โอกาสทองซื้อ ประกันออมทรัพย์ ปีนี้รับผลตอบแทนดี…ปีหน้าหายากแล้ว

Personal Finance โอกาสทองซื้อ ประกันออมทรัพย์ ปีนี้รับผลตอบแทนดี...ปีหน้าหายากแล้ว

ปีนี้ โปรดักต์ประกันชีวิตที่ฮอตสุด ยังคงเป็นแบบ “ประกันสะสมทรัพย์หรือ ประกันออมทรัพย์  นั่นเอง

 โดนใจทั้งฝั่งผู้ขายโดยเฉพาะตัวแทนที่นำเสนอโปรดักต์ได้ง่าย และจุดเด่นเรื่อง “การันตีผลตอบแทน” ด้วย 

และฝั่งผู้ซื้อจะชอบที่เป็นการออมเงินรูปแบบหนึ่ง ได้รับการคุ้มครองด้วย และได้ผลตอบแทนที่การรันตีในระยะยาวด้วย ซึ่งจะสูงกว่าเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยฝากที่อยู่ระดับต่ำในเวลานี้

ที่สำคัญ กรมสรรพากร ยังให้นำเบี้ยประกันสะสมทรัพย์ หักลดหย่อนภาษีได้จำนวนไม่เกิน  15,000 บาท ต่อปีด้วย จึงเป็นโปรดักต์ประกันที่มนุษย์เงินเดือน ผู้มีอาชีพอิสระหรือผู้ประกอบการ จะจัดสรรเงินออมมาซื้อไว้ รวมไปถึงเศรษฐีที่อยากได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าดอกเบี้ยฝากด้วย

สำหรับลักษณะของแบบประกันสะสมทรัพย์จะมีระยะเวลาคุ้มครองประมาณ 10,15,20 ปีซึ่งจะไม่ยาวนานเหมือนประกันคุ้มครองตลอดชีพ และประกันตัวนี้จะมีกำหนดเงินคืนระหว่างสัญญาด้วย  

แต่เบี้ยประกันออมทรัพย์ จะค่อนข้างแพงกว่าแบบประกันตัวอื่นๆ เนื่องจากบริษัทประกันจะต้องนำเบี้ยบางส่วนไปลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทน (IRR) ในรูปเงินคืนตามที่การันตีในระยะยาวไว้ด้วย

ดังนั้น ในมุมของบริษัทประกันในฐานะผู้บริหารเงินของเบี้ยก้อนนี้ จึงต้องแบกภาระทั้งการสร้างผลตอบแทนให้ได้ตามเป้าหมายระยะยาว ขณะเดียวกัน การบริหารเงินส่วนนี้ก็ไม่สามารถรับความเสี่ยงหรือความผันผวนจากการลงทุนได้มากด้วย

แต่ปัจจุบัน การบริหารเงินของเบี้ยประกันสะสมทรัพย์ มีความยากเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะกระแสดอกเบี้ยทั่วโลกตำ่ ชนิดที่เรียกว่าบางประเทศ ดอกเบี้ยฝากติดลบแล้ว  ในส่วนของดอกเบี้ยในประเทศไทย  แบงก์พาณิชย์มีการปรับลดดอกเบี้ยลง ตามดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติที่ปรับลดลงมา 2 ครั้งในรอบปีนี้แล้ว จากต้นปี 1.75% ปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.25% 

ผลที่เกิดขึ้นของบริษัทประกันชีวิต คือ จะต้องหาสินทรัพย์ลงทุนที่มีความเสี่ยงตำ่ด้วย  และสามารถสร้างผลตอบแทนให้ได้ตามระดับเป้าหมายที่การันตีไว้ในแต่ละปีๆ นี่คือโจทย์ที่ยุ่งยากของบริษัทประกัน

ปัจจุบัน บริษัทมีแบบประกันสะสมทรัพย์ที่การันตีผลตอบแทนระดับสูงกว่าดอกเบี้ยฝากวางเสนอขายอยู่ โดยอัตราผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยจะอยู่ที่ระดับ 2-3% แต่หากเป็นลูกค้าที่ถือประกันสะสมทรัพย์รุ่นเก่าๆ เคยสูงถึง 8% ซึ่งช่วงหลังเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งทิศทางดอกเบี้ยฝากในตลาดลดฮวบลงมา

  ทางบริษัทประกันที่การันตีต้องจ่าย8% ซึ่งหนักหนาสาหัสสากรรจ์กันไป ยาวๆ10ปี กว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะครบอายุกรมธรรม์หมดไปแต่ต่อมาผลตอบแทนก็ยังสูง แต่ลดลงมาอยู่ที่ 6 %และ4% ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังต้องบริหารเงิน เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่การันตีไว้

บริษัทประกันชีวิตเตรียมออกโปรดักต์รองรับ

มาดูภาพสะท้อนจากมุมมองของนายอังกูร ศรีกัลยาณบุตร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และ Chief Marketing Officer  บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด(มหาชน)  พูดถึงทิศทางประกันออมทรัพย์ ว่า ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยลดลงมาเยอะ เพราะฉะนั้น ลักษณะของสินค้าออมทรัพย์ ที่การันตีผลตอบแทนส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 2-3% น่าจะมีถึงสิ้นปีนี้ หลังจากนั้นบริษัทประกันน่าจะปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับสถานการณ์ในปีหน้า

เนื่องจากในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำ  การบริหารให้ได้ผลตอบแทนสูง ทำได้ยากขึ้น  เพราะแบบประกันที่ผู้ขายหรือบริษัทประกันต้องผูกพันการการันตีผลตอบแทนทุกปี ๆเป็นระยะเวลายาว 10-20 ปี  จึงทำให้บริษัทประกันจะมาปรับลดผลตอบแทน คงทำได้ไม่ได้เร็วหรือคล่องตัวเหมือนกับแบงก์พาณิชย์ เวลาเจอดอกเบี้ยนโยบายปรับลดลง จะสามารถลดดอกเบี้ยของปีนี้ปีหน้าได้

“ เทรนด์ปีหน้า ประกันสะสมทรัพย์ มันไม่ได้หายไป จากตลาดเสียทีเดียว เพียงแต่ว่าจะมีการการันตีผลตอบแทนจะมีการปรับเปลี่ยน ที่จะต้องเทรดด้วยเรื่องของค่าตอบแทนที่ลดลง หรือว่าอาจจะมีการ reprice สำหรับกรมธรรม์ใหม่ที่จะออกมาขายแทน อีกทางออกหนึ่ง จะเป็นการปรับสินค้าเป็น  non guarantee ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับ จะขึ้นอยู่กับผลดำเนินงานหรือการบริหารการลงทุนให้

ทั้งนี้ แบบประกันนอนการันตี ได้แก่ ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (UL)  กับ ประกันยูนิตลิงค์ (UK) ซึ่งสินค้าทั้ง 2 แบบนี้ จะเป็นการแบ่งเงินส่วนหนึ่งเป็นค่าใช้จ่ายซื้อเบี้ยประกันชีวิต และอีกส่วนจะเป็นการลงทุนในกองทุนรวม เพื่อสร้างผลตอบแทนกลับมา ทั้งนี้  การบริหารกองทุน จะขึ้นกับสินทรัพย์ที่ลงทุนและภาวะตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้และตลาดเงินซึ่งระดับความเสี่ยงจะเกิดขึ้นสูงในภาวะที่ตลาดมีความผันผวนเกิดขึ้นสูงขึ้นกับแต่ละช่วงเวลานั้นๆ 

จุดต่างของ 2 กรมธรรม์

ยูนิเวอร์แซลไลฟ์” บริษัทประกันเป็นผู้เข้าไปบริหารหรือเลือกลงทุนในกองทุนรวมให้แทนลูกค้า และจะมีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ เช่น 1% เป็นต้น

  “ประกันยูนิตลิงค์ผู้ซื้อกรมธรรม์จะเป็นผู้เลือกลงทุนในกองทุนรวมที่บริษัทประกันโดยตัวคุณเอง ดังนั้น ผลตอบแทนของยูนิตลิงค์จะอยู่ที่ตัวลูกค้าแล้ว  

จะเห็นว่า ยูนิเวอร์แซลไลฟ์ จะมีลักษณะลูกครึ่งระหว่างออมทรัพย์ที่การันตีกับยูนิตลิงค์ที่ไม่การันตี ซึ่งปัจจุบันในตลาดมีการขาย 2 โปรดักต์นี้อยู่แล้ว 

แต่เนื่องจากขณะนี้ ตัวแทนจะเน้นขายประกันสะสมทรัพย์มากกว่า  เพราะมีความต้องการของลูกค้าอยู่ เป็นโปรดักต์ที่เข้าใจง่ายทั้งคนขายและคนซื้อ

นายอังกูร ได้ตอกย้ำความชัดเจนว่าตัวแทนเของไทยประกัน ยังมีการเสนอขายประกันสะสมทรัพย์ เป็นอันดับแรกๆ ตามด้วยประกันสุขภาพ  และ 2ประกัน UL และ UK

ปีนี้ เรายังไม่มีการ reprice ขั้นตอนต่อไป(ปีหน้าอาจจะเป็นเรื่องของการ reprice เพราะฉะนั้น IRR อาจจะไม่ได้ขนาดนี้แล้ว เช่น เดิมเราอาจจะให้ 2.5% อาจจะลงมาเหลือ 1.25หรือ 1.5% เป็นต้น อันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นก่อนที่จะไปทำสตรัคเจอร์โปรดักต์ใหม่ อันนั้นมันยากทั้งในมุมของคนขาย มุมของคนซื้อดังนั้นปีหน้าจะเห็นทั่งคนขายและคนซื้อต้องปรับตัวค่อนข้างมาก

สำหรับยูนิเวอร์แซลไลฟ์ ของไทยประกันนั้น  ในปีนี้ก็สามารถทำตลาดแล้วเบี้ยปีแรก100 ล้านบาทแล้ว ส่วนผลตอบแทนจะขึ้นกับผลการดำเนินงาน ของกองทุนที่เราเลือกให้ บางปีได้ 3% บางปี ได้ 4% หรือบางปีได้ 1%ก็ได้

อีกสิ่งหนึ่งที่นายอังกูร ฝากย้ำเตือนลูกค้าเก่าที่ถือกรมธรรม์สะสมทรัพย์ที่ผลตอบแทนสูงกว่าตัวที่ขายอยู่ในปัจจุบัน ว่า อย่ายกเลิกหรือหยุดส่ง เพราะจะเสียโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูง ดังนั้น คนที่มีปัญหาเรื่องการส่งเบี้ย จึงควรขอคำปรึกษาตัวแทนของบริษัทประกันที่ซื้อโปรดักต์ไป

ประกันออมทรัพย์ จึงเป็นโปรดักต์ที่คุ้มครองความปลอดภัยให้กับเราและยังสร้างผลตอบแทนในรูปแบบการออมได้อีกด้วย

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : ครม.อนุมัติตั้งกองทุน SSF แทน LTF ปรับเกณฑ์ RMF ลดหย่อนภาษีเพิ่มเป็น 30%

Advertisement

‘ไอบีเอ็ม ประเทศไทย’ ตั้งเป้าผลักดันไทยเป็นฮับอินโดไชน่า

เมื่อทุกอุตสาหกรรมโดน Disruption แต่วันนี้เป็นจุดที่หลายองค์กรเริ่มยอมรับกับ Disruption แล้ว ไอบีเอ็ม ประเทศไทย ตั้งเป้าเข้าไปช่วยอุตสาหกรรมในประเทศไทยให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้า สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ไอบีเอ็ม อยู่ในประเทศไทยมา 67 ปี จาก 108 ปีของบริษัท ที่ผ่านการปรับเปลี่ยนมาหลายครั้ง และเป็นไม่กี่บริษัทในโลกที่อยู่มาเกิน...

Bose ย้ายขึ้นออนไลน์ ปิดสาขากราวรูด “สหรัฐ-ยุโรป-ญี่ปุ่น-ออสเตรเลีย”

ดูท่าทางแล้ว “ร้านค้า” อาจไม่ใช่อนาคตสำหรับบริษัทเครื่องเสียงและสินค้าอิเลกทรอนิกส์ระดับไฮเอนด์อย่าง Bose ซึ่งประกาศปิดสาขาในสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย หลังจากขายลำโพงและหูฟังตามร้านสาขาทั่วโลกมานาน 27 ปี Bose ก็ประกาศว่าจะปิดสาขาในอเมริกาเหนือ ยุโรป ญี่ปุ่น และออสเตรเลียในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า ในช่วงที่บริษัทหันไปทุ่มลงทุนด้านออนไลน์มากขึ้น Bose เปิดเผยว่าจะปิดสาขาประมาณ 119 แห่งในอนาคตอันใกล้ แต่สาขา 130 แห่งในจีนแผ่นดินใหญ่...

NOSTRA จับมือ จส.100 พัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมต่อศูนย์ประสานงาน พร้อมช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

NOSTRA ร่วมมือกับ จส.100 ประกาศพร้อมให้บริการ “SOS API Premium Service” แพลตฟอร์มเชื่อมต่อศูนย์ประสานงานให้ความช่วยเหลือลูกค้าผ่านแอปพลิเคชันของธุรกิจตลอด 24 ชั่วโมง ทำงานผ่านเทคโนโลยีของ NOSTRA และทีมเจ้าหน้าที่จาก จส.100 ให้บริการรับเรื่องแจ้งเหตุ ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตพื้นที่ใกล้เคียง ใช้ความสามารถของแผนที่ NOSTRA...

ตลาดอสังหาฯ EEC เฟื่อง กลุ่มทุนสิงคโปร์ผุดคอนโด เดอะ เซนโทร คอนโด ทำเลบางแสน

เวนเจอร์ โกลบอล โฮลดิ้ง บริษัทร่วมทุนไทยสิงคโปร์ นำร่องลุยธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์   บางแสน ชลบุรี พื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สิงคโปร์เผยไทยมีศักยภาพการเติบโต พร้อมต่อยอดการลงทุนระยะยาวในเมืองไทย เปิดตัวคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ เดอะ เซนโทร คอนโด บางแสน มูลค่า 550 ล้านบาท จำนวน 304 ยูนิต บนพื้นที่ 2...

ตรุษจีน 63 กสิกรฯ คาดนักท่องเที่ยวจีนยังแห่มาไทย เพิ่มจากปีก่อน 2.7%

แม้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะพลิกกลับมาเติบโตเป็นบวกจากที่หดตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 แต่แนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยปี 2563 ยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเหตุความไม่สงบในฮ่องกง ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนจุดหมายท่องเที่ยวไปยังประเทศอื่น สำหรับประเทศไทยในปี 2563 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนส่วนหนึ่งนิยมเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยน่าจะยังมีบรรยากาศที่ดี โดยคาดว่าในช่วงนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 365,500 คน เพิ่มขึ้นประมาณ...

THCOM เผยเหตุดาวเทียมไทยคม 5 ขัดข้องกระทบรายได้ 200 ล้านบาทต่อปี

THCOM เปิดเผยกำลังกู้คืนระบบดาวเทียมไทยคม 5 ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดการหยุดให้บริการในอนาคต โดย THCOM ได้ย้ายลูกค้าไปยังโครงข่ายอื่น แต่มีบางรายตกค้าง ทำให้กระทบต่อรายได้กว่า 200 ล้านบาทต่อปี ตามที่บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ได้เคยแจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 18...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -

หลักสูตรเดียวในประเทศไทย

Business​ Today​ Academy
หลักสูตรการสร้างระบบคิด “เชิงนวัตกรรม”
หลักสูตรเดียวที่จะเปลี่ยน “ไอเดีย” เป็น “นวัตกรรมทำเงิน”
กรอกรายละเอียดเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม