เริ่มแล้ว 7 แบงก์ ให้บริการใหม่ เปิดบัญชีเงินผ่านโมบาย แบงก์กิ้ง 20 นาทีจบ

Money2know เริ่มแล้ว 7 แบงก์ ให้บริการใหม่ เปิดบัญชีเงินผ่านโมบาย แบงก์กิ้ง 20 นาทีจบ

รู้กันหรือยังว่า ตั้งแต่วันที่ 6 .. 2563 เป็นต้นไป ธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง จะเริ่มให้บริการเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารผ่านช่องทางดิจิทัลแล้ว นำโดยโมบายแบงก์กิ้ง ซึ่งดำเนินการเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งฉีกจากรูปแบบเดิมๆที่ใช้เวลาเดินทางไปเปิดบัญชีใหม่ที่สาขาของแบงก์ และต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะเปิดบัญชีเรียบร้อย


คงจำกันได้เวลาจะเปิดบัญชีเงินฝากกับแต่ละธนาคาร  จะต้องเดินทางไปที่สาขา และมีขั้นตอนการเปิดบัญชีที่ต้องกรอกข้อมูลประวัติส่วนตัว เซ็นเอกสารต่างๆจำนวนไม่น้อย และต้องแสดงบัตรประชาชน ซึ่งพนักงานแบงก์ จะใช้ตา มองตรวจสอบใบหน้าลูกค้าคนนั้นๆ เปรียบเทียบกับบัตรประชาชน ว่าเป็นคนเดียวกันจริงๆ ถือเป็นกระบวนที่มีโอกาสเกิดความผิดพลาดเกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน หรือจากการปลอมแปลงตัวตนและเอกสารได้  ขณะที่ใช้ระยะเวลาดำเนินนานราว 1 ชั่วโมงกว่าจะดำเนินการเปิดบัญชีเรียบร้อย

ขณะที่ในอดีตได้เกิดคดีการทุจริตจากการเปิดบัญชีด้วยการใช้บัตรประชาชนปลอม และใช้บัญชีนี้ทำธุรกรรมทางการเงินผิดกฏหมายกระบวนการเปิดบัญชีผ่านช่องทางดิจิทัลจะเข้ามาแก้  pian pionts ให้แก่

ลูกค้าที่ต้องเปิดบัญชีเงินฝากกับหลายๆ ธนาคาร ทั้งเรื่องการปลอมแปลงตัวตนและเอกสารมาทำธุรกรรมทางการเงิน และการใช้เวลาเพื่อเดินทางไปสาขาเพื่อเปิดบัญชี ทำให้บางกลุ่มเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน

โดยเมื่อเร็วๆนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดให้ธนาคารพาณิชย์เริ่มทดสอบการให้บริการเปิดบัญชีเงินฝาก ผ่านช่องทางดิจิทัล โดยใช้การพิสูจน์และยืนยันตัวตนข้ามธนาคารผ่านแพลตฟอร์ม เนชั่นแนลดิจิทัล ไอดี หรือ NDID ในวงจำกัด ภายใต้ Regulatory Sandbox ของ ธปท. เริ่มตั้งแต่วันที่ 6  .. นี้

นางสาวสิริธิดา พนมวัน อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชาระเงินและเทคโนโลยี ทางการเงิน ธปท. ระบุว่า ประชาชนจะสามารถเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารแห่งใหม่ได้ ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน โดยใช้การพิสูจน์และยืนยันตัวตนจากธนาคารที่ตนเองเคยมีบัญชีเงินฝาก ด้วยเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ซึ่งเป็นการยกระดับ กระบวนการรู้จักลูกค้าของตน หรือ KYCให้มีความปลอดภัย ป้องกันการถูกปลอมแปลงหรือบุคคลอื่นสวมรอยมาเปิดบัญชี  ซึ่งจะใช้เวลาเพียง 20 นาที เท่านั้น

สำหรับหลักการการยืนยันตัวตนผ่านระบบ NDID  คือ  เมื่อลูกค้าได้ทำการยืนยันตัวตนโดยได้มีการถ่ายรูปไว้ที่ธนาคารใดแล้ว หากลูกค้ามีความต้องการที่จะใช้บริการกับธนาคารอื่น เช่น การเปิดบัญชี ลูกค้าก็ไม่จำเป็นต้องเอาเอกสารไปที่ธนาคารใหม่ แต่ใช้ระบบ NDID เพื่อบอกธนาคารใหม่ ว่าให้ไปใช้ข้อมูลจากธนาคารเดิมที่ลูกค้าได้ยืนยันตัวตนไว้ก่อนแล้ว

ยกตัวอย่าง ลูกค้ามีบัญชีที่ธนาคาร A และเคยถ่ายรูปไว้แล้ว หากต้องการไปเปิดบัญชีที่ธนาคาร B ลูกค้าสามารถทำผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น ของธนาคาร B และให้ธนาคาร B ไปขอข้อมูลจากธนาคาร A ที่ได้มีการยืนยันตัวตนไว้แล้ว เมื่อได้ข้อมูลจากธนาคาร A ก็สามารถเปิดบัญชีที่ธนาคาร B ได้สมบูรณ์

ส่วนกรณีที่ลูกค้ายังไม่ได้ปรับปรุงข้อมูลและถ่ายรูปไว้ที่ธนาคารที่ใช้บริการอยู่เดิมนั้น  จะยังไม่สามารถยืนยันตัวตนผ่านระบบนี้ได้  ดังนั้นคุณจะต้องไปดำเนินการปรับปรุงข้อมูลและถ่ายรูปกับธนาคารเดิมก่อน จึงจะใช้บริการได้เมื่อต้องการเปิดบัญชีกับธนาคารใหม่บนช่องทางโมบายแอปพลิเคชั่น

ทั้งนี้ กระบวนการรู้จักลูกค้า  KYC  จะทำงานบนแพลตฟอร์ม  NDID  จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแลกเปลี่ยนข้อมูล KYC ข้ามแบงก์ด้วยกัน ซึ่งลูกค้าจะได้รับความปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเดินทางมาแสดงตนที่สาขา และลดการกรอกข้อมูลซ้าซ้อน

NDID

สำหรับผู้ให้บริการรอบแรกมีธนาคารพาณิชย์ 6 แห่ง ที่เริ่มให้บริการแล้ว ได้แก่

1 ธนาคารกรุงเทพ 

2 ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

3 ธนาคารกสิกรไทย

4 ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย

5 ธนาคารทหารไทย

6 ธนาคารไทยพาณิชย์

โดยธนาคาร 6 แห่ง จะกำหนดช่วงเวลาการเปิดให้บริการผ่านดิจิทัล แตกต่างกันในแต่ละธนาคาร ส่วนการยืนยันตัวตน  ธนาคาร 5 แห่ง จะให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ยกเว้นธนาคารไทยพาณิชย์ กำหนดช่วงเวลา 7.00-22.30 .

นอกจากนี้ ธนาคารกรุงไทย จะเริ่มเปิดให้บริการวันที่ 14 .. 2563 นี้ หลังจากนั้น ธนาคารต่างๆที่มีความพร้อมจะทยอยเปิดให้บริการต่อไป

อย่างไรก็ตาม ธปท. จะมีการประเมินผลการให้บริการอย่างใกล้ชิด ก่อนเปิดให้ใช้บริการในวงกว้าง  โดยจะมีการเปิดให้บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บริษัทประกัน เข้าทดสอบด้วย ภายใต้ Regulatory Sandbox ของ ธปท.  ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าประมาณช่วงไตรมาส 2-3 นี้

ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม NDID เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อระหว่างหน่วยงานที่เป็นสมาชิกในการ พิสูจน์และยืนยันตัวตนของลูกค้าระหว่างกัน โดยลูกค้าที่ใช้บริการ ต้องให้ความยินยอม แพลตฟอร์ม NDID มีส่วนสาคัญที่จะทำให้การทำรายการหรือสมัครใช้บริการต่าง ผ่านช่องทางดิจิทัล ทั้งบริการทางการเงิน และบริการของภาคธุรกิจและภาครัฐสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น

การให้บริการเปิดบัญชีเงินฝากบนช่องทางโมบายแอปฯถือเป็นอีกก้าวสำคัญของระบบบริการทางการเงินของประเทศไทยที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสังคมไร้เงินสด

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง :12 เรื่องจริงของ National Digital ID มีไปทำไม แล้วคนไทยได้อะไร??

นเรศ เหล่าพรรณราย BTFIN1https://www.blockdit.com/users/5b1c11b547c79862c9a3d6b3
บรรณาธิการการเงิน Business Today ,15 ปี ในวงการสื่อด้านเศรษฐกิจ ประสบการณ์ปั้นฟินเทคสตาร์ทอัพด้าน Wealth Management ชื่นชอบใน Blockchain และ Digital Money
Advertisement

FINNOMENA สตาร์ตอัพระดับ 1.5 พันล้าน ยืนหนึ่ง Wealth Management

FINNOMENA สตาร์ตอัพระบบจัดการเรื่องการลงทุน หรือ Wealth Management Platform ระบบ Hybrid Robo ใช้เทคโนโลยี Robo Advisor ระบบจัดการการลงทุนอัตโนมัติ และมีคนเข้ามาช่วยจัดการกับลูกค้าที่มียอดเงินฝากสูงกว่า 1 ล้านบาท แซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ...

กลุ่มบริษัท ช.การช่าง ร่วมมอบเงินจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด19

ดร.สุภามาส ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารบริษัท       ในเครือ ร่วมมอบเงินให้แก่คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จำนวนเงิน 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาทถ้วน) โดยมีศาสตราจารย์ นายแพทย์ พรชัย สิมะโรจน์...

มูลนิธิตลาดยิ่งเจริญ มอบเงิน 2 ล้านบาทเพื่อผู้ป่วยโควิด-19

นางสาวณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานมูลนิธิตลาดยิ่งเจริญ และประธานกรรมการบริหารตลาดยิ่งเจริญ ในนามผู้จัดโครงการ “วิ่งติดปีก แชริตี้รัน” บริจาคเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาล ได้มอบเงินรายได้เฉพาะค่าสมัครจากผู้ร่วมแข่งขันในโครงการ “วิ่งติดปีก แชริตี้รัน” จำนวน 2 ล้านบาท โดยยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นให้กับกรมแพทย์ทหารอากาศ เพื่อโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช และโรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) ผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช นำไปจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงการพยาบาลอื่นๆ ร่วมในโครงการ “ โรงพยาบาลของพ่อ...

สำรวจตลาดหุ้นทั่วโลกเสียหายไปเท่าไรในไตรมาสแรกกับไวรัสโควิด-19

ไตรมาสแรกของปีนี้ถือเป็นช่วงเวลาสามเดือนที่เลวร้ายที่สุดของโลกการเงิน จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้สินทรัพย์การลงทุนทั่วโลกถูกเทขายอย่างหนักจนสร้างสถิติใหม่ (ที่ไม่น่าจดจำซักเท่าไหร่) ตลาดหุ้น ทั่วโลกเข้าสู่สภาวะหมีอย่างเต็มตัว อ้างอิงจาก CNBC ตลาดหุ้น สหรัฐฯได้สิ้นสุดการเป็นตลาดขาขึ้น (Bullish) ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 11 ปี ในวันที่ 12 มีนาคม 2563 ราคาน้ำมันร่วงแรงจนทำจุดต่ำสุดในรอบ 17 ปี และอื่น ๆ อีกมากมาย ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯอย่าง Dow Jones...

แอดไวซ์ รับนโยบาย Work from Home เปิดบริการซ่อม-เคลม ถึงบ้าน

แอดไวซ์ ส่งบริการ รับเคลม ซ่อมด่วน ถึงบ้านลูกค้า เพิ่มความสะดวก-สบาย-ไม่ต้องเดินทาง พร้อมผลักดันช่องทางออนไลน์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการช้อป รับมือสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 -Cisco เอาใจคน Work From Home เปิดให้ใช้ Webex ฟรี...

“ออมสิน”พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย 3 เดือน ลูกหนี้โดนผลกระทบไวรัสโควิด-19

 “ออมสิน”พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย 3 เดือน ลูกหนี้โดนผลกระทบไวรัสโควิด-19 เริ่ม 1 เม.ย.-30 มิ.ย.63 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม โดยที่รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในทุกมิตินั้น ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มอบนโยบายให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ในการช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อเป็นการเพิ่มเติม ด้วยโครงการช่วยเหลือด้านสินเชื่อสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -