Home Money2know มาตราการใหม่ คลินิกแก้หนี้ ลดภาระลูกหนี้ สารพัดวิธี “ ลดดอกถึง0% จ่ายงวดต่ำ-ตัดเงินต้น”

มาตราการใหม่ คลินิกแก้หนี้ ลดภาระลูกหนี้ สารพัดวิธี “ ลดดอกถึง0% จ่ายงวดต่ำ-ตัดเงินต้น”

หนึ่งในเครื่องมือการบริหารเงินในกระเป๋า สำหรับชีวิตคนมีหนี้ติดตัวคือทำอย่างไรลดต้นทุนจ่ายดอกเบี้ยให้ต่ำ เพราะนั่นจะทำให้ภาระจ่ายรายงวด ไปตัดเงินต้นได้มากสุดและหนี้จบเร็ว  ยิ่งถ้าเป็นหนี้บ้านหนี้รถ คุณจะได้เป็นเจ้าของอย่างเต็มภาคภูมิใจ คลินิกแก้หนี้ 

- Advertisement -

ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไม่ดี จะเห็นแต่รัฐบาลและแบงก์ชาติ ออกมาตรการช่วยลูกหนี้เสีย

แต่ปีหนูปีนี้ ถือเป็นปีทองของ “ลูกหนี้ดี” ได้รับรางวัลบ้างแล้ว แบงก์ชาติส่งสัญญาณให้เจ้าหนี้ทั้งหลายช่วยก้นประคับประคองลูกหนี้ดีที่เริ่มมีสัญญาณผิดนัดชำระหนี้ไม่ถึง 3 เดือน หรือเรียกว่าลูกหนี้ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ (SM) เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาไหลเป็นหนี้เสีย 

ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาแย่หนักกว่าเดิม เพราะกลายเป็นมีเครดิตทางการเงินเสีย จะกู้ยืมด้านอื่นๆไม่ได้ จะยิ่งฉุดด้านการใช้จ่ายบริโภค กดดันภาพรวมเศรษฐกิจทั้งประเทศทรุดได้

บรรยากาศเศรษฐกิจเดือนแรกของปี 2564 ออกอาการไม่สดใสแล้ว สารพัดเรื่องร้ายรุมเร้า นำโดยปัญหาตะวันออกกลาง อิรัก-อิหร่าน-สหรัฐ ถล่มหนักแต่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง  โลกเราก็ต้องมาเจอปัญหาที่หนักเวลานี้ ยังไม่จบด้วย คือโรคระบาด”ไวรัสโคโรน่า” จากอู๋ฮั่นในเมืองจีน  ซึ่งแพร่ไปกว่า 25 ประเทศทั่วโลกแล้วกระทบต่อชีวิตการกินอยู่จะลำบากยากขึ้น ยิ่งจีนปิดประเทศ ยิ่งกระทบต่อการค้าขายช่องทางทำมาหากินไม่เหมือนเดิม  คนว่างงานเพิ่มขึ้น กลายเป็นรายได้หดหาย แต่ภาระหนี้สินยังต้องชำระทุกงวดทุกเดือน

นับวันสถานการณ์ต่างๆมีความไม่แน่นอนเกิดถี่ขึ้น และกระทบต่อต้นทุนการดำเนินชีวิตประจำวันมากขึ้นทุกที

ล่าสุด แบงก์ชาติออกตัวมาแล้ว นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าสถานการณ์หนี้ครัวเรือนของประเทศที่อยู่ในระดับ “น่ากังวลใจ” และเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่ไม่สดใสนัก 

“การแก้ปัญหาหนี้สินให้กับประชาชนเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของธปท.ในปี 2563 “

เมื่อดูข้อมูลภาระหนี้ต่อเดือนของครัวเรือนไทยพบว่าประมาณ 40% เป็นหนี้ส่วนบุคคลเพื่ออุปโภคบริโภค ที่ระยะเวลาผ่อนสั้นและมีอัตราดอกเบี้ยแพง ซึ่งหนี้บัตรทั้งบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดถือเป็นลูกหนี้ส่วนใหญ่ของหนี้กลุ่มนี้

คลินิกแก้หนี้ เปิดรับเพิ่มลูกหนี้เสียก่อน1ม.ค. 2563

โดยขออัพเดตข้อมูลของคนเป็นหนี้เสียก่อน เพราะขณะนี้แบงก์ชาติ เปิดทางให้ “โครงการคลินิกแก้หนี้” เดินหน้าเฟส 3 ที่สามารถเข้ามาช่วยเหลือดูแลประชาชนที่มีหนี้บัตรได้ครอบคลุมเกือบทุกกลุ่ม  เนื่องจาก

1.เปิดรับแก้ไขหนี้บัตรสำหรับคนที่มีเจ้าหนี้รายเดียว 

2.เปิดรับหนี้บัตรที่อยู่ในกระบวนการของศาลและมีคำพิพากษาแล้ว หรือเป็น“คดีแดง”  เพิ่มจากเดิมรับเพียงคดีดำ (อยู่ระหว่างกระบวนพิจารณาของศาล) และลูกหนี้ที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี เท่านั้น

3.ขยายเวลารับลูกหนี้บัตรที่เป็นNPL หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ก่อนวันที่ 1 ม.ค. 2563 แบบว่าลูกหนี้ที่เพิ่งเสียใหม่ปีที่แล้วก็มาใช้บริการได้

เพราะฉะนั้น หากคุณลูกหนี้บัตร รู้สึกมีอาการผ่อนจ่ายหนี้สารพัดบัตรไม่ไหว ควรเข้าปรึกษาโครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งมีความพิเศษ 2 ต่อ คือ 

ต่อที่หนึ่ง ตัวกลางโดย “บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท” หรือ SAM จะช่วยดำเนินการเจรจาและประสานงานให้ระหว่างเจ้าหนี้หลายรายกับลูกหนี้รายนั้นๆ ซึ่งจะทำให้รวมหนี้บัตรเบ็ดเสร็จ 

ต่อที่สอง ลูกหนี้บัตรจะได้รับคำแนะนำและข้อเสนอปรับโครงสร้างหนี้ที่ผ่อนปรนพิเศษด้วยการผ่อนเฉพาะเงินต้น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่ำระดับ 4-7% โดยมีระยะเวลาผ่อนนานถึง 10 ปี ซึ่งจะทำให้ลดภาระผ่อนแต่ละงวดลดลง และ เมื่อผ่อนชำระเสร็จสิ้นตามสัญญาจะยกดอกเบี้ยค้างชำระให้ทั้งหมด  ซึ่งแตกต่างจากปกติถ้าลูกหนี้เจรจากับเจ้าหนี้เดิม อาจถูกเรียกให้จ่ายคืนภายในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 6 เดือน จะกดดันชีวิตเครียดไปอีก

อย่างไรก็ตาม ลูกหนี้ที่เข้าโครงการนี้จะติดข้อจำกัด “ห้ามก่อหนี้ใหม่ในระยะ 5ปี” 

สำหรับโครงการคลินิกแก้หนี้ เฟส 3 ปีนี้ ตั้งเป้ามีลูกหนี้มาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 ราย จากปัจจุบันมีลูกหนี้เซ็นสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้ว จำนวน 3,194 ราย 

ทั้งนี้ปัจจุบันโครงการ คลินิกแก้หนี้ มีสถาบันการเงิน non-bank และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ  เป็นสมาชิกรวม 35 แห่ง เพราะฉะนั้นโครงการคลินิกแก้หนี้ ถือเป็น“เครือข่ายที่ช่วยเหลือประชาชนแก้หนี้บัตร” ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยธนาคารออมสินถือเป็นสมาชิกใหม่ล่าสุดที่เข้าร่วมโครงการฯ 

คลินิกแก้หนี้

ออมสินรับ “รีไฟแนนซ์”หนี้บัตรดีที่ทรุด -ดอกต่ำ

แบงก์ออมสินยังจัดเต็มเพิ่มการช่วยเหลือดูแล “ลูกหนี้ดี”ด้วยโครงการ refinance หนี้บัตรดี เพื่อลดภาระดอกเบี้ยให้แก่คนที่มีวินัยและมีประวัติผ่อนชำระดีเยี่ยม โดยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 8.50-10.50% ตามความเสี่ยง ซึ่งเดิมต้องจ่ายดอกเบี้ยสูง 18% – 28%  พร้อมกับจะสนับสนุนให้ลูกค้านำเงินที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือนจากการ refinance ไปเก็บออมไว้ เช่นซื้อสลากออมสินด้วย 

ขณะที่นายโชคชัย คุณาวัฒน์ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่าเริ่มเห็นลูกหนี้ดีประสบปัญหาการจ่ายหนี้แล้ว จึงได้ทำโครงการนี้ออกมารองรับด้วยวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยจะช่วยผ่อนปรนภาระหนี้เป็นระยะเวลา 4 ปี คาดว่าจะให้รีไฟแนนซ์เฉลี่ย 1 แสนบาทต่อราย น่าจะเริ่มเปิดรับลูกหนี้ดีช่วงเดือน มี.ค.-มิ.ย. 2563 นี้ โดยลูกหนี้ดีที่มารีไฟแนนซ์จะไม่ติดข้อจำกัดด้านการก่อหนี้ใหม่เหมือนโครงการคลินิกแก้หนี้

“การแก้หนี้เสียและการ refinance หนี้บัตรดีจะสัมฤทธิ์ผลสูงสุด หากลูกหนี้ใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างวินัยทางการเงิน วางแผนชีวิต และใช้จ่ายอย่างเหมาะสมด้วย”

ธอส.อุ้มขรก.ลดอก0%6เดือน จ่าย50%ต่องวดตัดต้น

แบงก์รัฐอีกแห่งที่ร่วมด้วยช่วยกันออกมาตรการดูแลลูกหนี้ คือธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)ที่เข้ามาร่วมแก้ไขปัญหาหนี้สินในส่วนของบ้านที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ , พนักงานรัฐวิสาหกิจ, พนักงานองค์กรอิสระ และพนักงานองค์กรมหาชน) ที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระตามเงื่อนไขการประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร หรือมีวันค้างชำระตั้งแต่ 61 วันขึ้นไป(ลูกหนี้ระดับ SM)  ซึ่งปัจจุบันมีอยู่จำนวนประมาณ 10,000 ราย ยอดเงินต้นคงเหลือ8,300 ล้านบาท 

โดยลูกหนี้ SM ดังกล่าว จะได้ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0% ต่อปี ในระหว่างการประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้  เป็นระยะเวลา 6 เดือน พร้อมกับผ่อนชำระเงินงวด 50%ของเงินงวดตามสัญญาเดิม ซึ่งจะนำมาหัก “เงินต้น”ให้ด้วย โดยธนาคารจะติดตามดูผลการชำระเงิน 3 เดือน ก่อนพิจารณาจัดชั้นหนี้เป็นปกติ ทั้งนี้มาตรการนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ และต้องเสนอรัฐบาลด้วย ดังนั้น ต้องอดใจรอกันก่อน

ดังนั้นปีนี้ลูกหนี้จะต้องตั้งรับสถานการณ์เศรษฐกิจฝืดเคืองให้รอดไปให้ได้   

ลูกหนี้คนไหนที่คิดว่าเร่ิมจ่ายไม่ไหวแล้ว ควรเดินหน้าใช้บริการตามโครงการที่ออกมาหากเห็นว่าช่วยลดภาระผ่อนถูกลงได้ งานนี้วัดใจเจ้าหนี้รายไหนโครงการไหน “ใจถึงพี่งได้”  คุณควรจะรีบไปหาขอใช้สิทธิ  เพื่อที่ “เงินในมือ” จะกลับมามีสภาพคล่องดีขึ้นเรื่องดีงามแบบนี้ สำหรับลูกหนี้นานปีมีหน คลินิกแก้หนี้ สามารถช่วยคุณได้

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง :คนไทยได้หรือเสียจากการลดดอกเบี้ย1%ครั้งประวัติศาสตร์

ไทยพาณิชย์ ประกาศลดดอกเบี้ย MLR ลง 0.25% มีผล 7 ก.พ.นี้

Latest

บจ.ใน mai อาการหนักพอ ๆ กับ SET กำไรสุทธิ ไตรมาสแรกวูบ 58.58%

บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2563 มียอดขายรวม 42,132 ล้านบาท ลดลง 1.56% กำไรสุทธิรวม 717 ล้านบาท ลดลง 58.58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มทรัพยากร เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังคงมียอดขายและกำไรสุทธิเติบโต อัตรากำไรสุทธิของบจ.ใน MAI ลดลงพอ ๆ กับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีอตรากำไรลดลง...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

อีกนานกว่าจะพัฒนาวัคซีนโควิด-19 สำเร็จ

ผลการทดลองคลินิกระยะแรก วัคซีนป้องกันโควิด-19 ตัวแรกได้ผลดี แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้เป็นแค่เริ่มต้น ยังอีกนานกว่าจะสามารถผลิตใช้ได้สำหรับทุกคน วารสารการแพทย์เดอะ แลนเซต (The Lancet) ของอังกฤษ รายงานว่าการทดลองวัคซีนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของจีน ซึ่งเป็นวัคซีนโรคโควิด-19 ตัวแรกที่ผ่านการทดลองทางคลินิกระยะที่ 1 ปรากฏผลว่าปลอดภัย ทนทาน และสร้างการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต้านเชื้อไวรัสฯ...

โควิด-19 กระทบยอดขายรถยนต์ เม.ย. แบรนด์ไหนหนักสุด !?!

ภาพรวมยอดขายตลาด รถยนต์ ในประเทศไทยสะสม 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ของปี 2563 มียอดขายรวมอยู่ที่ 230,173 คัน ลดลง 34.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศและในระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ สำหรับรายละเอียดยอดขายรวมของแต่ละตลาดสะสม 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ของปี...

‘เยียวยาเกษตร 5,000’ จ่ายแล้วล็อตแรก 3.2 ล้านราย 1.6 หมื่นล้าน

การจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร 5,000 บาท (3 เดือน) โดย ณ 22 พ.ค. 63 ได้โอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรงแล้วกว่า 3.2 ล้านราย เป็นเงินกว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบสถานะการโอนเงินเยียวยาและผลการโอนเงินผ่านเว็บไซต์ นายอุตตม...

Related News

ธอส เผยวันแรกลูกค้ายื่นเข้ามาตรการพักหนี้-ฟรีดอกเบี้ยแล้วเกือบ 4 หมื่นลบ.

ลูกค้าที่เลือกใช้ทั้ง 4 มาตรการของ ธอส จนถึง ณ วันที่ 10 เมษายน 2563 เวลา 8:00 น. ซึ่งมีจำนวน 170,958 บัญชี คิดเป็นวงเงินกู้ถึง 181,927 ล้านบาท

เล่าความจริงนโยบายพักต้นพักดอกของธนาคารและเราควรจะใช้มันหรือไม่??

วิกฤตไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจไปทั่วย่อมหญ้า โดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว หลายธุรกิจต้องให้พนักงาน Leave Without Pay หรือถึงกับเลย์ออฟ ทำให้ธนาคารต้องออกนโยบาย พักต้นพักดอก ให้กับลูกหนี้เพื่อแบ่งเบาภาระ นโยบายช่วยเหลือผู้กู้ที่เป็นรายย่อยที่ธนาคารแห่งประเทศไทยผลักดันออกมาให้เป็นแนวทางสำหรับธนาคารพาณิชย์จนกระทั่งแต่ละธนาคารได้ออกแคมเปญออกมาในแนวทางใกล้เคียงกัน เช่น บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล ลดการจ่ายขั้นต่ำต่อเดือนลงจากเดิม 10% เหลือ 5%  มีผลทันทีไม่จำเป็นต้องยืนเรื่อง นอกจากนี้ยังมีการแปลงเป็นสินเชื่อระยะยาวให้ผ่อนต่องวดน้อยลง สินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ มีตั้งแต่การลดดอกเบี้ย ขยายระยะเวลา ลดค่างวด พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ล่าสุด ธนาคารพาณิชยืต่างพากันออกนโยบายหยุดการชำระเงินต้นและดอกเบี้ยและยืดระยะเวลาออกเป็น...

ธอส ประเดิมแบงก์แรก “ไม่คิดดอกเบี้ย” ช่วงพักชำระหนี้ 4 เดือน

ธอส “ไม่คิดดอกเบี้ย” ช่วงพักหนี้ 4 เดือน สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีวงเงินกู้ทุกบัญชีรวมกัน ไม่เกิน 3 ล้านบาท รายได้ต่อเดือนไม่เกิน 35,000 บาท

ธอส. พักชำระหนี้สินเชื่อบ้านทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 4 เดือน ให้ลูกค้าวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ลบ.-มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บ.

ธอส. พักชำระหนี้สินเชื่อบ้านทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 4 เดือน ให้ลูกค้าวงเงินกู้ไม่เกิน 3 ลบ.-มีรายได้ไม่เกิน 35,000 บ. แจ้งความประสงค์ผ่านแอป GHB ALL

“ออมสิน”พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย 3 เดือน ลูกหนี้โดนผลกระทบไวรัสโควิด-19

 “ออมสิน”พักชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย 3 เดือน ลูกหนี้โดนผลกระทบไวรัสโควิด-19 เริ่ม 1 เม.ย.-30 มิ.ย.63 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม โดยที่รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในทุกมิตินั้น ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มอบนโยบายให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ในการช่วยเหลือลูกหนี้ ซึ่งธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อเป็นการเพิ่มเติม ด้วยโครงการช่วยเหลือด้านสินเชื่อสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส...