Home Cover Story ธปท.แนะเร่งนำเข้า-เพิ่มลงทุนหลักทรัพย์ ตปท. ช่วยแก้ปัญหาบาทแข็ง

ธปท.แนะเร่งนำเข้า-เพิ่มลงทุนหลักทรัพย์ ตปท. ช่วยแก้ปัญหาบาทแข็ง

ธปท. เปิดเผยว่าค่าเงิน บาทแข็ง ค่าขึ้นเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างจากการมีดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล ประกอบกับการกระจายเงินไปลงทุนของหลักทรัพย์ต่างประเทศที่น้อย แนะเร่งการนำเข้า, ลดแรงซื้อบาทจากภาคส่งออก และเพิ่มการลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศ ช่วยแก้ปัญหาเงินบาทแข็งได้

- Advertisement -

นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา เหตุผลหลักคือการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ยังได้ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ถึง 3 ครั้ง ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลง หนุนให้ค่าเงินบาทสวนทางขึ้น

ธปท. บาทแข็ง

อย่างไรก็ตาม ธปท. ได้ชะลอการแข็งค่าของเงินบาท ด้วยการเข้าไปซื้อเงินดอลลาร์ และขายเงินบาท โดยดอลลาร์ที่ซื้อเข้ามาอยู่ในรูปของเงินสำรองฯ เงินสำรองฯ ก็จะเพิ่มขึ้น หากต้องการชะลอการอ่อนค่า ธปท. จะขายดอลลาร์ที่อยู่ในเงินสำรองฯ เพื่อซื้อเงินบาท เงินสำรองฯ ก็จะลดลง

ที่ผ่านมา จะเห็นว่าเงินสำรองฯ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปัจจุบันไทยมีเงินสำรองฯ เยอะติดอันดับต้น ๆ ของโลก สะท้อนว่า ธปท. ได้มีการเข้าดูแลค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดด้วยการซื้อเงินดอลลาร์ต่อเนื่อง

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เงินทุนสำรองฯ เพิ่มขึ้นเกือบ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของรายได้จากการค้าขายสินค้าและบริการกับต่างประเทศ  ซึ่งหาก ธปท. ไม่ได้มีการเข้าดูแลค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมา เงินทุนสำรองฯ ก็จะไม่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าเงินบาทก็อาจจะแข็งกว่าระดับปัจจุบัน

การบริหารจัดการค่าเงินต้องให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว ถ้าเราเข้าแทรกแซงจนบาทอ่อนกว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ก็เท่ากับเป็นการใช้ค่าเงินเพื่อให้สินค้าของไทยได้เปรียบประเทศคู่แข่งชั่วคราว ซึ่งไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง และหากเป็นที่สังเกตของประเทศอื่น ๆ ก็อาจจะก่อให้เกิดการกีดกันทางการค้าหรือการใช้มาตรการทางภาษีซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อภาคการส่งออกในระยะยาว

ส่วนที่มีข้อเสนอให้ใช้นโยบาย Quantitative Easing (QE) เช่นเดียวกับประเทศเศรษฐกิจหลัก อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจว่าอะไรคือ QE การทำ QE เป็นการทำนโยบายผ่านการซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้ภาคเอกชนในประเทศจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องในระบบปรับสูงขึ้น

การทำ QE ของประเทศหลักมักดำเนินการในช่วงที่การส่งผ่านนโยบายการเงินผ่านสถาบันการเงินไปยังภาคเศรษฐกิจจริงไม่ทำงาน หรือ ประเทศกำลังเผชิญภาวะวิกฤต ซึ่ง QE จะช่วยลดต้นทุนในการกู้ยืมระยะยาวของภาคธุรกิจและครัวเรือน

ในกรณีของไทย ปัจจุบันสภาพคล่องในระบบอยู่ในระดับสูงมากอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ที่กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ การทำ QE จะทำให้สภาพคล่องเพิ่มขึ้นแค่กับกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น หากต้องการช่วยให้สภาพคล่องไปที่ SMEs มากขึ้น ภาครัฐอาจให้ soft loan ผ่านธนาคารพาณิชย์ของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน จะเป็นมาตรการที่ตรงจุดและมีประสิทธิผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจดีกว่า

นอกจากนี้ มาตรการ QE ยังมีผลข้างเคียง เช่น เพิ่มความเหลื่อมล้ำ เพราะจะเอื้อให้ต้นทุนทางการเงินของกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ถูกกว่า SMEs ซึ่งปัจจุบันก็มีต้นทุนที่ต่ำกว่าอยู่แล้ว และอาจทำให้เกิดการกู้ยืมจนเกินตัวของบริษัทต่าง ๆ ด้วย ซึ่งส่งผลต่อเนื่องกับเสถียรภาพทางการเงิน

ขณะเดียวกัน ประเทศอื่นที่เกินดุลสูง มีการนำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศ ทำให้ค่าเงินไม่แข็งค่าขึ้นเท่าประเทศไทย เช่นไต้หวันที่มีการเกินดุลคิดเป็น 13.3% ของจีดีพี และเกาหลีใต้ 5.2% แต่สกุลเงินของทั้ง 2 ประเทศเหล่านั้นไม่แข็งค่าเท่าไรนัก เนื่องจากมีเงินไหลออกไปลงทุนต่างประเทศค่อนข้างมาก ซึ่งช่วยลดแรงกดดันจากการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด

ส่วนใหญ่ เป็นการออกไปลงทุนของนักลงทุนสถาบัน เช่น ประกันชีวิต กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (pension funds) ขณะที่ไทยยังไม่มีการกระจายการลงทุนไปต่างประเทศมากนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังต้องหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องและผลักดันให้มีเงินไหลออกมากขึ้นในระยะถัดไป

อย่างไรก็ตาม ค่าเงิน บาทแข็ง มีทั้งผู้ได้ประโยชน์และผู้เสียประโยชน์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเงินบาทที่แข็งค่ามีผลต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต่อผู้ส่งออกและผู้ที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งของเหรียญที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึง คือ ค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น เป็นประโยชน์สำหรับภาคเอกชนบางกลุ่ม ซึ่งช่วยให้ธุรกิจมีต้นทุนนำเข้าเครื่องมือเครื่องจักรถูกลง

ปกติไทยจะมีการนำเข้าเครื่องมือเครื่องจักรปีละประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น ทุก ๆ 1 บาทที่แข็งค่าขึ้น ประเทศจะประหยัดไปได้ราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากธุรกิจที่เห็นโอกาสนี้จะสามารถสร้างความได้เปรียบคู่แข่งขันด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตจากการนำเข้าเครื่องมือเครื่องจักรที่ถูกลง 

ขณะเดียวกัน ธุรกิจและประชาชนที่เป็นหนี้ต่างประเทศจะมีหนี้ลดลง อย่างตอนนี้ธุรกิจและประชาชนคนไทยมีหนี้ค้างจ่ายต่างประเทศอยู่ราว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น ทุก ๆ 1 บาทที่แข็งค่าขึ้น ธุรกิจและประชาชนจะมีหนี้ลดลงประมาณ 1 แสนล้านบาท ซึ่งคนที่จะได้รับประโยชน์ก็คือคนที่จะชำระหนี้คืนนั่นเอง

สำหรับภาคเศรษฐกิจโดยรวม ปกติไทยนำเข้าน้ำมันดิบปีละประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น ทุก ๆ 1 บาทที่แข็งค่าขึ้น ก็จะช่วยประหยัดต้นทุนของประเทศไปได้ 2 หมื่นล้านบาทเช่นกัน ซึ่งน้ำมันก็เป็นต้นทุนที่สำคัญของทั้งประชาชนและธุรกิจ 

ทั้งนี้ ปัญหาค่าเงินบาท ต้องแก้ไขให้ตรงจุด และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่ง ธปท. และ ภาครัฐ ยังคงกังวลต่อสถานการณ์ โดยมีการหารือร่วมกันอย่างต่อเนื่องถึงแนวทางในการช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า เป็นเพียงแค่อาการ ที่สะท้อนมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย การแทรกแซงค่าเงิน รวมถึงนโยบายการคลังอื่น ๆ ที่หวังผลระยะสั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

แต่ต้นเหตุของปัญหาเงิน บาทแข็ง ค่า คือ การเกินดุลการค้าต่อเนื่อง การออกไปลงทุนหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่ยังมีน้อย เป็น “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” โดยต้องช่วยกันแก้ไขทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน อาทิ เพิ่มการนำเข้า อาจจะผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหรือลงทุนเครื่องจักรเพื่อปรับปรุงการผลิต ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีในช่วงที่ต้นทุนการนำเข้าจะถูกลงเพราะเงินบาทแข็ง

ลดแรงซื้อบาทจากภาคส่งออก เช่น การเก็บรายได้ไว้ในบัญชีเงินตราต่างประเทศ (FCD) หรือ การหักชำระรายจ่ายและแลกเฉพาะส่วนที่เหลือ นอกจากนี้ยังต้องสนับสนุนการออกไปลงทุนหลักทรัพย์ในต่างประเทศโดยเฉพาะนักลงทุนสถาบัน จะมีส่วนช่วยให้เกิดแรงผลักดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ธปท. ได้ดำเนินมาตรการบางส่วนเพื่อเฝ้าระวังเงินทุนไหลเข้าระยะสั้นและผ่อนคลายกฎเกณฑ์กำกับดูการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อเอื้อต่อการลงทุนในต่างประเทศและสร้างสมดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงินบาท

อ่านข่าวอื่น บลจ.เมอร์ชั่นฯ ชี้หุ้น CPALL ยังลุ้นได้ คาดราคาแตะ 80 บาทช่วงปลายไตรมาส 2

Latest

WHO ประกาศให้ อเมริกาใต้ เป็นศูนย์กลางระบาดใหม่โควิด-19

แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยในการแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ประจำวันที่ 24 พ.ค. 2563 ว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้ อเมริกาใต้ เป็นศูนย์กลางระบาดใหม่โควิด-19 จากตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสมของ บราซิล จำนวนเกือบ 350,000 คน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ถอดบทเรียนโควิด-19 ของ IKEA ‘เรียนรู้ ปรับตัว ต่อยอด’

สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้เห็นการปรับตัวของธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่เพียงใด เพื่อรักษาระดับยอดขายและรายได้ไว้ให้ได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นที่อยากจะหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงนั้นคือ IKEA (อิเกีย) ผู้จำหน่ายสินค้าเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้างสัญชาติสวีเดน ที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในประเทศไทยราวๆในช่วงปลายปี 2554 จนถึงปัจจุบัน “ตลอดระยะเวลาในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รายได้หลักทางด้านการขายออนไลน์เป็นสัดส่วน 100% ที่ขับเคลื่อนธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา” ทอม ซูเทอร์ ผู้จัดการสโตร์ อิเกีย บางใหญ่ กล่าว ย้อนกลับไปในช่วงสัปดาห์นี้ของปีที่แล้ว นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่ IKEA เปิดให้บริการในรูปแบบออนไลน์เป็นครั้งแรก สำหรับสัดส่วนยอดขายที่มาจาก ออนไลน์ ในสถานการณ์ปกติอยู่ที่ราว 10-12% ของรายได้รวมทั้งหมด บทเรียนของ...

โฆษกฯ แจงกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล

ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวโจมตีการทำงานของรัฐบาล ภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลา 6 ปีว่า นายกรัฐมนตรีย้ำอยู่เสมอถึงความจำเป็นในการเข้ามาบริหารประเทศเพื่อหยุดความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง  และที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้แก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน ซึ่งภารกิจหลักคือการช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย และเกษตรกร ผ่านโครงการต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ได้ดำเนินโครงการพัฒนาประเทศ ทั้งการขยายโครงข่ายด้านคมนาคม การขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าหลายสายทั่วกรุงเทพฯ กว่า 160...

ไม่มีติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ติดเชื้อ 0 รายเป็นวันที่ 4

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ รวมสะสม 3,040 ราย นับเป็นวันที่ 4 ที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ และไม่มีผู้เสียชีวิต รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลลดเหลือ 63 ราย และมีผู้รักษาหายแล้วรวมสะสม 2,921 ราย

Related News

ความตึงเครียด’จีน-สหรัฐ’-โควิด19 ปัจจัยหลักกดดัน ‘หุ้น-ค่าบาท’

กสิกรไทยประเมินค่าเงินบาท-หุ้น ในสัปดาห์หน้ายังเผชิญกับ 2 ปัจจัยหลักที่กดดันตลาดช่วงท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมา จากความตึงเครียดระหว่างจีน-สหรัฐ กรณีฮ่องกงและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้า (25-29 พ.ค.)ที่ 31.70-32.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนเม.ย. ของธปท. ภาวะการระบาดของโควิด-19 ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน

ผิดคาด! ซอฟท์โลนแบงก์ชาติอืด วงเงิน 5 แสนล้าน ขอกู้แค่ 4.9 หมื่นล้าน

ธปท.แจงมาตรการการเงินช่วยลูกหนี้ได้แล้ว 13.08 ล้านราย รวมยอดสินเชื่อ 4.6 ล้านล้าน ขณะที่การปล่อยกู้ซอฟท์โลน์อืด จากวงเงิน 5 แสนล้านบาท ขอกู้แค่ 49,308 ล้านบาท เร่งธนาคารพาณิชย์ สภาหอการค้า สอท. สมาพันธ์เอสเอ็มอี ให้ธุรกิจรีบมาขอกู้ เพราะดอกเบี้ยต่ำ

เช็คได้ในที่เดียว..มาตรการช่วยเหลือการเงินจากโควิด-19

เช็ครายละเอียด "มาตรการช่วยเหลือทางการเงิน"ได้ในที่เดียว หลังรัฐบาลออกมาตรการทางการเงินช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ข้อมูลค่อนข้างกระจัดกระจายหลายแห่ง ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จัดทำเว็บไซต์ BOT COVID-19 ซึ่งรวบรวมไว้เป็นที่เดียว นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร...

ธปท.ปรับแผนออกบอนด์ รับตลาดป่วน-พันธบัตรเยียวยาทะลัก

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับแผนออกพันธบัตร รับมือตลาดผันผวนและพันธบัตรรัฐบาลทะลักจากการระดมทุนช่วยเหลือเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid-19 ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและตลาดการเงินทั้งในและต่างประเทศเป็นวงกว้าง ตลาดพันธบัตรมีความผันผวนเพิ่มขึ้นและคาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงในระยะต่อไป นอกจากนี้ การระดมทุนของภาครัฐเพื่อรองรับมาตรการเยียวยาและลดผลกระทบ Covid-19 อาจส่งผลต่ออุปทานพันธบัตรภาครัฐโดยรวม

ธปท.แจงBSF ตั้งขึ้นเพื่อรักษาสภาพคล่องตราสารหนี้-ช่วยรัฐฯมีเครื่องมือกรณีฉุกเฉิน

ธปท. แจงขั้นตอนและรูปแบบการให้ความช่วยเหลือของกองทุน BSF ยันตั้งขึ้นเพื่อรักษาสภาพคล่องในการระดมทุนตราสารหนี้ภาคเอกชน หากมีผู้มาขอความช่วยเหลือน้อยยิ่งดี นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยภาครัฐให้มีเครื่องมือใช้ในกรณีฉุกเฉิน นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะ เลขานุการ คณะกรรมการกำกับกองทุน เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ (BSF) ได้ออกประกาศเรื่อง นโยบาย แนวทางการดำเนินงาน กรอบการลงทุน...