Home BT News ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ก.ย. ลดลง จากภาวะสงครามการค้า-เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ก.ย. ลดลง จากภาวะสงครามการค้า-เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือน ก.ย.62 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (พ.ย.62) อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” (Neutral) (ช่วงค่าดัชนี 80 – 119) โดยลดลง 21.70% มาอยู่ที่ระดับ 102.74

“ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวลดลงจากเกณฑ์ร้อนแรงมาอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว (Neutral) โดยผลสำรวจพบว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ขณะที่นักลงทุนคาดหวังการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของธนาคารสหรัฐ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน”

- Advertisement -

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ใน Zone ร้อนแรง (Bullish) ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนรายบุคคลลดลงมาอยู่ใน Zone ซบเซา (Bearish) ดัชนีความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ลดลงเล็กน้อยอยู่ใน Zone ทรงตัว (Neutral)

ส่วนหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดพาณิชย์ (COMM) หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์  (PETRO) ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ นโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ และ ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

“ผลสำรวจ ณ เดือนสิงหาคม ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนลดลงค่อนข้างมากมาอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว โดย กลุ่มบัญชีนักลงทุนรายบุคคลลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ซบเซา กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ลดลงมากมาอยู่ที่เกณฑ์ทรงตัว กลุ่มสถาบันในประเทศลดลงเล็กน้อยอยู่ที่เกณฑ์ทรงตัวเช่นเดิม ขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่เกณฑ์ร้อนแรงเช่นเดิม”

นายไพบูลย์ ระบุว่า ในช่วงเดือน ส.ค. ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวเคลื่อนไหวลดลงค่อนข้างมากจากระดับสูงสุดช่วง 1700 จุดในต้นเดือนเคลื่อนไหวลดลงสลับกับการพักตัวมาอยู่ระดับต่ำสุดของเดือนที่ 1590 จุด ในช่วงกลางเดือน ก่อนฟื้นตัวและทยอยปรับเพิ่มขึ้นมาเคลื่อนไหวในระดับ 1640-1650 จุดในช่วงปลายเดือน

ความเชื่อมั่นอนาคต นักลงทุนยังกังวลสงครามการค้ารุนแรง

โดยทิศทางการลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุดคือนโยบายทางการเงินของธนาคารสหรัฐ จากการคาดหวังการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมอีกในปี 62 และ 63 รองลงมาคือนักลงทุนคาดหวังนโยบายภาครัฐ จากการทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และติดตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ที่การประกาศตัวเลขการส่งออกที่ดีกว่าที่คาด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนมีความกังวลสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการประกาศตอบโต้เพิ่มอัตราภาษีทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือความกังวลผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และภาวะเศรษฐกิจในประเทศจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เป็นปัจจัยที่นักลงทุนจับตามอง

สำหรับปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่ต้องติดตามได้แก่ นโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศอียู ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายทางการเงินรวมถึงมาตรการ QE จากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทิศทางการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ แนวโน้ม Brexit ที่มีกำหนดเส้นตายในวันที่ 31 ต.ค.62 เป็นปัจจัยที่นักลงทุนจับตามอง”

คาดการณ์ กนง. ยังคงดอกเบี้ยที่ 1.5 %

ด้านดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Expectation Index) เดือน ก.ย.62 นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รอบเดือนกันยายนนี้ อยู่ที่ระดับ 44 ลดลงเล็กน้อยจากครั้งที่แล้ว แต่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน (Unchanged)” สะท้อนมุมมองของตลาดที่ว่าการประชุม กนง. ในเดือน ก.ย.จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.50% ต่อไป โดยมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง อัตราเงินเฟ้อที่ยังต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย และ Fund flow จากต่างชาติที่ลดลง เป็นปัจจัยกำหนดที่สำคัญ

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และอายุ 10 ปีมีแนวโน้มไม่เปลี่ยนแปลงในอีก 9 สัปดาห์ข้างหน้านับจากวันที่ทำการสำรวจ (23 ส.ค. 62) เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยและอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน

ดัชนีคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 5 ปีและ 10 ปี ในรอบการประชุม กนง. เดือน พ.ย.62 (ประมาณ 9 สัปดาห์ข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 25 และ 22 ตามลำดับ  ลดลงจากครั้งที่แล้ว แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ “ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบัน (Unchanged)” ซึ่ง Bond yield 5 ปีอยู่ที่ระดับ 1.48% และ Bond yield 10 ปีอยู่ที่ 1.54% ณ วันที่ทำการสำรวจ (23 ส.ค. 62) โดยปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกที่มีแนวโน้มลดลง อุปสงค์อุปทานในตลาดตราสารหนี้ และ Fund flow จากต่างชาติ

Latest

เช็คสิทธิ์ ‘กลุ่มเปราะบาง’ ใครบ้างได้รับเงินช่วยเหลือ !?!

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2563 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบผลการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ครั้งที่ 4/2563 เรื่อง มาตรการช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกลุ่มเปราะปางที่ได้รับเงินเยียวยาตามมาตรการดังกล่าวประกอบด้วย 1.เด็กแรกเกิด – 6 ปี จากครัวเรือนยากจน ไม่เกิน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

‘นายกฯรถมือสอง’ ค้าน 3 ข้อเรียกร้อง สอท. หวั่นซ้ำรอยรถคันแรก

นายภิญโญ ธนวัชรภรณ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว (รถมือสอง) เปิดเผยภายหลังการเข้าพบ นาย พชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2563 ว่า สมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการกระทำของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่มีการเรียกร้องเพื่อขอความช่วยเหลือ 3 ข้อ ได้แก่ 1.การลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ลง 50% 2.โครงการนำรถเก่าแลกรถใหม่โดยใช้เงินภาษีสนับสนุนราคาราคารถเก่ามูลค่า 100,000 บาท และ...

CRC เข้าซื้อหุ้นแฟมิลี่มาร์ท เต็ม 100% มุ่งพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่

นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า CRC ได้เข้าร่วมทุนกับบริษัท Japan FamilyMart Co., Ltd. (JFM) มาตั้งแต่ปี 2555 โดยถือหุ้นในนามบริษัท เอสเอฟเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (SFMH)...

ทูตไทยในกรุงปักกิ่ง ย้ำรัฐบาลหนุน ‘เกรท วอลล์ มอเตอร์ส’ เต็มที่

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 นายอรรถยุทธ์ ศรีสมุทร เอกอัครราชทูตไทยประจำ ณ กรุงปักกิ่งและภริยา นางกมลทิพย์ ศรีสมุทร พร้อมนางดลพร อัชววรกุล นักวิชาการส่งเสริมการลงทุน ระดับชำนาญการพิเศษ ประจำการสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมคณะเดินทางเข้าเยี่ยมชม บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส...

Related News

ตลาดหุ้นเอเชียร่วง กังวลเศรษฐกิจฟื้นช้า ความขัดแย้ง “จีน-สหรัฐ”

ตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้ปรับตัวลดลง จากความกังวลความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีน เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมตอบโต้จีนกรณีจะออกกฎหมายความมั่นคงในฮ่องกง และนักลงทุนไม่มั่นใจการฟื้นตัวเศรษฐกิจ นิเกอิ เคลื่อนไหวในแดนลบ หลังจากขยับขึ้นแตะสูงสุดในรอบ 12 สัปดาห์ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นออสเตรเลียและเกาหลีใต้ ที่ปรับลดลง ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลง แม้ว่าตลาดหุ้นนิวยอร์คจะปิดตลาดมื่อวันที่ 26...

‘หุ้น-น้ำมัน’ขยับขึ้นรับความหวัง มาตรการกระตุ้นหลังปลดล็อกดาวน์

ตลาดหุ้นเอเซียขยับขึ้นในช่วงเช้าวันศุกร์ ตามตลาดหุ้นนิวยอร์ก นักลงทุนคาดหลายประเทศจะออกมาตรการกระตุ้น หลังเริ่มปลดล็อกดาวน์ เริ่มจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่นระบุว่าเตรียมหารือออกมาตรการกระตุ้นอื่นที่เป็นไปได้ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตลาดล่วงหน้าในเอเชียขยับขึ้น โดยฮั่งเส็งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.16% ตลาดหุ้นออสเตรเลีย เพิ่ม 0.85% ขณะที่นิเกอิ  ลดลงเล็กน้อย

หุ้นเอเชียร่วงตามดาวโจนส์ หลังเฟดชี้เศรษฐกิจสหรัฐหดตัวกว่าคาด

ตลาดหุ้นเอเชียเริ่มต้นติดลบตามตลาดหุ้นสหรัฐ หลังประธานเฟดระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะแย่ลง โดยดูจากการว่างงานที่พุ่งทะยานขึ้นและอาจเลวร้ายขึ้นไปอีก ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน โดยดาวโตส์ ปิดลดลง 2.17% ดัชนี S&P 500 ลดลง 1.75% และ ดัชนี Nasdaq 1.55% 

หุ้นเอเชียร่วงตามดาวโจนส์ วิตกปลดล็อกดาวน์เร็ว โควิด-19 ระบาดรอบ 2

ตลาดหุ้นทั่วโลกยังเผชิญกับแรงกดดันจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แม้หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ จากแนวโน้มการแพร่ระบาดเริ่มลดลง แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดกล่าวเตือนว่าการผ่อนคลายจะทำให้การระบาดรอบที่ 2 เกิดขึ้น และจะเกิดการติดเชื้อครั้งใหญ่ตามมา ตลาดหุ้นในเอเซียร่วงลงในวันนี้ โดยตลาดซื้อขายร่วงหน้าหุ้นออสเตรเลีย S&P/ASX 200 ลดลงกว่า 1% และนิเกอิอยู่ในแดนลบ...

ความกังวลโควิด-19 ระบาดรอบ 2 กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก

ตลาดหุ้นกังวลการระบาดโควิด-19 รอบสอง หุ้นเอเซียเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบตามดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อวันที่ 11 พ.ค. เหตุนักลงทุนกังวลการระบาดของโคิด-19 รอบ 2 อ่านเพิ่มเติม อู่ฮั่นปลดเจ้าหน้าที่ เหตุผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 6 ราย นิเกอิและฮั่งเส็งล่วงหน้าในช่วงเช้าเคลื่อนไหวในแดนลบ...