หญิงไทยต้องภูมิใจ! ไทยติดท็อป 20 ประเทศที่ส่งเสริมผู้ประกอบการหญิง

Corporate หญิงไทยต้องภูมิใจ! ไทยติดท็อป 20 ประเทศที่ส่งเสริมผู้ประกอบการหญิง

อย่ามองข้ามพลังหญิง! นี่คงเป็นบทสรุปที่ชัดเจนจากรายงานของมาสเตอร์การ์ด ที่ล่าสุดออกมาเผยดัชนีผู้ประกอบการสตรี (Mastercard Index of Women Entrepreneurs) เป็นฉบับที่สาม เพื่อฉลองให้กับประเทศที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้เติบโต ขณะเดียวกันเพื่อส่งสัญญาณให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันที่ยังคงมีอยู่ในสังคม โดยไทย สามารถเทียบชั้นฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย ไทย ฮ่องกง และเวียดนาม ติด 20 อันดับแรกของโลก

            ส่วนประเทศที่เป็นหน้าเป็นตาให้กับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เข้าวินมาเป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคไม่พอ ยังติดโผเป็นอันดับสองของโลก ในฐานะประเทศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจสำหรับผู้หญิง ต้องปรบมือให้นิวซีแลนด์  รองแชมป์จากสหรัฐอเมริกาเท่านั้น!  

หากถามว่าดัชนีดังกล่าว วัดจากอะไร และทำไปเพื่ออะไร ต้องบอกว่าดัชนีผู้ประกอบการสตรีนี้ มาสเตอร์การ์ดรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานระหว่างประเทศ องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ ยูเนสโก และรายงานการศึกษาความเป็นผู้ประกอบการระดับโลก (The Global Entrepreneurship Monitor) เพื่อติดตามความก้าวหน้าและความสำเร็จของผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจที่เป็นผู้หญิงใน 58 ประเทศ (คิดเป็นเกือบ 80 % ของแรงงานหญิงทั่วโลก)

ทั้งนี้จะพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ผลลัพธ์ด้านความก้าวหน้าของสตรี , สินทรัพย์ด้านความรู้และการเข้าถึงทางการเงิน และ สภาพที่เอื้อต่อการประกอบกิจการ

สำหรับนิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ประเทศเหล่านี้มีอัตราการสนับสนุนการทำธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่สูงและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ ผู้หญิงในประเทศเหล่านี้สามารถเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน การให้บริการด้านการเงินและหลักสูตรให้ความรู้ในด้านต่างๆ โดยทั่วไปแล้วประเทศเหล่านี้มีบรรทัดฐานทางสังคมที่ส่งเสริมความสำเร็จของบุคคลที่มีความพยายาม คิดสร้างสรรค์และกล้าได้กล้าเสีย รวมถึงให้โอกาสผู้หญิงอย่างเท่าเทียมในการเป็นผู้นำทางธุรกิจ ได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา และให้การยอมรับในฐานะผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ซึ่ง80% จาก 20 อันดับประเทศทั่วโลกที่ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการสตรี เป็นประเทศที่มีฐานรายได้สูง

ในทางกลับกัน ดัชนี้นี้ยังสะท้อนว่า ผู้หญิงที่อยู่ในประเทศที่อยู่อันดับล่างของดัชนี คือ กลุ่มที่ยังไม่ได้รับโอกาสในการทำงานในตำแหน่งระดับสูง ถูกจำกัดโอกาสทางธุรกิจเนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนที่เพียงพอ โอกาสเข้าถึงบริการทางการเงินต่ำ ได้รับโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาน้อย และระบบธุรกิจและการเงินที่ด้อยพัฒนาทำให้การทำธุรกิจเป็นเรื่องยาก ที่สำคัญ สังคมและกฎระเบียบทางสังคมไม่สนับสนุนให้พวกเธอทำงาน ไม่สนับสนุนความก้าวหน้า และไม่สนับสนุนให้ผู้หญิงสวมบทบาทผู้นำ

“สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการศึกษานี้คือ ความไม่เท่าเทียมทางเพศยังปรากฏให้เห็นอยู่ทั่วทุกมุมโลกแม้จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเป็นประเทศพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนา เพราะแม้กระทั่งในประเทศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจก็ยังไม่สามารถผลักดันให้ผู้หญิงเป็นเจ้าของธุรกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ สถานการณ์เช่นนี้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสำเร็จของผู้หญิงทั้งทางสังคม อาชีพ เศรษฐกิจและการเมือง ทำให้เกิดความเสียหายต่อสังคมในภาพรวม ด้วยเหตุนี้มาสเตอร์การ์ดจึงเดินหน้าสู้กับปัญหานี้ทั่วทุกมุมโลก โดยจัดหาเครื่องมือและโครงข่ายที่จะผลักดันสังคมสู่การเติบโตแบบทั่วถึง และนำเศรษฐกิจดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับทุกคนในทุกที่” จูเลียน โลห์ รองประธานกรรมการบริหารความร่วมมือระหว่างองค์กร ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาสเตอร์การ์ด กล่าว

“ความเท่าเทียมทางเพศ” ช่วยหนุน GDP ประเทศ ทำกำไรให้องค์กร 2.2 เท่า

พุสดี สิริวัชระเมตตา
ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวคอร์เปอเรต การตลาด
Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ