Home Corporate คาดธุรกิจขึ้นเงินเดือนปีนี้เฉลี่ย5% โบนัส 2.3 เท่า

คาดธุรกิจขึ้นเงินเดือนปีนี้เฉลี่ย5% โบนัส 2.3 เท่า

 

เผยผลสำรวจอัตราการขึ้นเงินเดือนของไทยยังคงตัว คาดอุตสาหกรรมในไทยขึ้นเงินเดือนเฉลี่ย คงตัวที่ 5% อุตฯยานยนต์มากสุด 5.5% ขณะที่ อุตฯไฮเทคมีอัตราการออกจากงานโดยไม่สมัครใจสูงสุดที่ 7% เหตุแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

- Advertisement -

เมอร์เซอร์ เผยผลการศึกษาจาก ‘โครงการสำรวจค่าตอบแทนและสวัสดิการของประเทศไทย ประจำปี 2562’ พร้อมแนวโน้มค่าตอบแทน รวมถึงคาดการณ์ถึงการเติบโตของอัตราการจ้างงานและเงินเดือนสำหรับปี 2563 คาดการณ์ของการขึ้นเงินเดือนของอุตสาหกรรมหลักในประเทศไทยยังคงตัวอยู่ที่ 5% สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำที่ 1.1% เพิ่มเล็กน้อยจาก 1.0% ในปี 2562

อุตสาหกรรมที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นเงินเดือนสูงสุดคืออุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งอยู่ที่ 5.5% ในขณะที่อุตสาหกรรมเคมีมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการปรับเงินเดือนอยู่ที่ 5.2% 

แนวโน้มการจ่ายโบนัสผันแปรสำหรับปี 2562 นี้ ยังคาดว่าจะอยู่ที่ 2.3 เท่าของเงินเดือนในภาพรวมของทุกอุตสาหกรรม โดยในอุตสาหกรรมยานยนต์จะมีการจ่ายโบนัสสูงสุดที่ 3.6 เท่าของเงินเดือนเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ตามมาด้วยอุตสาหกรรมประกันชีวิตและอุตสาหกรรมไฮเทค ซึ่งคาดว่าจะจ่ายโบนัสอยู่ที่ 2.5 เท่าของเงินเดือน

แนวโน้มอัตราการออกจากงานโดยสมัครใจ

ผลการสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า จากภาพรวมของภาคอุตสาหกรรม อัตราการออกจากงานโดยสมัครใจเพิ่มขึ้นเป็น 12.8% ในปี 2561 (เมื่อเทียบกับ 12.5% ในปี 2560) ในขณะที่ข้อมูลล่าสุดจากผลสำรวจ Mercer Asia Market Pulse Survey ในไตรมาสที่หนึ่ง ประจำปี 2562 นั้นพบว่า อัตราการออกจากงานโดยสมัครใจคงที่ในระดับเดียวกับไตรมาสที่หนึ่งของปี 2561 (4%)ในทวีปเอเชีย

สาเหตุหลักที่พนักงานลาออกจากงานนั้นมีความแตกต่างไปตามกลุ่มอายุและเพศ โดยภาพรวมแล้วพบว่ามีสาเหตุหลักอยู่ 3 ประการ ได้แก่ การแข่งขันด้านค่าตอบแทน การสื่อสารกับหัวหน้างาน และความก้าวหน้าในสายอาชีพที่ชัดเจน ซึ่งรวมถึงความมั่นคงของงานด้ว

ในขณะที่อุตสาหกรรมไฮเทคในประเทศไทยยังคงมีอัตราการออกจากงานโดยไม่สมัครใจสูงสุดที่ 7% ซึ่งเป็นผลมาจากบทบาทของเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นและความจำเป็นของภาคอุตสาหกรรมในการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลและการใช้ระบบออโตเมชั่น

แนวโน้มของการจ้างงาน

สำหรับประเทศไทย คาดว่าองค์กรต่างๆ มีแผนที่จะว่าจ้างงานในปี 2563 ลดลงเล็กน้อยที่ 29% เทียบกับสัดส่วน 31% ในปี 2562 จากอัตราที่คงที่ของการออกจากงานโดยสมัครใจ องค์กรส่วนมากจึงมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะและความสามารถของพนักงาน

นายพิรทัต ศรีสัจจะเลิศวาจา Market Segment Leader & Career Products Leader บริษัท เมอร์เซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าตำแหน่งงานที่เรามีความคุ้นเคยกันทุกวันนี้เริ่มที่จะหายไปจากตลาด และการเข้าถึงทักษะที่สามารถนำบริษัทไปสู่เป้าหมายในด้านทรัพยากรบุคคล จะมีความสำคัญและผลกระทบต่อการสร้างคุณค่าขององค์กรและตัวชี้วัดของงานต่างๆ ในอนาคต

นายจักรชัย บุญยะวัตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมอร์เซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลถือเป็นวาระแห่งชาติของประเทศไทยในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาตร์ชาติ ไทยแลนด์ 4.0 และแผนพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล
(ปี 2561 – 2580) และเพื่อที่จะดึงดูด สร้างแรงจูงใจ และพัฒนาศักยภาพให้แก่บุคลากร องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความเป็นจริงของโลกดิจิทัลและกลุ่มแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ในยุคปัจจุบันที่เรากำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การก้าวสู่ยุคประชากรสูงอายุ และการหันมาใช้พนักงานชั่วคราวเพิ่มขึ้น องค์กรมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาทบทวนการให้ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่องค์กรมีให้กับพนักงาน เพื่อให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล ตลอดจนสร้างแรงกระตุ้นให้แก่พนักงาน โดยมีหลายบริษัทที่หันมาใช้ระบบสิทธิประโยชน์แบบยืดหยุ่นและรูปแบบการจ่ายค่าตอบแทนตามความสามารถเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ เหล่านี้”

การเปลี่ยนแปลงไปสู่ผลตอบแทนที่มากกว่าเงินเดือน 

การเกิดขึ้นตำแหน่งงานใหม่ๆ รวมถึงการที่ตำแหน่งงานเดิมต้องปรับเปลี่ยนไปกระแสของเทคโนโลยีออโตเมชั่นและเอไอ จึงเป็นเรื่องยากสำหรับองค์กรที่ต้องตามให้ทันกับความคาดหวังของพนักงานเกี่ยวกับผลตอบแทนและ market values จากผลการสำรวจระดับโลกเกี่ยวกับเทรนด์ของพนักงานที่มีความสามารถ ซึ่งเมอร์เซอร์จัดทำขึ้นในปี 2562 พบว่า รูปแบบของการผลตอบแทนที่สำคัญสูงสุดอันดับหนึ่งคือ การให้ผลตอบแทนด้วยรูปแบบที่หลากหลายกว่าเดิม

ข่าวดีก็คือ สิ่งที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลให้ความสำคัญอันดับต้นๆ ล้วนสะท้อนถึงสิ่งที่พนักงานต้องการ โดยทั้งฝ่ายทรัพยากรบุคคลและพนักงานต่างเห็นตรงกันว่า การมอบผลตอบแทนหรือสิ่งจูงใจแก่พนักงานที่มีความสามารถได้หลากหลายมากขึ้น สามารถสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นได้ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจได้อย่างแท้จริง

นายภูนีต สวานี หุ้นส่วนอาวุโสและผู้อำนวยการธุรกิจ Career ในระดับภูมิภาคระหว่างประเทศ ของเมอร์เซอร์ กล่าวว่า “ผลของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเข้าสู่โลกยุคใหม่ของการทำงาน ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องหันมาทบทวนแนวทางเพื่อให้สามารถรับมือกับอนาคตได้ ด้วยการออกแบบรูปแบบของการจ่ายผลตอบแทนที่คำนึงถึงความความต้องการของพนักงานเป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการนำดิจิทัลมาใช้ในองค์กร การสร้างทักษะที่สำคัญและจำเป็นให้กับพนักงานเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในอนาคต หรือแม้แต่การสร้างสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมการทำงานได้อย่างเหมาะสม

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

‘สมาคมรถมือสอง’ ค้านมาตรการเยียวยาอุตฯยานยนต์ของ สอท.

นายภิญโญ ธนวัชรภรณ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้มีการจัดทำหนังสือเปิดผนึกถึง พชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เพื่อขอเข้าปรึกษาหารือเกี่ยวกับผลกระทบในอุตสาหกรรมรถยนต์ใช้แล้ว (รถมือสอง) จากมาตรการสนับสนุนข้อร้องเรียนของกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ข้อหารือที่จะเกิดขึ้นในการเข้าพบ อธิบดีกรมสรรพสามิต คือ จากกรณีที่กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ได้มีการยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือต่อกรมสรรพสามิต โดยมีการนำเสนอให้ลดภาษีสรรพสามิตลง 50%, โครงการนำรถเก่าและรถใหม่โดยให้ภาครัฐสนับสนุนชดเชยราคารถเก่ามูลค่า 100,000...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ติดเชื้อรายใหม่ 3 ราย รวมสะสม 3,045 ราย จากพื้นที่กักกันของรัฐ เดินทางกลับจากคูเวต และรัสเซีย ขณะที่ไม่มีผู้เสียชีวิต รักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 59 ราย และมีผู้รักษาหายแล้วรวมสะสม 2,929 ราย

ออมสินปล่อยสินเชื่อโควิด-19 รายละ 10,000-50,000 บาท

ธนาคารออมสินเตรียมวงเงินปล่อยสินเชื่อใหม่ 40,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ ให้ผ่อนเบาๆ อาชีพอิสระกู้ได้ 10,000 บาท/ราย พนักงานประจำ 50,000 บาท/ราย นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้ดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ตามแนวทางที่กระทรวงการคลัง ได้กำหนดกรอบและแนวทางไว้ โดยได้ออกมาตรการดูแลเป็นการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม...

ตลาดหุ้นทั่วโลกขานรับ ‘ปลดล็อกดาวน์’ หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว

ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวในแดนตามตลาดหุ้นยุโรปและตลาดหุ้นฟิวเจอร์สหรัฐ นักลงทุนมองข้ามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-จีน แต่มองไปที่ความหวังการเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของหลายประเทศจะช่วยหนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว ญี่ปุ่นยกเลิกภาวะฉุกเฉินในโตเกียวและฮอกไกโด ขณะทีอังกฤษจะกลับมาเปิดธุรกิจบางประเภทในเดือนมิ.ย.นี้ นิเกอิ เพิ่มขึ้นกว่า 1% แตะระดับสูงสุดตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค. ที่เผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และล็อกดาวน์กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ

Related News