“กรุงไทย”แนะเพิ่มแหล่งท่องเที่ยว ดึง นทท.จีน หลังมีแนวโน้มเวียดนามแย่งส่วนแบ่งตลาด

Economy "กรุงไทย"แนะเพิ่มแหล่งท่องเที่ยว ดึง นทท.จีน หลังมีแนวโน้มเวียดนามแย่งส่วนแบ่งตลาด

ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย แนะเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน หลังมีแนวโน้มถูกเวียดนามแบ่งฐานนักท่องเที่ยวจีน ชี้ควรทำตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น เน้นแพลตฟอร์มที่ชาวจีนใช้งาน


นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนมีความสำคัญอย่างมากต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยและทั่วโลก จากการทำบทวิจัยเรื่อง “เกาะติดทิศทางนักท่องเที่ยวจีน”พบว่าใน 10 ปีข้างหน้า การท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 6.9% จาก 160 ล้านคน ในปี 2562 เป็น 334 ล้านคน ในปี 2573

เนื่องจากกำลังซื้อที่ยังเพิ่มขึ้น แม้เพิ่มในอัตราที่ชะลอลงบ้างตามทิศทางเศรษฐกิจ ชาวจีนรวยขึ้นในลักษณะกระจายตัวตามมณฑลต่าง ๆ โดยสัดส่วนชนชั้นกลางจะเพิ่มขึ้นจนเกือบเป็นครึ่งหนึ่งของครัวเรือนจีน  นอกจากนี้ จีนยังมีแผนขยายสนามบินและเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง โดยจะเพิ่มสนามบินใหม่อีกกว่า 200 แห่ง ปรับโครงสร้างพื้นฐานสนามบินเดิม นอกจากนี้ มาตรการผ่อนคลายด้านวีซ่าของประเทศต่าง ๆ หนุนให้ชาวจีนเที่ยวนอกได้ง่ายขึ้น

โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนไปจะสร้างนักท่องเที่ยวจีนหน้าใหม่ราว 33 ล้านคน โดยนักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 35  ปี สามารถเข้าถึงข้อมูลในโลกออนไลน์และสามารถท่องเที่ยวได้ด้วยตนเอง ซึ่งเริ่มมองหาแหล่งท่องเที่ยวประเภท Unseen รวมถึงเมืองรองทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น โดยเวียดนาม เมียนมาและกัมพูชา เป็นแหล่งท่องเที่ยวมาแรงในสายตาของนักท่องเที่ยวจีน ทั้งนี้ โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเที่ยวนอกและช้อปปิ้งของชาวจีนสูงมาก ดังนั้นธุรกิจและองค์กรด้านการท่องเที่ยวทั่วโลก จึงใช้โซเชียลมีเดียจีนนำเสนอข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวจีน

ขณะที่ นายณัฐพร ศรีทอง ผู้ร่วมทำวิจัยกล่าวเสริมว่า ปัจจุบันไทยยังเป็นปลายทางแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีน รองลงมาคือญี่ปุ่นและเวียดนาม ซึ่งในอนาคต Krungthai Compass ประเมินแนวโน้มนักท่องเที่ยวจีนออกเป็น 2 กรณี โดยกรณีแรก คือ หากไทยสามารถรักษาสัดส่วน 7% ของชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเยือนไทยมีโอกาสแตะ 23 ล้านคน ในปี 2573 จากขณะนี้ที่มีจำนวน 11.1 ล้านคน

และกรณีที่สอง คือ หากการแข่งขันรุนแรง โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเติบโตเพียง 5.5% หรืออยู่ที่ 20 ล้านคนใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งไทยต้องแข่งขันด้วยการรักษาจุดแข็งด้านความงดงามทางธรรมชาติ ความโดดเด่นด้านโครงสร้างพื้นฐานบริการด้านการท่องเที่ยว การขนส่งทางอากาศและราคา เพิ่มความหลากหลายและความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ โดยเฉพาะเมืองรอง เช่น จังหวัด เชียงราย สุโขทัย ตราด ตรัง และแม่ฮ่องสอน  ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย

ที่สำคัญ ผู้ประกอบการไทยควรทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียจีนมากขึ้น เพื่อดึงดูดความสนใจและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวจีนที่เชื่อถือข้อมูลบนโซเชียลมีเดียสูงมาก ซึ่งการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์จีนนั้น อาจมีความท้าทายจากกฎระเบียบของประเทศจีน

ผู้ประกอบการไทยจึงอาจเลือกใช้บริการจากเอเจนซีผู้เชี่ยวชาญในการทำการตลาดออนไลน์บนแพลตฟอร์มของจีนแทน ซึ่งมีทั้งบริษัทคนไทยและบริษัทร่วมทุน โดยสามารถจัดทำเป็นบทความภาษาจีนที่น่าสนใจ เพื่อเผยแพร่ในรูปแบบและช่องทางที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย การส่งแบนเนอร์ของธุรกิจไปยังหน้าจอ WeChat ตลอดจนการใช้บุคคลที่มีอิทธิพลทางความคิดของชาวจีน (Key Opinion Leaders) ที่มีอยู่มากมายช่วยรีวิวสินค้าและบริการ

อ่านข่าวอื่น “คลัง” เผย S&P ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือศก.ไทยดีขึ้นจาก Stable เป็น Positive

Advertisement

สิงคโปร์หั่นคาดการณ์เศรษฐกิจ เซ่นพิษไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

สิงคโปร์ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2020 เหลือระหว่าง -0.5%-1.5% เซ่นพิษไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid19) เหตุกระทบการท่องเที่ยว-ส่งออก กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ กล่าวว่า เศรษฐกิจของสิงคโปร์มีแนวโน้มขยายตัวได้ประมาณ 0.5% ในปีนี้ ก่อนปรับลดคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีประเทศว่าอาจจะเหลืออยู่ประมาณ -0.5% - 1.5% จากการคาดการณ์ก่อนหน้าว่าจะขยายตัวเติบโตได้ ระหว่าง 0.5%-2.5% แถลงการณ์ของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ ระบุว่า การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศก่อนหน้านี้ อ้างอิงจากตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจโลกที่ขยับฟื้นตัวขึ้นอย่างช้าๆ ทว่า ตั้งแต่ที่เกิดการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสิงคโปร์และอีกหลายประเทศทั่วโลก ทางกระทรวงประเมินว่า...

แอปเปิลวอทช์ ยอดขายแซงหน้านาฬิกาสวิส

Apple Watch ทำยอดขายได้กว่า 30 ล้านเรือนทั่วโลก ขณะที่แบรนด์นาฬิกาของสวิส มียอดขายรวมกันทั่วโลกกว่า 20 ล้านเรือน การวิจัยของบริษัทที่ปรึกษา Strategy Analytics พบว่านาฬิกา Apple Watch ขายได้ 31 ล้านเรือนทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว ส่วนแบรนด์นาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์มียอดขายรวมกัน 21 ล้านเรือน นักวิเคราะห์ของ Strategy Analytics ระบุว่าแอปเปิลวอทช์กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานภาพ ทั้งยังเป็นตัวเลือกหนึ่งสำหรับนาฬิกาสวิสระดับกลาง...

ยอดติดเชื้อโควิด-19 ในจีนทะลุ 7 หมื่นคน ส่วนยอดเสียชีวิต 1,770 คน

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในจีน เพิ่มขึ้นอีก 105 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั่วประเทศจีน เพิ่มขึ้นเป็น 1,770 ราย (ตัวเลขอัพเดทล่าสุด ณ วันที่ 16 ก.พ. 63) ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นอีก 2,048 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 70,548...

เชฟโรเลต ประกาศยุติจำหน่ายรถยนต์ในไทย

เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) จะยุติการจัดจำหน่ายรถยนต์ เชฟโรเลตในตลาดประเทศไทยภายในสิ้นปี 2563 แต่จะยังคงให้บริการหลังการขายแก่ลูกค้าเชฟโรเลต อาทิ การรับประกันคุณภาพรถยนต์ การซ่อมบำรุง และการบริการต่างๆ ผ่านเครือข่ายของศูนย์บริการ ที่ได้รับการแต่งตั้งจากเชฟโรเลตทั่วประเทศ นายแอนดี้ ดันสแตน ประธานกรรมการตลาดเชิงกลยุทธ์ พันธมิตรและผู้แทนจำหน่าย จีเอ็ม อินเตอร์เนชั่นแนล โอเปอเรชั่นส์ กล่าวว่า การถอนเชฟโรเลตออกจากตลาดรถยนต์ประเทศไทยนั้นเป็นการตัดสินใจของจีเอ็ม หลังจากที่มีการขายศูนย์การผลิตรถยนต์และเครื่องยนต์ของจีเอ็ม ประเทศไทย ในจังหวัดระยองให้แก่ เกรท...

จีดีพี ‘ปักหัวดิ่ง’ ต่ำกว่า 2% กัปตันยังเล่นมินิฮาร์ท

บทบรรณาธิการประจำฉบับวันที่ 16 ก.พ. 2563 จีดีพี ‘ปักหัวดิ่ง’ ต่ำกว่า 2%กัปตันยังเล่นมินิฮาร์ท สถานการณ์เศรษฐกิจของไทยกำลังอยู่ในขั้นโคม่า อาการปักหัวดิ่งลงอย่างรวดเร็วจนมีการคาดการณ์จากธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทย หรือจีดีพี ในปี 2563 จะขยายตัวต่ำกว่า...

ทอท.เพิ่มมาตรการคัดกรองผู้โดยสารจากกัมพูชา

ตามที่มีรายงานข่าวเรื่องเรือสำราญ “Westerdam” ได้ทำการเทียบท่าเรือสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา และตรวจพบผู้เดินทางนักท่องเที่ยวสงสัยติดเชื้อ COVID-19 จำนวน 20 ราย และทางการมาเลเซียตรวจพบผู้เดินทางมาจากเรือลำดังกล่าวซึ่งมีอาการผิดปกติ และได้รับการตรวจวินิจฉัยพบว่าเป็น COVID-19 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้ร่วมกับด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.)...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ