AWC เคาะราคา IPO 6 บาท/หุ้น เตรียมเปิดจองซื้อ 25-27 ก.ย.นี้

Investments AWC เคาะราคา IPO 6 บาท/หุ้น เตรียมเปิดจองซื้อ 25-27 ก.ย.นี้

บริษัท แอสเสท เวิร์ค คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เตรียมเดินหน้าแผนขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรกจำนวน 8,000 ล้านหุ้น ที่ราคา 6.00 บาท/หุ้น นำเงินระดมทุนต่อยอดธุรกิจและชำระคืนเงินกู้ คาดเปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อหุ้นได้ในช่วง 25-27 ก.ย.นี้ และเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้

นางวัลลภา ไตรโลรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิร์ค คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แอสเสท เวิร์ค คอร์ปอเรชั่น หรือ AWC พร้อมที่จะเดินหน้าเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 6,957 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 22.47 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกินจำนวนไม่เกิน 1,043 ล้านหุ้น หรือทั้งหมดไม่เกิน 8,000 ล้านหุ้น ซึ่งมีทุนจดทะเบียนหลังทำการ IPO 32,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้รับจากการจัดสรรหุ้นส่วนเกินไปใช้ในกลไกการรักษาระดับราคาหุ้น เสริมความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนเกี่ยวกับเสถียรภาพของราคาหุ้นในช่วง 30 วันแรกหลังเข้าจดทะเบียนซื้อขาย โดยมีบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด เป็นผู้จัดการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย

AWC ได้ร่วมกับผู้จัดการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้ที่ราคา 6.00 บาท/หุ้น โดยมีนักลงทุนสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 13 รายได้แก่ บลจ.บัวหลวง, บลจ.กรุงไทย, บลจ.กสิกรไทย, บลจ.ทิสโก้, บลจ.ไทยพาณิชย์, บลจ.ธนชาต, บลจ.เอ็มเอฟซี, บลจ.วรรณ, บลจ.อเบอร์ดีน สแตนดาร์ด (ประเทสไทย), บลจ.เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต, Affin Hwang Asset Management Berhad, Maitri Asset Management และ GIC Private Limited ได้ตกลงจองซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ที่เสนอขายครั้งนี้ เป็นจำนวนรวม 3,454,000,000 หุ้น หรือประมาณร้อยละ 50 ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายครั้งนี้ ที่ราคา 6.00 บาท/หุ้น

สำหรับการทำ IPO ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของ AWC ที่จะช่วยต่อยอดรากฐานอันมั่นคงของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาและบริหารโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่มุ่งเน้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรในประเทศไทยเพื่อตอบรับโอกาสระดับมหภาคที่มีปัจจัยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมายังประเทศไทยจำนวน 38.3 ล้านคน ในปี 61 ตามข้อมูลของ JLL มีอัตราเติบโตของภาคการท่องเที่ยวถึงร้อยละ 10.1 ต่อปี ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

รวมทั้งนักเดินทางประชุมสัมมนามีการเติบโตระหว่างปี 55-60 ร้อยละ 47.6 ต่อปี โดยกรุงเทพมหานครยังเป็นเมืองหลวงที่เป็นเมืองท่องเที่ยวลำดับต้นๆ ของโลก อีกทั้งการขยายตัวของเมืองยังคงมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง โดยที่องค์การสหประชาชาติได้ประมาณการว่าอัตราการอยู่อาศัยในเมืองจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 49.9 ในปัจจุบัน เป็นร้อยละ 58.4 ในปี 73 และร้อยละ 69.5 ในปี 93 ทำให้ความต้องการด้านค้าปลีกและพื้นที่อาคารสำนักงานเพิ่มขึ้น

ด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เหมาสมกับตลาด รวมทั้งสามารถใช้ประโยชน์จากแผนการตลาดในต่างประเทศและเครือข่ายสมาชิกของผู้บริหารโรงแรมระดับสากล ทำให้ธุรกิจของ AWC อยู่ในตำแหน่งที่สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาวภายใต้การสนับสนุนของเครือ TCC Group ทั้งในส่วนโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาแล้ว เริ่มพัฒนา หรือมีแผนพัฒนาในอนาคต ด้วยสิทธิของบริษัทฯ ตามสัญญาสิทธิ ที่ทำให้สามารถเข้าถึงโครงการและที่ดินเปล่าที่มีศักยภาพสูง เพื่อเสริมแผนการเติบโตต่อเนื่องอย่างยั่งยืน

ด้าน นายกานต์ ปฏิเวธวรรณกิจ หัวหน้าคณะสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท แอสเสท เวิร์ด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า ผลประกอบการของบริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง และมีความสมดุล โดยมีสัดส่วนกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปี 61 ร้อยละ 52 ในกลุ่มโรงแรมและการบริการ และร้อยละ 48 ในกลุ่มอสังหาฯ

สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 62 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.62 บริษัทฯมีรายได้และกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน จาก 2 กลุ่มธุรกิจหลักเป็นจำนวน 6,442 ล้านบาท และ 3,114 ล้านบาทตามลำดับ ซึ่งนับได้ว่าสะท้อนรากฐานอันแข็งแกร่งของบริษัทฯ จากการปรับปรุงอสังหาฯของบริษัทฯ อย่างมีกลยุทธ์และต่อเนื่อง สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการหลากหลายโดยการใช้รูปแบบและแบรนด์ที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ การระดมทุนโดยการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินทุนในการเข้าซื้อกิจการที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินตามสัญญาซื้อขายหุ้นปี 62 ซึ่งจะเป็นโครงการใหม่ๆ ที่เข้ามาเสริมพอร์ตโฟลิโอของ AWC หลัง IPO รวมทั้งนำเงินไปลงทุนพัฒนา และปรับปรุงทรัพย์สินของบริษัทฯ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนให้กับบริษัทฯ และผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นโดยบริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติตามงบการเงินรวม นอกจากนี้เงินบางส่วนจะใช้ในการชำระคืนเงินกู้ยืม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถเปิดให้จองซื้อขายหุ้นสามัญให้แก่นักลงทุนประเภทบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ได้ในช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ โดยคาดว่าหุ้นสามัญของบริษัทฯ จะสามารถเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ในช่วงต้นเดือน ต.ค.นี้

Advertisement

Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ