ชี้เป้า “บ้าน-คอนโด” ไม่เกิน 3 ล้าน ใน “กรุงเทพ” อยู่ตรงไหนบ้าง

Editor Pick ชี้เป้า “บ้าน-คอนโด” ไม่เกิน 3 ล้าน ใน "กรุงเทพ" อยู่ตรงไหนบ้าง

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้เป้าทำเล “บ้าน-คอนโด” ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล  หลังรัฐออกมาตรการกระตุ้น  ลดค่าธรรมการโอน-จดจำนองเหลือ 0.01%

บ้าน-คอนโด ไม่เกิน 3 ล้าน ยังมีอยู่ในกรุงเทพฯ

จากการสำรวจของฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ “บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด” ในช่วงครึ่งปีแรก พบว่า ที่อยู่อาศัยที่เหลือขายในช่วงนี้ซึ่งมีระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีทั้งสิ้น 47,941 ยูนิต หรือคิดเป็น 32% ของที่อยู่อาศัยที่เสนอขายทั้งหมดที่มี 150,238 ยูนิต

โดยที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท สามารถแบ่งออกเป็น บ้านเดี่ยว 48 ยูนิต คิดเป็นหรือ 0.10% ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยมาก , ส่วนทาวน์โฮม มีจำนวน 12,467 ยูนิต หรือคิดเป็น 26% , และคอนโดมิเนียม 35,426 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 73%

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ราคาไม่เกิน 3 ล้าน

สำหรับโซนที่มีที่อยู่อาศัยราคาน้อยกว่า 3 ล้านบาท ที่น่าสนใจได้แก่ บริเวณกรุงเทพตอนเหนือ เช่น ปทุมธานี ลาดหลุมแก้ว และบริเวณกรุงเทพตะวันตก เช่น บางบัวทอง-ไทรน้อย ศาลายา-บางใหญ่-นนทบุรี ถือว่าเป็นเขตที่มีทาวน์โฮม ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทเหลือขายอยู่เป็นจำนวนมาก

ส่วนคอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทพบมากในโซนชานเมืองที่มีรถไฟฟ้า เช่น  บริเวณรถไฟฟ้าสายสีม่วง พัฒนาการ-รามคำแหง  สาทร ตากสิน – ธนบุรีสะพานใหม่ และรังสิต

นางสาวสุวรรณี มหณรงค์ชัย รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนากลยุทธ์และบริหารสินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทถือว่ามีความน่าสนใจเพราะเป็นระดับราคาที่ผู้ซื้อเป็นกลุ่มคนทั่วไป กลุ่มคนเริ่มทำงาน ผู้ปกครองที่ซื้อให้บุตรหลานในวัยศึกษาเล่าเรียน สามารถเข้าถึงได้

พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้เป้าทำเล “บ้าน-คอนโด” ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท
สุวรรณี มหณรงค์ชัย

นอกจากนี้หากในอนาคตต้องการปล่อยเช่า ยังเป็นตลาดที่สามารถปล่อยเช่าให้กลุ่มคนทั่วไปได้เพราะราคาไม่สูงเกินไป โดยส่วนใหญ่อัตราเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 14,000 บาทต่อเดือน สามารถให้ผลตอบแทนการปล่อยเช่า (Rental Yield) อยู่ที่ประมาณ 4.5% ต่อปี  

มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ช่วยกระตุ้น บ้าน-คอนโด ราคาไม่เกิน 3 ล้าน

นางสาวสุวรรณี ระบุว่าจากการที่รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ลดภาระให้กับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย เพื่อสนับสนุนและบรรเทาภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ด้วยการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุดราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย และจะต้องจดทะเบียนการโอน จดจำนองอสังหาริมทรัพย์ในคราวเดียวกัน ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563

ตลอดจนมาตรการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 2.5% คงที่ 3 ปี วงเงิน 50,000 ล้านบาท มองว่าการออกมาตรการดังกล่าว มีส่วนกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปีให้คึกคักและมีความสมเหตุสมผลในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นวงเงินมากกว่ามาตรฐานครั้งก่อนที่ออกมา

การออกมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลครั้งนี้  ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังซื้อระดับทั่วไปเริ่มชะลอมาหลายปี  มีส่วนช่วยผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะรายเล็กที่เน้นพัฒนาโครงการขนาดเล็กในราคาระดับไม่เกิน 3 ล้านบาท

โดยจะเห็นว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจะเลี่ยงไปออกโครงการในระดับลักซ์ชัวรี่ที่ไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
>>
พลัสฯ เผยคอนโดหัวหินแนวโน้มสดใส นักท่องเที่ยวโตปีละ 6%
>>
ตลาด “บ้านเดี่ยว” หลังละ 10 ล้าน ความต้องการสูง

Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ