เจาะลึก 4 กลยุทธ์ธุรกิจพิชิตใจนักท่องเที่ยวจีนแบบติดไซเรน!

Corporate เจาะลึก 4 กลยุทธ์ธุรกิจพิชิตใจนักท่องเที่ยวจีนแบบติดไซเรน!

ในยุคที่กำลังซื้อใหญ่ของโลกอยู่ในกำมือนักท่องเที่ยวจีน ทำให้หลายธุรกิจต้องเร่งปรับกระบวนทัพเพื่อทำทุกวิถีทางให้สามารถครองใจนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ให่ได้มากที่สุด

แต่สิ่งที่อาจจะยังเป็นปัญหาให้ต้องกังวลอยู่บ้าง คือ การปรับตัวเพื่อรับมือกับธรรมชาติของนักท่องเที่ยวจีนที่ก้าวล้ำสู่สังคมไร้เงินสดมาไกลมาก จนว่ากันว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า จะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์แบบ

ดังนั้น สำหรับบรรดาเจ้าของธุรกิจ หรือ ใครที่ต้องทำมาค้าขายกับจีน แต่ยังรีๆรอๆ ขอเตือนว่า อย่าช้า เพราะอาจจะไม่ทันการ ยิ่งได้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับสถิตินักท่องเที่ยวจีนที่อาลีเพย์ หนึ่งในแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์และโมบายล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกรวบรวมมาแล้วอาจต้องคิดใหม่แบบติดไซเรน!

เปิดสถิตินักท่องเที่ยวจีนครองโลก

จากข้อมูลของ Travel China Guide พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และในอีก 3 ปีข้างหน้า (ปี 2565) ยอดนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศคาดว่าจะสูงถึง 178.4 ล้านคน ขณะที่ยอดใช้จ่ายต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 5.5 ล้านล้านบาท

ขณะที่ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้ชัดว่าในช่วงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยยอดนักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ 1.03 ล้านคน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ยอดนักท่องเที่ยวจีนแตะระดับ 1 ล้านคน ภายหลังจากที่ธุรกิจท่องเที่ยวของไทยชะลอตัวลงมานานถึง 6 เดือน  

ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ความบันเทิง ช้อปปิ้ง และการรับประทานอาหารในไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่ 20% โดยยอดใช้จ่ายทั้งหมดอยู่ที่ 54,887.89 ล้านบาท

จะเห็นว่าตลาดนักท่องเที่ยวจีนใหญ่กว่าที่คิด และคงไม่มีใครกล้าที่จะเมินเฉยกับความต้องการของนักท่องเที่ยวจีน

ผ่ากลยุทธ์พิชิตใจนักท่องเที่ยวจีน

งานนี้เชอร์รี่ หวง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอาลีเพย์ ไม่รอช้า เผย 4 แนวรบสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรธุรกิจ สามารถสร้างรายได้จากการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีน

1.พลิกโฉมประสบการณ์ค้าปลีกรูปแบบเดิม

ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่รุนแรงมากขึ้น “ธุรกิจรูปแบบเดิม” ไม่ใช่แนวทางที่ใช้ได้ดีอีกต่อไปสำหรับผู้ค้าปลีก  เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีรายได้สูงจากจีน ผู้ค้าปลีกจำนวนมากเริ่มสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ตอบโจทย์ความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของนักท่องเที่ยวจีนที่มีฐานะร่ำรวย นำเสนอในสิ่งที่นักท่องเที่ยวจีนต้องการ หรือ อ่อนไหวเป็นพิเศษ ยกตัวอย่าง หนึ่งในอินไซต์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนที่เจ้าของธุรกิจนำไปใช้ต่อยอดการคัดเลือกสินค้าหรือทำโปรโมชั่นได้ คือ ผลการสำรวจของบริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company ที่พบว่า นักท่องเที่ยวจีนราว 35% ชอบซื้อสินค้าแบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก ขณะที่ 62% ชอบซื้อสินค้าที่หาไม่ได้ในประเทศจีน

2.ปรับใช้ระบบชำระเงินผ่านมือถือ

ชาวจีนจำนวนมากปรับเปลี่ยนสู่สมาร์ทไลฟ์สไตล์ โดยใช้บริการชำระเงินผ่านมือถือเป็นช่องทางหลักในการชำระเงิน และนักท่องเที่ยวจีนก็เริ่มนำเอาพฤติกรรมดังกล่าวมาใช้ในการเดินทางผ่านอี-วอลเล็ท (e-wallet) ขณะที่เดินทางไปยังประเทศอื่นๆ โดยในปี 2561 พบว่า นักท่องเที่ยวจีน 32% ชำระเงินผ่านอุปกรณ์มือถือ เพิ่มจาก 28% ในปีก่อนหน้า และนับเป็นครั้งแรกที่ตัวเลขดังกล่าวแซงหน้าการชำระด้วยเงินสด ซึ่งอยู่ที่ 30% ของการชำระเงินทั้งหมด

ดังนั้น จะเห็นว่าผู้ค้าปลีกที่เริ่มเปิดรับชำระเงินผ่านมือถือพบว่าลูกค้าชาวจีนสนใจที่จะซื้อสินค้า-บริการเพิ่มมากขึ้น หากมีบริการรับชำระเงินผ่านมือถือ สอดคล้องกับผลการสำรวจของนีลเส็น (Nielsen) พบว่านักท่องเที่ยวจีนกว่า 93% เต็มใจที่จะซื้อสินค้า/บริการโดยใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่า และจะเพิ่มยอดใช้จ่ายหากมีบริการรับชำระเงินผ่านมือถือ ผู้ค้าปลีกทั่วไปเริ่มที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการค้าสู่ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น โดยมีการปรับใช้ธุรกรรมผ่านมือถือสำหรับการดำเนินงานและการตลาด เช่น ร้านค้าปลีกในตลาดไนท์มาร์เก็ต บริษัทรถเช่า ศูนย์อาหาร และอื่นๆ 

3.ใช้ประโยชน์จากดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง

เนื่องจากแอปโมบายล์วอลเล็ทของจีนติดตามลูกค้าไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลก ดังนั้นผู้ค้าปลีกของไทยจึงควรให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ด้านการตลาดที่อยู่ในแอปดังกล่าว ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงและดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวจีนตัวอย่างเช่น สายการบินต่างๆ หันมาสร้างและใช้บัญชีที่เป็นทางการบนอาลีเพย์และโมบายล์แอปอื่นๆ เพื่อเพิ่มจำนวนการจองตั๋วเครื่องบินโดยตรงบนเว็บไซต์ของสายการบิน ขณะที่แบรนด์สินค้าแฟชั่นและห้างสรรพสินค้าก็สร้างโปรไฟล์ที่น่าดึงดูดใจ พร้อมนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ๆ เทรนด์แฟชั่น และข้อเสนอสุดพิเศษ เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้น การโพสต์ข้อมูลผ่านช่องทางดังกล่าวยังสามารถเจาะจงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย และยังมีหลากหลายทางเลือกในการลงโฆษณาภายในแอปฯให้สอดคล้องกับงบประมาณที่กำหนด 

4.เกาะกระแสนักท่องเที่ยวกลุ่ม “ผู้สูงวัย”

นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มผู้สูงวัย (Silver Generation) เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุด  ในงานสัมมนาหัวข้อ “China-Ready” ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยจาก Guilin Tourism University ประเมินว่าตลาดการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงวัยในไทยจะมีมูลค่า 146 ล้านล้านบาทในปี 2568 และเพิ่มขึ้น 7.3% ต่อปีในอีก 30 ปีข้างหน้า  ทั้งนี้ ราวหนึ่งในห้าของนักท่องเที่ยวจีนจัดอยู่ในกลุ่มผู้สูงวัย ซึ่งมักจะเดินทางอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีสถานะทางการเงินที่ดีและมีเวลาว่างมากกว่า จึงสามารถวางแผนการท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว ซึ่งราคาตั๋วเครื่องบินจะถูกกว่า และใช้เวลาไปกับทริปท่องเที่ยวได้ยาวนานกว่า 

ทั้งนี้ ไทย มาเลเซีย และญี่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทางในต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากนักท่องเที่ยวเหล่านี้ ซึ่งจากผลการสำรวจของนีลเส็นย้ำว่า เมื่อปีที่แล้ว 88% ของนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มผู้สูงวัยต้องการให้ผู้ประกอบการรับชำระเงินผ่านมือถือในต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนหน้า

ทั้งหมดนี้คือโอกาสทางธุรกิจที่ใครๆก็สามารถทำตามได้ อย่างน้อยโอกาสที่จะพิชิตใจนักท่องเที่ยวจากแดนมังกรก็ใกล้เข้ามาอีกขั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

GET! ชี้ พฤติกรรมคนไทย ดันบริการ “สั่งอาหารส่งผ่านแอปฯ” โตต่อเนื่อง

ท่องเที่ยวไทยยังน่าห่วง ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการลด

พุสดี สิริวัชระเมตตา
ผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวคอร์เปอเรต การตลาด pussadees12@gmail.com
Advertisement

“ไทยพาณิชย์”กำไร 40,436 ล้านบาท ในปี 2562

ธนาคารไทยพาณิชย์ ประกาศผลกำไรสุทธิประจำปี 2562 จำนวน 40,436 ล้านบาท นอกจากนี้ได้มีกำหนดจ่ายเงินปันผลพิเศษในอัตรา 0.75 บาทต่อหุ้น ธนาคารไทยพาณิชย์และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองของปี 2562 จำนวน 95,560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้นในบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต ทั้งนี้ธนาคารมีการตั้งสำรองพิเศษในปี 2562 ส่งผลให้ธนาคารมีกำไรสุทธิ (งบการเงินรวมก่อนตรวจสอบ) จำนวน 40,436 ล้านบาท นอกจากนี้ ธนาคารประกาศเงินปันผลพิเศษแก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา...

ตรุษจีน 63 สำรวจราคาหมู หนึ่งในของไหว้มงคล

หลายคนเริ่มบ่นอุบว่า ราคาหมูช่วงนี้สูงขึ้น จนแทบอยากเปลี่ยนใจมามองหาทางเลือกใหม่ๆบนมื้ออาหาร แต่หลายคนก็ยังไม่มีทางเลือก เพราะใกล้เทศกาลตรุษจีน หลายบ้านต้องซื้อเนื้อหมูมาเป็นหนึ่งในของไหว้มงคลตามความเชื่อว่า การไหว้ด้วยเนื้อหมู เป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์แ งานนี้สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เลยเผยถึงเหตุผลที่ทำให้ราคาหมูช่วงนี้ปรับขึ้นว่า น่าจะเป็นการปรับช่วงสั้นๆ ตามดีมานด์และกลไกลตลาด จีนเตรียมลดภาษีนำเข้าเนื้อหมูแช่แข็ง บรรเทาราคาหมูแพง ก่อนตรุษจีน

‘ATM สีขาว’ จะดีแค่ไหนถ้ากดเงินฟรี ตู้ไหนก็ได้ ไม่จำกัดจำนวน

ในปัจจุบันเราคงคุ้นเคยกับ ATM หลากสี ตามโลโก้และอัตลักษณ์ของแต่ละธนาคาร  หากคุณเดินเข้าห้างคงไม่ใช่เรื่องลำบากที่จะกดเงินจากตู้ของธนาคารเจ้าของบัตร เพราะมีวางเรียงรายหลากสีให้คุณเลือกกด แต่ในบางจุดคุณอาจจะไม่สามารถหาตู้ที่ตรงกับธนาคารเจ้าของบัตรได้  อาจจำเป็นที่ต้องกดเงินจากตู้ต่างธนาคาร  หากทำรายการไม่เกินจำนวนครั้งที่ธนาคารกำหนดคงไม่ใช่ปัญหา  แต่ถ้าเกิดสิ่งที่จะตามมาก็คือค่าธรรมเนียมที่จะต้องถูกหักไป  นี่จึงเป็นหนึ่งในที่มาของโครงการของ “ธนาคารแห่งประเทศไทย” และ “สมาคมธนาคารไทย” ที่อยากเห็น “ATM สีขาว” เกิดขึ้นจริงในปีนี้ ATM สีขาว (White Label ATM) หรือ โครงการบริหารจัดการตู้เอทีเอ็มร่วมกัน เป็นความร่วมมือกันระหว่างธนาคาร ...

อย่าลงทุนเมื่อฝุ่นเข้าตา

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กมาก PM2.5 ที่ทำให้คนเราต้องใส่หน้ากากเข้าหากันทุกวันนี้ เป็นปัญหาที่ทุกคนทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันป้องกันแก้ไข อย่างน้อยๆ ก็เริ่มจากตัวเองก่อน โดยสำรวจตัวเองว่า การดำเนินชีวิตของเราในแต่ละวัน มีอะไรที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองหรือไม่ และเราสามารถลดมันได้ไหม แต่สิ่งที่ผมกำลังจะเขียนถึงนี้ เป็นฝุ่นที่ขนาดใหญ่กว่า PM2.5 เพราะเมื่อเข้าตาแล้วจะรู้สึกระคายเคืองทันที แบบที่ว่าไม่สามารถจะลืมตาได้เป็นปกติ ต้องชำระล้างด้วยน้ำสะอาด น้ำยาล้างตา หรือถ้าไม่มีทั้งสองน้ำที่ว่า ก็ใช้น้ำตาตัวเองนั่นแหละชะล้างฝุ่นออกมา หากเปรียบกับการ ลงทุน การที่ฝุ่นเข้าตาก็เปรียบเสมือนนักลงทุนกำลังเผชิญปัญหาบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถมองเห็นลู่ทางลงทุนได้อย่างกระจ่างชัดเท่าที่ควร ซึ่งมักจะมาจากปัจจัยภายนอกและเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก ยกตัวอย่างการลงทุนในตลาดทุนหรือตลาดหุ้น ในบางช่วงบางเวลาจะเกิดภาวะที่เรียกว่า “ฝุ่นตลบ”...

สร้างหนี้คุณภาพด้วย 3 รู้

คนส่วนใหญ่ที่เป็น หนี้ แล้วพอมีเหตุการณ์ที่ชีวิตพลิกผัน ตัดสินใจฆ่าตัวตายหนีหนี้ ก็เพราะไม่มีเงินสำรองในส่วนนี้ พอเกิดปัญหาปุ๊บ ก็โดนหนี้ล็อคคอทันที

เกาะกระแส แฮร์รี่-เมแกน กับ 10 แบรนด์อังกฤษสุดฮิตในไทย

หลังข่าว แฮร์รี่ เมแกน ได้ประกาศถอนตัวออกจากสมาชิก ราชวงศ์อังกฤษ ทางสำนักพระราชวังยังได้ออกมาประกาศถอดยศทั้งคู่ไปแล้วเรียบร้อยสร้างความตกตะลึงไปทั่วโลก วันนี้ Business Today ขอเกาะกระแสจากฝั่งอังกฤษด้วยการอัปเดต สินค้า 10 แบรนด์ดังของเมืองผู้ดีที่หลายคนอาจจะเคยช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ กันมาแล้วอย่างคุ้นชิน ขณะเดียวกันก็มีหลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่าแบรนด์เหล่านี้เป็นของประเทศอังกฤษ แม้แบรนด์ต่างๆ ที่ว่าจะมาเข้ามาเปิดช้อปรุกตลาดในไทยกวาดรายได้ไปแล้วอย่างถล่มทลายตลอดหลายปีที่ผ่านมา 1. Harrods แบรนด์สินค้าของห้างสุดหรูของอังกฤษที่ใช้ชื่อเดียวกันอย่าง Harrods ห้างนี้ก่อตั้งมานานนับตั้งแต่ปี 1824 มีชื่อเสียงมานานกว่า 190 ปี ปัจจุบันแบรนด์นี้ได้เข้ามาจำหน่ายสินค้าและบริการในประเทศไทย...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -

หลักสูตรเดียวในประเทศไทย

Business​ Today​ Academy
หลักสูตรการสร้างระบบคิด “เชิงนวัตกรรม”
หลักสูตรเดียวที่จะเปลี่ยน “ไอเดีย” เป็น “นวัตกรรมทำเงิน”
กรอกรายละเอียดเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม