมขึ้น มีการกรองให้เหมาะสมมากขึ้น เลิกยึดติดกับแนวความคิดเดิม ในยุคที่ประเทศขาดเงินออมที่ต้องจำยอมรับเงื่อนไขการเปิดเสรีให้ต่างชาติ

        ในช่วงวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด -19 มีเงินตราต่างชาติไหลออกจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก จึงเป็นโอกาสดีที่จะรีบวางและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ เพื่อเตรียมรับมือการเก็งกำไรระรอกใหม่ 

        ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปรับการรบแบบใหม่ ปรับกลยุทธ  “การแทรกแซงเพื่อลดความผันผวนทั้งในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน และตลาดพันธบัตรรัฐบาลเพื่อมุ่งป้องกันไม่ให้เก็งกำไรจากการโจมตีค่าเงินบาทได้ง่ายๆ ต้องเพิ่มความเสี่ยงให้นักโจมตีค่าเงินต่างชาติ และลดข้อเสียเปรียบของยุทธวิธีปัจจุบัน 

        ด้วยที่เม็ดเงินในระบบการเงินไทยมีมากกว่าเงินของนักโจมตีค่าเงินต่างชาติมาก ไทยต้องเลิกเป็นเบี้ยล่าง ต้องรีบทวงคืนอธิปไตยกลไกตลาดเงินกลับมาโดยไม่ชักช้า ใช้กระสุนเงินออมที่เรามีมากกว่ามาก ใช้องค์ความรู้ระบบเศรษฐกิจไทยที่เหนือกว่าจำเป็น ต้องมีนโยบายภาครัฐที่หนุนช่วยยุทธศาสตร์สงครามรูปแบบใหม่ สงครามการเงิน ที่แพ้ไม่ได้ เป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนในประเทศจักต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพราะเดิมพันสูงด้วยอนาคตของลูกหลานไทย

        การรักษาค่าเงินให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสมจะเอื้อให้ไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลก นำมาซึ่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลแพ้ชนะของสงครามรูปแบบใหม่ สงครามค่าเงินที่มุ่งรบทางเศรษฐกิจจึงสำคัญอย่างยิ่งยวด จึงไม่ใช่ภาระของแบงก์ชาติหน่ายงานเดียว ค่าเงินบาทจะต้องสอดคล้องกับดัชนีค่าเงินบาท (NEER) ในระดับ 38.50 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐและดัชนีค่าเงินที่แท้จริง (REER) ที่ 35 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ ไม่ใช่อยู่ที่ 30 – 31 บาท ต่อดอลลาร์สหรัฐ อย่างที่เคยเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี2562 

ออมดอลลาร์ช่วยชาติ

ใช้เงินออมสร้างการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ (Efficient frontier) ของประเทศไทย

จุดอ่อนของตลาดหุ้นไทย กล่าวคือ การถูกครอบครองโดยนักลงทุน ชนชั้น Elite ที่มีอยู่ไม่กี่แสนคน จากพลเมือง 60 กว่าล้านคน โดยหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนี้ เพราะประเทศไทยยังไม่มีการพัฒนา “ตราสารการลงทุนที่หลากหลายสำหรับคนทั่วไป เพื่อการกระจายความเสี่ยงที่แต่ละบุคคลพึงรับได้ ทำให้ประชาชนต้องแสวงหาการลงทุนรูปแบบอื่น เช่น แลกธนบัตรของต่างประเทศเก็บไว้ หรือการซื้อทองคำ ซึ่งเป็นการลงทุนที่ไม่เอื้อต่อการนำเงินออมมาพัฒนาประเทศแถมก่อปัญหา

        ปัจจุบันการที่กำหนดราคาซื้อขายทองเป็นสกุลเงินบาท จากราคาทองอ้างอิงที่ใช้สกุลเงินดอลลาร์ ทำให้เงินบาทผันผวนไปกับทองคำโดยไม่จำเป็น จึงควรให้คนไทยสามารถ ซื้อ / ขายทองคำเทียบกับดอลลาร์โดยตรง ไม่ต้องแปลงเป็นเงินบาททันที ถ้าเจ้าของทองไม่ชอบดอลลาร์ จึงค่อยเปลี่ยนเป็นบาท ก็จะช่วยลดความผันผวนของค่าเงินไทย จากการกำหนดราคาทองเป็นเงินบาท 

        การจัดตั้งให้มีกองทุนออมดอลลาร์ในประเทศไทย จะเป็นทางออกที่ช่วยตัดวงจรปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจนไทยต้องเสียอธิปไตยทางการเงินอย่างที่ผ่านมา โดยใช้วิธี ออมดอลลาร์ช่วยชาติ

        ถึงเวลาที่นักบริหารกองทุนเงินออมในประเทศ ควรเปิด กองทุนเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์  ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำกว่ากองทุนหุ้น ช่วยผู้ออมกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน บริหารการซื้อขายค่าเงินอย่างมืออาชีพ เกิดผลตอบแทนที่คุ้มค่า และช่วยนักลงทุนรายย่อยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินด้วยอัตราที่สูงในระบบธนาคาร (Bid / Offer Spread) สามารถเก็บเงินออมไว้ในประเทศแทนที่จะส่งออกเงินออมของไทยไปพัฒนาเศรษฐกิจนอกประเทศ

โดยกองทุนออมดอลลาร์นี้จะทำหน้าที่คล้ายกับเงินถุงแดงของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ที่เคยช่วยชาติให้รอดพ้นวิกฤติจากมหาอำนาจฝรั่งเศสมาแล้ว ภาครัฐจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการผลักดัน และส่งเสริมให้ กองทุนออมดอลล่าร์เงินออมถุงแดงภาคเอกชน เป็นเสาหลักการพัฒนาและปกปักษ์รักษาประเทศในยุค 4.0 อีกครั้ง

        อดีตต้องจดจำ ฝรั่งเคยรังแก วันนี้เราได้ดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมาก ควรน้อมรับพระราชดำริ เงินถุงแดง” อันประเสริฐของล้นเกล้ารัชกาลที่ 3 เป็นแนวทาง โดยการเก็บสะสมเงินออมไว้ไถ่บ้านไถ่เมืองในอนาคตด้วยการ จัดตั้ง กองทุนออมดอลลาร์ในประเทศ อาวุธใหม่ ง่าย แต่ทรงพลัง

        นั่นคือ ทางรอดเศรษฐกิจไทย คือ ทวงคืนอธิปไตยกลไกตลาดเงิน ตลาดทุนไทย จากมหาอำนาจ ต้องเป็นหน้าที่ของคนในชาติ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราปล่อยให้แบงก์ชาติรบอย่างโดดเดี่ยว ต่างชาติจึงลำพอง..! ถึงเวลาที่เราต้อง ออมดอลลาร์ช่วยชาติ กันแล้ว

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : QE ยาแรงนอกตำราที่เป็นทั้งเทวาและซาตาน

นเรศ เหล่าพรรณราย BTFIN1https://www.blockdit.com/users/5b1c11b547c79862c9a3d6b3
บรรณาธิการการเงิน Business Today ,15 ปี ในวงการสื่อด้านเศรษฐกิจ ประสบการณ์ปั้นฟินเทคสตาร์ทอัพด้าน Wealth Management ชื่นชอบใน Blockchain และ Digital Money
Advertisement

วายแอลจี แนะนักลงทุนปรับกลยุทธ์รับมือส่วนต่างซื้อ-ขายทองแท่งเพิ่มเป็น300บ.

วายแอลจี วิเคราะห์ประเด็นส่วนต่างการซื้อ-ขายทองคำแท่งเพิ่มเป็น 300 บาท จากเดิมอยู่ที่ 100 บาทเป็นไปตามส่วนต่างราคาทองคำแท่งในตลาดโลกที่กว้างขึ้น

4 ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ Cryptocurrency และ Blockchain

การที่ Cryptocurrency พยายามเปลี่ยนแปลงระบบการเงินรูปแบบเก่าที่ยังยึดติดกับสถาบันทางการเงิน ไม่ได้หมายความว่าคริปโทเคอร์เรนซีจะเข้ามาแทนที่เงินตราโดยสิ้นเชิง

ทำไม COVID-19 จะฉุดเศรษฐกิจไทยลบหนักกว่าวิกฤตครั้งก่อนๆ

เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัวมาตั้งแต่ก่อน COVID19 แล้ว จากปัจจัยเชิงโครงสร้างและความอ่อนแอของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้วิกฤตรอบนี้หนักกว่าที่ผ่านมา

โคเซ่ เฟอร์นิเจอร์ รับกระแส Social Distancing แจกแพกเกจดู Netflix ฟรีถึงสิ้นปี

โคเซ่  แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมสัญชาติไทย พร้อมสนับสนุนแนวทาง Social Distancing และ Work From Home แจกแพกเกจดู Netflix HD ฟรี

สร้าง “คนพันธุ์ดิจิทัล” คุณภาพคับแก้ว กับโครงการ “The Digital Work” โดย TeC

จะดีกว่าไหม? ถ้ามีคนหากำลังพล"คนสายดิจิทัล"ให้คุณแบบ"คุณภาพคัดสรรจัดเต็ม" กับโครงการ The Digital Work โดย TeC มาทันใจกับการสู้วิกฤติไวรัสโคโรนา COVID-19 จะเห็นได้เลยว่าการโฆษณาและโปรโมทสินค้าหรือบริการต้องทำผ่าน "Digital หรือ Online Channels" เท่านั้น ดังนั้นธุรกิจเราต้องรอดในทุกโอกาส บทบาทของพนักงาน ทีมงาน กำลังพลด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งจึงมีความสำคัญมากอย่างเห็นได้ชัด หากคุณคือบริษัทที่ต้องการกำลังพลด้านดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นสาย Digital marketing, Online...

ไขข้อสงสัย Work from Home อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ

เทรนด์การทำงานแบบใหม่อย่างการทำงานจากบ้าน (Work from home) หรือทำงานจากข้างนอกในระยะไกล (Remote working) เริ่มเป็นที่แพร่หลายและมีบทบาทในองค์กรหรือบริษัทฯต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะทั้งในต่างประเทศหรือในประเทศไทยเองก็ตาม โดยการทำงานอย่างยืดหยุ่น ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่จะช่วยให้พนักงานสามารถใช้ความคิดได้อย่างเต็มที่ ตลอดจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานไห้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม -ไมโครซอฟท์ แนะแนวทางปรับตัวก่อน PDPA บังคับใช้ 27 พ.ค....

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -