ส่อง “กอง REIT ลงทุนอสังหาฯ” ผลตอบแทนสม่ำเสมอ หนีพิษดอกเบี้ยขาลง-โลกผันผวน

Money2know ส่อง “กอง REIT ลงทุนอสังหาฯ” ผลตอบแทนสม่ำเสมอ หนีพิษดอกเบี้ยขาลง-โลกผันผวน

ช่วงนี้นักลงทุนที่เหนื่อยหน่ายกับการลงทุนหุ้นที่ขึ้นลงแบบ sideway ทำกำไรยาก  ขึ้นทุกวัน  ทำไมไม่ลองหันมามองกองทุนรวมต่างๆที่ลงทุนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์กันดูบ้าง นั่นคือกอง REIT

ยิ่งช่วงนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ต่างเสิร์ฟเมนูกองทุนรวมที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯให้เลือก ซึ่งมีทั้งลงทุนอสังหาฯในประเทศและต่างประเทศด้วย ถือเป็นการกระจายพอร์ตลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆมากขึ้น

ในสายตาผู้จัดการกองทุน ที่ปรึกษาการลงทุนของ บลจ. ต่างๆ มองทิศทางเดียวกันว่า มีปัจจัยบวกที่หนุนกองทุนที่เกี่ยวกับอสังหาฯคือ

1.ผลกระทบจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ฉุดเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และหลายประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย

2 การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย  ทำให้อาจเข้าสู่ภาวะดอกเบี้ยขาลง  ปัจจุบัน ธนาคารกลางของประเทศต่างๆ มีการปรับ”ลด”อัตราดอกเบี้ยนโยบายดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ นำโดยพี่ใหญ่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” หรือเฟด ที่ลดติดต่อกัน 2 ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกลับหลังหันทั้งๆก่อนหน้านี้เพิ่งขึ้นไป 4 ครั้งติดต่อกันตั้งแต่ปีที่แล้ว หรือแม้แต่ธนาคารกลางของยุโรป ก็เช่นกัน เป็นต้น

3. ความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลก ส่งผลให้หาผลตอบแทนได้ยากขึ้นและมีความเสี่ยงสูงขึ้น ขณะที่ผลตอบแทนของพันธบัตรอยู่ระดับต่ำ

4. การลงทุนในกองทุนอสังหาฯและREIT  ช่วยปกป้องความเสี่ยงจากภาวะดอกเบี้ยขาลง เพราะให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอในระยะยาว โดยข้อมูลจากบลจ. กรุงไทย ระบุว่า  ปัจจุบัน อัตราเงินปันผลของกองทุนรวมอสังหาฯและREIT   ซึ่งมากกว่าการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ที่ปัจจุบันอยู่ที่ 1.84% นอกจากนี้ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา กองทุนรวมอสังหาฯ และ REIT ของไทยมีอัตราการจ่ายเงินปันผลเฉลี่ยปีละ 5.87%

5. ระดับราคาREITน่าสนใจเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต

6.อสังหาฯจดทะเบียนในปัจจุบัน มีราคาถูกกว่าอสังหาฯนอกตลาด

มาดูมุมมองของ  นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ หัวหน้าที่ปรึกษาการลงทุนทิสโก้เวลธ์ ธนาคารทิสโก้ ฉายภาพเศรษฐกิจโลก ว่า สัญญาณเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า เริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆหลังจากที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี  นำโดยเศรษฐกิจสหรัฐที่ใหญ่ที่สุดของโลก ตามด้วยจีน และแม้แต่เยอรมันที่มีเศรษฐกิจใหญ่สุดในยูโรโซน  ก็เริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และการชะลอต้วด้านความต้องการบริโภคของโลก

ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจโลก ปี 2562 ลดลงเหลือ 3.3%จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 3.6%

“ขณะที่ในช่วงไตรมาส 2ที่ผ่านมา เศรษฐกิจของเยอรมัน หดตัว และมีแนวโน้มจะหดตัวต่อในไตรมาส 3 นี้ นอกจากนี้เศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงเรื่องผลความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนในการเจรจา Brexit รออยู่ข้างหน้า ขณะที่ราคาหุ้นทั่วโลกตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน กลับปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากราว  15-20% สวนทางกับการคาดการณ์ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะชะลอตัวลง”

นายณัฐกฤติ  ชี้ข่องทางลงทุนว่าREIT จะได้รับประโยชน์จากกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอและการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่ โดยข้อมูลจากผลการวิจัยขององค์การสหประชาชาติ บ่งชี้ว่า ภายในปี 2593 หรืออีก 31 ปีข้างหน้า ประชากรโลกจะอาศัยอยู่ในเมืองหลวงและเขตหัวเมืองใหญ่เพิ่มเป็น 68.36% จากปี 2493 อยู่ที่ระดับ 29.61% นำโดยสหรัฐ ญึ่ปุ่น ดังนั้นจึงมองว่า กระแสการย้ายถิ่นฐานดังกล่าวจะส่งผลบวกโดยตรงต่อราคาและความต้องการเช่าพื้นที่ของอสังหาฯ ทำให้ค่าเช่าในภาพรวมเติบโตสูงขึ้น

สำหรับการจัดพอร์ตลงทุนในกองทุนรวมหรือ REIT ขณะนี้มีหลายบลจ. เดินหน้าออกไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆทั่วโลก หวังเพิ่มโอกาสรับรายได้ค่าเช่าต่างๆ ซึ่งจะเป็นผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุน อย่างสม่ำเสมอ แต่อย่างไรก็ตาม การลงทุนในกองอสังหาฯ เหล่านี้ต้องเข้าใจด้วยว่าเป็นการลงทุนระยะยาว 

ดังนั้นการจะเลือกกองทุนใด จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลไส้ในการลงทุนของกองทุนต่างๆให้ดีก่อน เพราะหากไปลงทุนต่างประเทศ เราคงไม่สามารถมอนิเตอร์อสังหาฯที่ลงทุนอยู่ใยต่างประเทศได้แ้วยตัวเอง นอกจากให้ผู้จัดการกองทุนเป็นบริหารความเสี่ยงและโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี

ส่วนกองอสังหาฯก็จะมีหลักการลงทุนคล้ายกับหุ้น  นั่นคือ มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงก็มีความเสี่ยงระดับสูงเช่นกัน ใครมี่ลงทุนแล้ว หรือกำลังมองหาการลงทุน จะต้องคำนึงถึงหลักการนี้เป็นสำคัญ มาดูไส้ในของกองทุนต่างๆกัน

มาเริ่มกันที่บลจ.บัวหลวง ส่งกองทุนเปิดบัวหลวงอินคัม (B-INCOME) ที่ช่วงนี้มีการทำโปรโมชั่นน่าสนใจคือ เมื่อซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-30 ธ.ค. 2562 ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนที่ปกติเรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 1%ของมูลค่าซื้อขาย และใช้เงินลงทุนต่ำมากเริ่มต้นที่ 500 บาทก็สามารถลงทุนได้ 

สำหรับกอง B-INCOME มีความเสี่ยงระดับ 5 เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง ซึ่งไส้ในของกองทุน  B-INCOME  จะมีการลงทุนตั้งแต่ ตราสารหนี้ ตราสารทุน หน่วยลงทุนของกองทุนรวม อาทิ กองทุนรวมอสังหาฯ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาฯ  (REITs)  แม้แต่กองทุนรวม ETF ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ลงทุนด้วย 

ช่วยให้บาลานซ์การลงทุนรับกับสถานการณ์ เพราะหากสินทรัพย์ไหนมาแรง ก็ให้น้ำหนักลงทุน หากสินทรัพย์ไหนเทรนด์กำลังขาลงก็ปรับลดลง เรียกว่า จัดพอร์ตกระจายความเสี่ยงได้ค่อนข้างคล่องตัวในแต่ละช่วงเวลา อีกทั้งกองทุนนี้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้ด้วย  

ด้านผลดำเนินงานของกองทุน B-INCOME ในอดีต ชนะเกณฑ์มาตรฐาน (เบนซ์มาร์ก) หมดทุกช่วงเวลา โดยผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงปัจจุบัน ณ 31 ก.ค. 2562 (YtD) 6.42% และในช่วง1 ปีย้อนหลัง 6.42%  ส่วนตั้งแต่ตั้งกองทุนถึง ปัจจุบันเฉลี่ย 4.25%ต่อปี

ฝั่งบลจ. กรุงศรี  เสนอกองทุนเปิดกรุงศรีโกล บอลพร็อพเพอร์ตี้ (KFGPROP) มีความเสี่ยงสูงระดับ 7 โดยจะเข้าไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ  Janus Henderson-Global Real Estate Fund,Class I $ Inc สัดส่วน 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ(NAV) กองทุนหลักนี้จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนใน REITs และอสังหาฯทั่วโลก ซึ่งรายได้จะเป็นค่าเช่าและส่วนต่างกำไรของมูลค่าอสังหาฯที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น 

นอกจากนี้ผลพวงของการเติบโตของ อีคอมเมิร์ซ ที่ช่วยหนุนโลจิกสติกส์และคลังสินค้า  ความก้าวหน้าทางอินเตอร์เน็ต ทำให้ต้องมี Data Centre มากขึ้น ซึ่งบริษัทที่ให้บริการ Data Centre จึงมีโอกาสเติบโตสูงล้อไปกับโลกดิจิทัลยุคปัจจุบัน ดังนั้นจึงมีศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต

ทั้งนี้ กองทุน KFGPROP ได้ทำป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน90%ของมูลค่าการลงทุนในต่างประเทศแล้ว

ด้านผลตอบแทนของกองทุน KFGPROP ในช่วงต้นปีถึง 31 ส.ค.62 กระโดดขึ้นสูง 20.49% แต่หากย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ระดับ 11.36% และตั้งแต่ตั้งกองทุนมาถึงปัจจุบัน เฉลี่ย 1.75%ต่อปี

มาดูอีกกองทุนของบลจ. ทิสโก้  ชื่อ “กองทุนเปิด ทิสโก้  โกลบอล รีท”  หรือ TGREIT ซึ่งมีความเสี่ยงระดับ 8 เสี่ยงสูงมาก เนื่องจากการลงทุนกระจุกตัวอยู่ในหมวดพัฒนาอสังหาฯ ขณะเดียวกันก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงเช่นกัน โดยกองทุน  TGREIT นี้จะเข้าไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักที่อยู่ต่างประเทศ ชื่อว่า “B&I Global Real Estate Securities  Fund (UCITS)  ชนิดหน่วยลงทุน S”  สัดส่วนราว 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุนTGREIT

ทั้งนี้ กองทุน UCITS มีนโยบายจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาฯและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอสังหฯทั่วโลก โดยจะเน้นลงทุนในประเทศพัฒนาแล้ว ได้แก่  สหรัฐ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี      ประเทศอื่นๆในทวีปยุโรป ญี่ปุ่น สิงคโปร์  ฮ่องกง ออสเตรเลีย พร้อมกับมีการทำป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ผลตอบแทนของกอง UCITS ชนิดหน่วยลงทุน S ณ วันที่ 31 ก.ค. 62 ผลตอบแทนอยู่ที่ 20.76% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุน  ถึง 31 ก.ค. 62 ผลตอบแทนรวมอยู่ที่ 38.85%

อย่างไรก็ตาม กองทุน  TGREIT ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล และหากสนใจลงทุนจะต้องติดต่อผ่านเครือทิสโก้ ซึ่งกำหนดอัตราลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท

ส่วนอีกกองทุนมาจากบลจ. กรุงไทย เสนอ กองทุนเปิดกรุงไทย พร็อพเพอร์ตี้ แอนด์ อินฟราสตรัคเจอร์ เฟล็กซิเบิ้ล (KT-PIF) ซึ่งมีความเสี่ยงระดับ 8 (เสี่ยงสูงมาก) โดยจะมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์และทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาฯ รวมทั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีพื้นฐานดี โดยไส้ในของกองทุนนี้ เข้าไปลงทุนใน Property Fund&REITs ในประเทศไทยสัดส่วน 50-60% และที่เหลือลงทุนใน REIT ในสิงคโปร์ 

อย่างไรก็ตาม กอง KT-PIF มีการลงทุนที่มีความเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะมีลงทุนหุ้นด้วย ซึ่งอาจมีความผันผวนเกิดขึ้นได้ ดังนั้น คนที่จะลงทุนต้องเข้าใจลักษณะการลงทุนอย่างดีพอ เพราะแม้จะมีตวามเสี่ยงสูงมาก แต่ก็มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงมากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กองทุนนี้ไม่เหมาะกับคนที่คาดหวังว่าเงินต้นจะอยู่ครบ

สำหรับผลตอบแทนของกองทุน KT-PIF หากเป็นกองที่มีการจ่ายเงินปันผล  ตั้งแต่ต้นปี – 31 ก.ค. 62 อยู่ที่ 20.75% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 22.59% และย้อนหลัง 3 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 9.81%ต่อปี

ขอตบท้ายด้วยค่ายยูโอบี คือ “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล เรียลเอสเตท  ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” หรือ UGRE-UI  (เสนอขายกลุ่มนักลงทุนสถาบันและลูกค้ารายใหญ่พิเศษ ) ซึ่งจะเข้าไปลงทุนในกองทุนหลัก “UBS  (Lux) Real Estate  Funds Selection -Global (GREFS) ที่มีนโยบายลงทุนในตลาดอสังหาฯคุณภาพทั่วโลกทั้งอเมริกา แคนาดา ยุโรป ญี่ปุ่นและเอเชีย 

ตัวอย่างสินทรัพย์ที่จะไปลงทุน อาทิ หน่วย Private equity ,ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ,ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ,กองทุนหลักจะนําเงินยูโร (EUR) ไปลงทุนในหลักทรัพยในรูปสกลุ เงินท้องถิ่น ของประเทศที่ลงทุน ทั้งนี้ ผลดำเนินงานของกองทุนหลักย้อนหลัง 5 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ 6.44%ต่อปี 

อย่างไรก็ตาม กองทุน UGRE-UI มีความเสี่ยงระดับ 8+  เสี่ยงสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นกองทุนนี้จึงไม่เหมาะสำหรับรายย่อลงทุน แต่เหมาะสำหรีวผู้ลงทุนที่รับความผันผวนจากราคาอสังหาฯที่กองทุนไปลงทุนได้ และกองนี้อาจมีค่าธรรมเนียมต่างๆและค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนหลัก ที่ซ้ำซ้อนได้

ดังนั้น คนที่อยากกระจายพอร์ตลงทุนไปในกองทุนที่ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆที่เกี่ยวกับอสังหาฯ ช่วงนี้มี REIT ออกมาหลากหลายกองทุน จึงควรจะพิจารณารายละเอียดของลักษณะอสังหาฯที่เข้าไปลงทุนและค่าธรรมเนียมต่างๆที่ถูกเรียกเก็บด้วย เพราะการลงทุนแม้ผลตอบแทนดี แต่มีระดับความเสี่ยงสูงมากเดินจะรับสภาพได้ อาจจะไม่คุ้มหากต้องสูญเสียเงินต้นได้ 

ที่สำคัญหากดูข้อมูลแล้ว พูดคุยปรึกษากับผู้แนะนำการลงทุน แล้วยังไม่เข้าใจ  ขอย้ำว่า “ อย่าฝืนลงทุน” เพราะมีความเสี่ยงบวกเพิ่มจากตัวคุณเอง นอกเหนือจากความเสี่ยงเฉพาะของกองทุนนั้นๆอยู่แล้ว และมองหากองทุนที่คุณเข้าใจและมีความเสี่ยงระดับต่ำลงมา แต่ให้ผลตอบแทนระดับที่เหมาะสมเท่าที่สบายใจดีกว่า

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : วางแผนเกษียน สัญญาณเตือนคนไทยอาจไปไม่ถึงฝั่งฝัน

Advertisement

WHO ยังไม่ประกาศโคโรนาไวรัส “ภัยฉุกเฉิน” ระดับโลก

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุ โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ยังไม่ใช่ข้อวิตกฉุกเฉินทางสุขภาพระหว่างประเทศต่อสาธารณชน เจ้าหน้าที่ WHO มีการประกาศดังกล่าว หลังจากการประชุมฉุกเฉินผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเกี่ยวกับโคโรนาไวรัสเป็นเวลา 2 วัน นับถึงวันที่ 23 ม.ค. มีผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่กว่า 600 คนทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่อยู่ในจีน ขณะทางการจีนรายงานผู้เสียชีวิต 17 ราย และพยายามควบคุมการระบาด รวมถึงมาตรการของทางการกรุงปักกิ่งที่ออกคำสั่งยกเลิกกิจกรรมขนาดใหญ่ รวมถึงกิจกรรมงานวัด มีผลตั้งแต่วันที่ 23...

โคโรนา ไวรัส จาก “อู่หั่น” ระบาดสู่ตลาดหุ้น

 "ไวรัสโคโรนา" ชื่อนี้กำลังทำให้คนทั่วโลกตื่นตระหนก หลังพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสนี้  โดยเฉพาะที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ประเทศจีน  จนต้องออกมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ตามรายงานข่าวระบุว่ามีการพบผู้ติดเชื้อไวรัส โคโรนา ในหลายประเทศ ทั้งเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน มาเก๊า สิงคโปร์  สหรัฐ  และรวมถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งทางการจีนระบุว่า...

“ช้อปปี้” จับมือ “อังกอร์” แบรนด์หูฟัง “ตูน บอดี้สแลม” พร้อมเปิดพรีออเดอร์ใน “Shopee 2.2 Cashback Sale”

“ช้อปปี้” ประกาศความร่วมมือกับ “อังกอร์” (Encore) แบรนด์หูฟังจากแรงบันดาลใจของ ตูน บอดี้สแลม “ตูน อาทิวราห์” ในแคมเปญ “Shopee 2.2 Cashback Sale” โดยตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม - 10...

กางแผน “โตโยต้า” ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจปี 2563

ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2563 ดูเหมือนว่าจะถูกสะท้อนตัวเลขที่เกิดขึ้นจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลต่อเนื่องมาถึงเศรษฐกิจในประเทศไทยตามลำดับ โดยงานนี้ โตโยต้า ได้สะท้อนมุมมองด้านสถานการณ์ในประเทศ, การส่งออก และปัจจัยผลกระทบในทุกแง่มุมไว้อย่างน่าสนใจ นายมิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยปี 2563 คาดว่าจะอยู่ที่ 940,000 คัน ลดลงราว 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ที่...

AdAsia มั่นใจโฆษณาออนไลน์ยังโตแม้เศรษฐกิจโลกมีปัญหา พร้อมเผยกลยุทธ์สร้างรายได้บนเว็บไซต์

AdAsia Holdings ในเครือ AnyMind Group ผู้ดำเนินธุรกิจโซลูชั่นโฆษณาและการตลาดให้กับเว็บไซต์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จัดงานแชร์ประสบการณ์และความรู้ พร้อมคำแนะนำสำหรับผู้เผยแพร่โฆษณารวมถึง สื่อออนไลน์ เพื่อสร้างรายได้บนเว็บไซต์ นายฮิโตชิ มารุยามะ Chief Strategy Officer ของ AnyMind...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -

หลักสูตรเดียวในประเทศไทย

Business​ Today​ Academy
หลักสูตรการสร้างระบบคิด “เชิงนวัตกรรม”
หลักสูตรเดียวที่จะเปลี่ยน “ไอเดีย” เป็น “นวัตกรรมทำเงิน”
กรอกรายละเอียดเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม