ธปท.แจงนโยบายการเงินปัจจุบัน มีความยืดหยุ่นต่อระบบเศรษฐกิจไทยที่สุด

Economy ธปท.แจงนโยบายการเงินปัจจุบัน มีความยืดหยุ่นต่อระบบเศรษฐกิจไทยที่สุด

ธปท.เผยสาเหตุใช้นโยบายการเงินกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น เพราะมีความยืดหยุ่นต่อการรองรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ผันผวนจากสภาพคล่องโลกสูง และการใช้อัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน นอกจากนี้ยังมีต้นทุนในระยะยาวต่อระบบเศรษฐกิจต่ำกว่ากรอบเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน และหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าของนักเก็งกำไรค่าเงิน ได้อีกด้วย


ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงสาเหตุที่ไม่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเป้าหมายนโยบายการเงินเพื่อดูแลให้ค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ ว่า  กรอบนโยบายการเงินไม่ว่าแบบใดต่างมีวัตถุประสงค์หลักเหมือนกัน ต่างกันแค่วิธีการ ไม่ว่าจะเลือกใช้กรอบนโยบายการเงินแบบ “เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน” ที่ไทยใช้ในช่วงก่อนปี 2540 หรือ “เป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น” ที่ไทยใช้อยู่ในปัจจุบัน จริง ๆ

นโยบายการเงินทั้งสองแบบ มีวัตถุประสงค์หลักเหมือนกัน คือ ต้องการดูแลราคาสินค้าและบริการในประเทศไม่ให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงหรือต่ำเกินไป ต้องการดูแลเศรษฐกิจไม่ให้ร้อนแรงหรือซบเซามากไป รวมถึงดูแลเสถียรภาพระบบการเงินในประเทศ ความแตกต่างอยู่ที่วิธีการที่จะไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง

หรือกล่าวง่าย ๆ ว่า กรอบ “เป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน” เลือกวิธีการควบคุม “ระดับอัตราแลกเปลี่ยน”แต่กรอบ “เป้าหมายเงินเฟ้อ” เลือกวิธีการควบคุม “ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย”ที่มีกลไกการทำงานส่งผ่านไปเงินเฟ้อเป้าหมายและเศรษฐกิจ รวมถึงภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบการเงินต่ออีกที โดยที่ธนาคารกลางในประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบเปิดขนาดเล็ก จะเลือกกรอบนโยบายการเงินที่เหมาะสม ดังนี้

1.กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่มุ่งควบคุมระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งกระทบทุกคนในประเทศโดยตรงทั้งครัวเรือน ธุรกิจ และภาครัฐกรอบนี้เหมาะกับประเทศที่ต้องการใช้นโยบายการเงินเพื่อดูแลระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินในประเทศได้อย่างเต็มที่ โดยสามารถปรับอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับวัฏจักรเศรษฐกิจตัวเองไม่ต้องปรับนโยบายตามประเทศที่ไปผูกค่าเงินด้วย 

รวมทั้งสามารถใช้อัตราดอกเบี้ยดูแลให้ระบบการเงินในประเทศมีเสถียรภาพ ได้ด้วย และต้องการความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยน โดยยอมให้อัตราแลกเปลี่ยนทำหน้าที่ปรับอุปสงค์และอุปทานเงินตราต่างประเทศให้สมดุลหลังจากที่มีปัจจัยภายนอกเข้ามากระทบ เศรษฐกิจจึงสามารถปรับตัวกลับสู่ปกติได้เร็ว 

แต่ธนาคารกลางยังสามารถดูแลอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อจำเป็นด้วยต้นทุนการเข้าดูแลค่าเงินไม่สูงมาก โดยใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวภายใต้การจัดการ แบบที่ไทยใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งความสามารถในการเข้าดูแลค่าเงินขึ้นกับภาวะตลาดอัตราแลกเปลี่ยน วัฏจักรเศรษฐกิจ โครงสร้างเงินทุนเคลื่อนย้าย และระดับเงินสำรองระหว่างประเทศ

2.กรอบเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนที่มุ่งรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกระทบโดยตรงต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนให้คงที่ หรือว่าจะเป็นการควบคุมให้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ กรอบนี้เหมาะกับประเทศที่อัตราแลกเปลี่ยนมีผลต่อราคาสินค้าบริการในประเทศมาก 

โดยเฉพาะถ้าประเทศนั้นต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าสูง เพราะไม่สามารถผลิตสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของคนในประเทศได้เพียงพอ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง มีระบบการเงินที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศสูง เช่น ประเทศที่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน หรือมีสินทรัพย์หรือมีหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศอยู่มาก

อัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจได้ง่าย นอกจากนี้ ธนาคารกลางจะไม่สามารถควบคุมอัตราดอกเบี้ยตามความจำเป็นของเศรษฐกิจได้ เพราะส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระหว่างประเทศเพียงเล็กน้อยจะมีผลข้างเคียงให้เงินทุนเคลื่อนย้ายไหลเข้าออกมากจนอาจกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินได้ 

ธนาคารกลางสามารถปรับอัตราดอกเบี้ยในประเทศให้เป็นไปตามทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศที่ไปผูกค่าเงินไว้ แต่หากเศรษฐกิจของ 2 ประเทศมีทิศทางที่แตกต่างกัน อาจทำให้ธนาคารกลางต้องปรับอัตราดอกเบี้ยตามทันทีทั้งที่เศรษฐกิจในประเทศเองก็ยังไม่พร้อม

และธนาคารกลางมีเงินสำรองระหว่างประเทศมากพอและสามารถดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้ใกล้เคียงกับระดับเหมาะสมที่สร้างสมดุลเศรษฐกิจภายในและภายนอกได้ ไม่เช่นนั้นต้นทุนการดูแลค่าเงินจะสูงมาก เพราะเงินสำรองระหว่างประเทศจะร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว หากนักเก็งกำไรค่าเงินเห็นช่องทางเข้าโจมตี เพราะรู้ว่าหากธนาคารกลางต้องเข้าไปฝืนความไม่สมดุลในตลาดอัตราแลกเปลี่ยนก็คงฝืนได้ไม่นาน จนเป็นเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตค่าเงินในหลายๆ ประเทศในอดีต รวมถึงที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในปี 2540 

ที่ผ่านมาธนาคารกลางในโลกหันมาใช้กรอบนโยบายการเงินแบบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะยืดหยุ่นกว่ากรอบเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยให้ประเทศส่วนใหญ่ที่เป็น small open economy สามารถรับมือกับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดการเงินโลกที่มีขนาดใหญ่และผันผวนได้

รวมถึงสามารถดูแลเสถียรภาพระบบการเงินภายในประเทศซึ่งเริ่มสำคัญมากขึ้นตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกปี 2551 ในปัจจุบันมีธนาคารกลางในโลกร้อยละ 60 ที่ใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น ส่วนประเทศที่ใช้กรอบเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนมีน้อยลงเหลือร้อยละ 20-25 และที่เหลือใช้กรอบอื่น เช่น เป้าหมายปริมาณเงิน

ประสบการณ์หลายประเทศชี้ให้เห็นว่า กรอบเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างขาดความยืดหยุ่นในการดูแลความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่สถานการณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและคาดเดายากสภาพคล่องในตลาดการเงินโลกที่สูงมากจากอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกที่อยู่ในระดับที่ต่ำมานานนับสิบปี

ทำให้เงินทุนเคลื่อนย้ายเข้าออกระหว่างประเทศอย่างรวดเร็วเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่สูงกว่าในสินทรัพย์ทางการเงินประเภทต่าง ๆ จนอาจสร้างความเปราะบางให้ระบบการเงิน เช่น ฮ่องกงที่มีเงินทุนไหลเข้ามากจนทำให้เกิดฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งทำให้การควบคุมระดับอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมในโลกปัจจุบันทำได้ยากขึ้น 

โดยธนาคารกลางจะต้องใช้ทั้งเครื่องมืออัตราดอกเบี้ย เงินสำรองระหว่างประเทศ และการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างเข้มข้นมาก นอกจากนี้ การฝืนสมดุลของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนมีต้นทุนต่อระบบเศรษฐกิจและระบบการเงินสูงมากในระยะยาวเนื่องจากเศรษฐกิจจะไม่ได้ทยอยปรับตัวให้สอดคล้องกับพื้นฐานที่แท้จริงของค่าเงินและ อาจกลายเป็นเป้าของนักเก็งกำไรค่าเงินได้ ดังที่ไทยเคยได้รับบทเรียนจากวิกฤตค่าเงินปี 2540

ในปัจจุบันไทยใช้นโยบายการเงินแบบ “กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อแบบยืดหยุ่น” เพราะยืดหยุ่นกว่าและมีต้นทุนในระยะยาวต่อระบบเศรษฐกิจต่ำกว่า “กรอบเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน” ทั้งความยืดหยุ่นต่อ การรองรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ผันผวนมากจากสภาพคล่องโลกสูงและการใช้อัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน

นโยบายเช่นนี้ จะช่วยทำให้ต้นทุนในระยะยาวต่อระบบเศรษฐกิจต่ำกว่าเพราะจะช่วยลดโอกาสเกิดวิกฤตการเงินในอนาคตได้ ทั้งนี้แม้ในปัจจุบันประเทศไทยเลือกใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อและปล่อยค่าเงินบาทให้เคลื่อนไหวได้ยืดหยุ่นขึ้น แต่ ธปท. ก็ยังสามารถดูแลค่าเงินบาทได้ในจังหวะที่ค่าเงินผันผวนเร็วเกินไปจนทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจปรับตัวไม่ทัน

อ่านข่าวอื่น โตโยต้า ลีสซิ่ง นำร่องออกหุ้นกู้ด้วย Blockchain มูลค่า 500 ล้านบาท

Advertisement

ยอดติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกทะลุล้าน สหรัฐฯ นำโด่งกว่า 2 แสนราย

สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ และยุโรป ลุกลามมากขึ้น โดยยังไม่มีสัญญาณที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลง ทำให้ในขณะนี้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกอยู่ที่ 1,015,667 ราย และเสียชีวิตกว่า 53,200 ราย โดยสหรัฐมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดคือ 245,080 ราย และเสียชีวิต 6,075 ราย ส่วนอิตาลี และสเปน มีผู้ติดเชื้อเกิน 1 แสนราย โดยอิตาลีมีผู้ติดเชื้อ 115,242...

นับถอยหลังพังทั้งชาติ

ลิ่วล้อบริวารคุณลุงที่ยึกยัก ยืดยาด ในการเงื้อง่าชุดมาตรการเยียวยาแบบเบ็ดเสร็จให้แก่ชาวบ้าน ซึ่งประสบทุกข์เข็ญจากผลกระทบโรคระบาดโควิด-19 อย่างแสนสาหัส ต่อเนื่องกันมานานนับเดือนแล้ว พึงรู้ไว้เถิดว่า “พวกมึงกำลังเพาะเชื้อโจรจำเป็นให้แพร่ระบาดไปทั่วบ้านทั่วเมือง” ยิ่งยึกยัก ยิ่งยืดยาด จำนวนคนอดอยาก จำนวนคนไม่มีจะกิน จะยิ่งสะสมเพื่มจำนวนมากขึ้น และอิทธิฤทธิ์ของความอดอยาก..ความหิวโหยนี่แหละ มันจะแผ่อานุภาพบีบคั้น กดดันให้คนใสๆซื่อๆ ต้องจำใจกลายเป็นโจรจำเป็น เพื่อดิ้นรนประคองชีวิตให้รอดพ้นจากความอดอยากหิวโหย บรรดาชุดมาตรการเยียวยาที่ผู้มีอำนาจวาสนาทั้งหลายดา หน้ากันออกมาอวดอ้างว่าดันออกมาแล้ว 2 ระลอก และกำลังจะทำคลอดระลอกที่ 3 ออกมาในเร็ววันนี้  อุปมาไม่ต่างอะไรกับ”ภาพฝันใต้เงาโควิด-19” เหมือนจะดี...เหมือนจะใช่ แต่ทั้งหมดล้วนสะดุดหยุดอยู่แค่”เหมือน” มาตรการแจกฟรีคนละ...

อเมริกัน 10 ล้านคนยื่นขอสวัสดิการว่างงาน

คนอเมริกันมากเป็นประวัติการณ์ กว่า 6 ล้านคน ยื่นขอสวัสดิการว่างงาน พุ่งจากระดับก่อนไวรัสระบาด ถึง 3,000% นักวิเคราะห์คาดตัวเลขเครื่องชี้ทางเศรษฐกิจ จะเลวร้ายต่อเนื่อง เหตุวิกฤติยังไม่ยุติ กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่าคนอเมริกันมากเป็นประวัติการณ์ 6,648,000 คน ยื่นคำขอสวัสดิการว่างงานสำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 38 มี.ค. ท่ามกลางการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งทำให้ธุรกิจหลายพันแห่งต้องปิดทำการไปหลังจากทางการสั่งให้ประชาชนเก็บตัวในบ้าน ตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ ทั้งยังสูงกว่าก่อนช่วงเกิดการระบาดมากกว่า 3,000% โดยก่อนการระบาดของโควิด-19 อัตราว่างงานในสหรัฐ อยู่ในระดับเกือบต่ำสุดในรอบ...

EIC ชี้ปี 63 นทท.ต่างชาติอาจหดตัว 67% ไตรมาส 2 ดิ่งหนักสุด ทั้งปียังฟื้นยาก

EIC ประเมินปี 63 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวไทยอาจหดตัว 67% โดยไตรมาส 2 เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจะหายไปมากสุดจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ส่วนครึ่งหลังของปีอาจฟื้นตัวยากเนื่องจากทั่วโลกประสบปัญหาขาดรายได้ และอาจยังกังวลการแพร่ระบาดโควิด-19 ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center(EIC)ธนาคารไทยพาณิชย์ ปรับลดประมาณการ GDP ไทยปี 2563 เป็นหดตัวที่ -5.6% จากคาดการณ์เดิมที่ -0.3% โดยมีสาเหตุหลักจากพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว 4 ปัจจัยประกอบด้วยดังนี้

ทฤษฎีเกมส์ “ซาอุดิอาระเบีย” ดิ้นเฮือกสุดท้ายขอคุมราคาน้ำมันโลก

ซาอุดิอาระเบีย อาจใช้โอกาสที่ ราคาน้ำมันโลก ปรับตัวลดลงเข้าไปเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้ตนเองก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตน้ำมันอันดับหนึ่งของโลกแทนสหรัฐฯและรัสเซีย

ชลบุรีปิด”เมืองพัทยา-ชายหาด-โรงแรม” พร้อมประกาศเคอร์ฟิว 5 ทุ่มถึงตีห้า

จังหวัดชลบุรีสั่งปิดเมืองพัทยา เคอร์ฟิว ปิดโรงแรม และสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายโรงแรม พร้อมวางมาตรการรองรับไม่ให้ลูกจ้างเคลื่อนย้ายไปต่างจังหวัด และตั้งทีมเฉพาะกิจตรวจผู้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง การประชุมคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดชลบุรี โดยมีนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน ได้มีมติออกมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มติที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จังหวัดชลบุรี ให้ดำเนินการดังนี้ 1 ให้อำเภอตั้งชุดเฉพาะกิจ ออกตรวจตราผู้ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการในพื้นที่ 2 สั่งปิดโรงแรม และ สถานประกอบการในลักษณะเดียวกัน มีเงื่อนไขให้โรงแรมนั้นๆ ออกมาตรการดูแลลูกจ้างต่อ ไม่ให้ลูกจ้างออกจากจังหวัดชลบุรี (ส่วนโรงแรมที่ยังมีแขกอยู่ ต้องแจ้งท้องที่ภายใน 3...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -