ส่องเทรนด์ประกันสุขภาพปีชวด โอกาสทองคนไทยเข้าถึงการรักษาดีขึ้น

Money2know ส่องเทรนด์ประกันสุขภาพปีชวด โอกาสทองคนไทยเข้าถึงการรักษาดีขึ้น

ทุกวันนี้โรคภัยไข้เจ็บใหม่ๆมีเพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการมีโรคประหลาดต่างๆที่เกิดขึ้นใหม่ รวมถึงการแตกตัวของสายพันธุ์ของโรคอีกด้วย ส่งผลให้แนวโน้มค่ารักษาพยาบาลมีแต่สุงขึ้นๆ ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันทุกประเทศทั่วโลก


สำหรับคนไทย ที่มีปัญหาการเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ยาก และต้องยอมรับว่า มึความเหลือมล้ำอยู่ในระดับสูงมาก เนื่องจากค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลโดยรวม นับวันมีแต่สูงขึ้นๆ  โดยเฉพาะค่ารักษาและยาในโรงพยาบาลเอกชน เรียกว่าแพงหนักมาก”  เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มีรายได้สูงขึ้นไป อีกทั้งมีความสามารถในการซื้อ ประกันสุขภาพ  เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายการรักษาตัว ได้ดีระดับหนึ่ง

ในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา  คนไทยมีการซื้อประกันสุขภาพกันเพิ่มขึ้นกว่าอดีต สะท้อนจากการเติบโตปี 2561 ยอดเบี้ยประกันสุขภาพเติบโตถึง 11% สูงกว่าประกันทั่วๆไป  และถือเป็นหนึ่งในประเภทของการประกันภัย ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด โดยล่าสุด เบี้ยปก.สุขภาพประมาณ 8.2  หมื่นล้านบาท และจำนวนกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่มีผลบังคับใช้มีจำนวนมากกว่า 4 ล้านฉบับ

ปัจจุบันคนไทยที่ทำประกันสุขภาพ มีสัดส่วนเพียง 7% ของจำนวนคนไทยทั้งหมดเท่านั้นเอง

ก่อนอื่นมารู้จักประกันสุขภาพคืออะไรกัน ประกันสุขภาพ คือ การซื้อประกันสำหรับการจ่ายเงินชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันหรือผู้ซื้อนั่นเอง  ซึ่งเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายแต่ละปี จะมีผลคุ้มครองในช่วงระยะเวลาปีต่อปีเท่านั้น หากไม่ได้มีการเจ็บป่วยตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันสุขภาพที่ซื้อไป เมื่อครบปี จะถือว่าสิ้นสุดการคุ้มครอง

สำหรับรูปแบบประกันสุขภาพ มีการให้ความคุ้มครองทั้ง ประกันสุขภาพผู้ป่วนใน (IPD) ,ประกันสุขภาพผู้ป่วยนอก (OPD) ,ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง (ECIR) ,ประกันอุบัติเหตุ (PA) และประกันชดเชยรายได้

บริษัทประกันที่เป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพจะออกแบบผลิตภัณฑ์ผสมสูตรให้ครอบคลุมการจ่ายชดเชยความคุ้มครองต่างๆ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า ปัจจุบันจึงเห็นผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพมีหลากหลายแบบให้เลือก และมีรับประกันสุขภาพตั้งแต่เด็กแรกเกิด จนถึงคนสูงอายุ

ดังนั้น การทำประกันสุขภาพ จะมีเงื่อนไขที่ละเอียดอ่อนมาก ซึ่งจะมีข้อดีข้อด้อยในแต่ละแบบประกันที่แตกต่างกันไปตามที่บริษัทประกันได้ออกแบบมาให้เลือกซื้อ  ซึ่งปัจจุบันมีทั้งบริษัทประกันวินาศภัยและบริษัทประกันชีวิต ออกแบบประกันสุขภาพมาขายเป็นที่คึกคัก

 จุดอ่อนของประกันสุขภาพที่คนไทยยังไม่อยากซื้อ เนื่องจาก ซื้อเบี้ยเป็นรายปี เมื่อครบปี เบี้ยจะหมดความคุ้มครองทันที หากไม่ได้เจ็บป่วยมีการเบิก คนซื้อที่มองในมุมเสียดายเงิน ก็จะไม่อยากซื้อ แต่หากมองในมุมของคนที่ต้องการความอุ่นใจเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิดจนเกิดการรักษาตัวหรืออุบัติเหตุ หรือมีความสูญเสียทางธุรกิจขึ้น

ประกันสุขภาพจะเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ลดลงได้ระดับหนึ่ง  ซึ่งจะช่วยลดความกังวลต่อความไม่มั่นคงของชีวิตได้พอสมควร อีกจุดอ่อนคือ กระบวนการเบิกค่าชดเชยจากการใช้จ่ายรักษาตัว ของบริษัทประกันในไทยจะมีความยุ่งยากในการพิสูจน์มาก และบางครั้งบริษัทประกันไม่ยินยอมให้เบิกได้ จึงทำให้คนซื้อรู้สึกถูกเอาเปรียบ หรือบางรายมีการเบิกค่าใช้จ่ายสูง และบริษัทประกันรายนั้นไม่ยินยอมต่ออายุให้ ซึ่งทำให้ผู้ซื้อประกันสุขภาพเสียโอกาสไปโดยปริยาย

ประกันสุขภาพแถมยังนำมาลดหย่อนภาษีได้

รัฐบาลส่งเสริมให้คนไทยทำประกันสุขภาพ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล จึงได้ให้นำเบี้ยประกันสุขภาพมาหักลดหย่อนภาษีไม่เกิน 15,000 บาทภายใต้วงเงินหักลดหย่อนภาษีประกันชีวิตรวม 100,000 บาท

 ดังนั้น  สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้วางแนวทางยกระดับมาตรฐานความคุ้มครองของแบบประกันสุขภาพ ออกมา โดยดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คปภฉายภาพเทรนด์ประกันสุขภาพของคนไทย ดังต่อไปนี้

เรื่องแรก ประเทศไทยอีก 2 ปีข้างหน้า หรือ ปี  2565  จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์ โดยมีสัดส่วนประชากรสูงอายุ 20% ของประชากรทั้งหมด และจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับ  supper age socity ในปี 2578 คือ มีประชากรผู้สูงอายุ 30% ของประชากรทั้งหมด  ซึ่งเป็นผลให้แแนวโน้มค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะคนวัยเกษียณ จะเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับความรุนแรงของโรคภัยต่างๆที่มีมากขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการหลักประกันด้านสุขภาพ เพิ่มสูงขึ้น แม้แต่ภาคเอกชนก็มีความต้องการเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

จึงกลายเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก  รวมทั้งภาครัฐที่กำหนดนโยบายการนำระบบประกันสุขภาพเข้ามาช่วยดูแลประชาชนทุกกลุ่ม จนถึงเกษตรกรรายย่อย  เพื่อให้สามารถเข้าถึงหลักประกันสุขภาพที่ดี เพื่อให้สามารถดูแลตนเองและครอบครัวได้อย่างเพียงพอ

 การยกระดับ ประกันสุขภาพ ถือเป็นวาระแห่งชาติที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจ และการทำงานของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และแน่นอนที่สุด  โรงพยาบาล และผู้ประกอบกิจการทางการแพทย์  ในการผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงระบบประกันสุขภาพอย่างทั่วถึงมากขึ้น โดยจะต้องดำเนินการให้ควบคู่ไปกับการเข้าถึงการทำประกันสุขภาพอย่างทั่วถึงผ่านช่องทางต่าง ๆและการปรับปรุงพัฒนากรมธรรม์ประกันสุขภาพ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนในราคา ที่เหมาะสม

โดยในปี 2563 จะเห็นการผลักดันส่วนของการพัฒนาและปรับปรุงสัญญาประกันสุขภาพแบบมีมาตรฐาน เนื่องจากปัจจุบัน แนวปฏิบัติของประกันสุขภาพสำหรับบริษัทประกันภัยและบริษัทประกันชีวิต มีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับกฏหมายเฉพาะของธุรกิจประกันวินาศภัย และธุรกิจประกันชีวิต

เรื่องหลักๆที่แตกต่างกันคือคนซื้อประกันสุขภาพของบริษัทประกันชีวิต จะต้องซื้อประกันคุ้มครองชีวิตเป็นสัญญาหลัก  จึงจะสามารถซื้อประกันสุขภาพเป็นเอกสารแนบท้าย ขณะที่บริษัทประกันภัย สามารถขายประกันสุขภาพแยกเดี่ยวๆได้คล่องตัวกว่า แต่ขณะเดียวกันกฏหมายคนละฉบับก็มีกำหนดเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ซื้อ ที่ตีความแตกต่างกันด้วย ซึ่งทำให้มักเกิดปัญหาร้องเรียนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

ปรับรูปแบบการเสนอขายประกันสุขภาพใหม่ในปี 2563

  ขณะที่ปัจจุบัน บริษัทประกันภัยและบริษัทประกันชีวิต ต่างก็ต้องการเข้ามาจับกลุ่มลูกค้าประกันสุขภาพ เพราะเป็นตลาดที่ยังมีโอกาสเติบโตสูง ด้วยปัญหา 2 มาตรฐานของแบบประกันสุขภาพ คปภ. จึงได้เตรียมบูรณาการใหม่ เพื่อยกระดับประกันสุขภาพสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยขณะนี้ได้ดำเนินการเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ถือประกันสุขภาพ ประกอบด้วย

 เรื่องแรก  “ตารางผลประโยชน์”  ต่อไปทุกบริษัทจะต้องกำหนดหมวดความคุ้มครอง 13 หมวดที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ในฝั่งประกันวินาศภัยหรือประกันชีวิตก็ตาม   เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และลดการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ซ้ำซ้อน  ที่สำคัญเพื่อให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบผลประโยชน์ความคุ้มครอง และเลือกซื้อได้อย่างเหมาะสมตรงตามความต้องการของตัวเอง

เรื่องที่สอง การต่ออายุกรณีครบรอบปีกรมธรรม์  จะมีการกำหนดเงื่อนไขการต่ออาอุสัญญาไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ซื้อมีหลักประกันสุขภาพที่มีความต่อเนื่องชัดเจนและเป็นธรรม โดยเฉพาะจะช่วยการลดข้อร้องเรียนยกเลิกแลไม่ต่ออายุสัญญากรมธรรม์

เรื่องที่สาม การปรับเบี้ยประกัน”  คปภ.จะกำหนดให้บริษัทจะต้องระบุชัดเจน ว่า ในการพิจารณาปรับเบี้ยหรือลดเบี้ยประกันภัย จะพิจารณาจากสถิติการปรับประกันสุขภาพโดยรวมของทั้งพอร์ต ซึ่งจะไม่ใช่การพิจารณาปรับเบี้ยเพิ่มจากการเคลมเป็นรายบุคคล

ปัจจุบันยังทำกันแตกต่างกันอยู่ พอใครเคลมมาก บริษัทประกันจะไม่ต่ออายุให้ลูกค้ารายนั้น  ตอนนี้ มีประชาชนเดือดร้อน  และร้องเรียนมาสู่คปภ  ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบปกสุขภาพ ลดน้อยลง ซึ่งถือเป็นหัว่ใจสำคัญของประกันสุขภาพ

เรื่องที่สี่ สภาพที่เป็นมาก่อนเอาประกันภัย  ซึ่งที่ผ่านมา แต่ละบริษัทประกันจะนับเวลาสภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันที่แตกต่างกัน ดังนั้น คปภ. จึงกำหนดให้บริษัทประกันมีแนวปฏิบัติในการนับระยะเวลาที่เหมือนกัน ซึ่งจะลดปัญหาผู้ซื้อประกันแล้วมีความยุ่งยากกว่าจะเคลม เงินคืนจากบริษัทประกันได้

พร้อมกันนี้มีการปรับเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลที่มีการทำผ่าตัดและหัตถการในห้องผ่าตัด  ซึ่งได้ปรับผลประโยชน์เก็บค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัดให้สอดคล้องกับแพทย์สภาพกำหนดด้วย รวมทั้งการคุ้มครองการผ่าตัดใหญ่ ที่ไม่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล  ซึ่งเป็นการปรับเพื่อให้สอดคล้องกับวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยในกรณีมีการผ่าตัดได้โดยไม่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 

  อีกเรื่องสำคัญที่ เลขา คปภ. ได้ผลักดันในขณะนี้ คือ การทำโครงการประกันสุขภาพสำหรับกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการรัฐ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งเสนอให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว

นอกจากนี้ คปภ.ยังได้หารือหน่วยงานกาครัฐหลายแห่ง ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ ที่ให้ครอบคลุมประกันการรักษาพยาบาลได้ทั้งระบบ ตั้งแต่ก่อนการรักษาตัวในโรงพยาบาล ช่วงรักษาตัวในโรงพยาบาล และการดูแลในช่วงหลังออกจากโรงพยาบาล  ซึ่งหากกรณีผู้ถือประกันสุขภาพ ตกอยู่ในภาวะทุพพลภาพหรือพิการ ยังมีความจำเป็น จะต้องมีการดูแลหรือทำกายภาพบำบัดในระยะยาว  ทั้งนี้คปภ.กำลังหารือร่วมกับภาคธุรกิจประกันในการดำเนินการออกมา

ดังนั้นแบบประกันสุขภาพในปีหน้าจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่มีมาตรฐานการคุ้มครองที่ดีขึ้น สำหรับผู้บริโภคซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการซื้อประกันสุขภาพมากขึ้น สำหรับคนที่สามารถจัดสรรเงินส่วนหนึ่งมาซื้อประกันสุขภาพ เพื่อถ่ายโอนความเสี่ยงภาระค่าใช้จ่ายหากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา

ขณะเดียวกันผู้ขาย ประกันสุขภาพ จะออกแบบประกันสุขภาพมาให้เลือกซื้อรูปแบบความคุ้มครองที่หลากหลายมากขึ้น และอาจจะเห็นเรื่องของราคาเบี้ยที่อยู่ในระดับที่สอดรับกับกำลังความสามารถหรือการหารายได้ของผู้ซื้อด้วย เพราะตลาดระดับกลางลงมาระดับล่าง เป็นตลาดที่ใหญ่กว่ากลุ่มตลาดไฮโซ ครั้งหน้าจะมาเล่าเรื่องตลาดประกันสุขภาพไฮโซต่อไปค่ะ

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : บริหารเงิน ปี 63 ด้วยสูตร 5-3-2

Advertisement

พุทธิพงษ์ ชี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี “CAT-TOT” ประมูล 5G ได้

รัฐมนตรี ดีอีเอส เชื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของหน่วยงานรัฐ หลังการประมูล 5G จบลง โดย CAT ประมูลคลื่น 700 MHz จำนวน 2 ชุดคลื่น ใช้เงินประมูลทั้งหมด 34,306,000,000 บาท และ TOT ประมูลคลื่น...

สรุป ประมูล 5G ได้คลื่นครบทุกค่าย กสทช. รับเงินเข้ารัฐ 1 แสนล้าน

การประมูล 5G ที่จัดโดย กสทช. ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จบลงแล้วโดยแต่ละโอเปอเรเตอร์ต่างแบ่งคลื่นกันไป โดย AIS เป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่ได้ทั้ง 3 คลื่นความถี่ ทรูได้ 2 ความถี่ ส่วน dtac TOT และ CAT ได้ไปบริษัทละ...

“สินเชื่อเงินทอน” ชนวนโศกนาฏกรรมโคราช

กรณีโศกนาฏกรรมที่”จ่าทหารคลั่ง”ใช้อาวุธสงครามกราดยิงประชาชนในห้างเทอมินอล 21 กลางเมืองโคราช. ส่งผลให้คู่กรณีเสียชีวิต 2 รายและประชาชนผู้บริสุทธ์ต้องสังเวยชีวิตอีก 27 รายได้รับบาดเจ็บอีก 58 รายกลายจนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น”บทเรียน”ที่กองทัพจะต้องสรุปโดยด่วนเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะต้นเหตุมาจากการใช้อำนาจของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ทำมาหากินกับ”โครงการสวัสดิการเงินกู้”สำหรับซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านพักอาศัยให้ทหารชั้นผู้น้อย อันเป็นที่มาของ”สินเชื่อเงินทอน “ปมสังหารหมู่ครั้งนี้ อย่างที่ทราบผู้ที่เข้ามาหากินกับโครงการนี้ก็คือนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งบางรายใช้ภรรยาหรือญาติเป็น”นอมินี”หรือ”ตัวแทน”ทำหน้าที่นายหน้าคอยประสานระหว่างเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรกับนายทหารชั้นผู้น้อยที่เป็นผู้ซื้อบ้าน นอกจากนี้อาจจะมีทหารชั้นผู้น้อยบางคนมาช่วยเดินนายหน้าให้นายอีกด้วย สำหรับ ทหารชั้นผู้น้อยที่จะซื้อบ้านจะทำเอกสารสัญญากู้ภายใต้”โครงการสวัสดิการเงินกู้”ของกองทัพ และมี “นาย” ซึ่งเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ช่วยอำนวยความสะดวกในการกู้เงิน ส่วนใหญ่วงเงินที่กู้ได้มักจะสูงราคาบ้าน จึงมี”เงินส่วนต่าง”ที่เรียกว่า”สินเชื่อเงินทอน”ที่ทหารชั้นผู้น้อยสามารถเก็บไว้ใช้จ่ายอื่นๆ แต่ท้ายที่สุดกรรมก็ไปตกอยู่กับทหารชั้นผู้น้อยเหล่านี้ เวลาเงินเดือนออกจะถูกหักชำระเงินกู้ ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลังเงินเดือนไม่พอใช้ บางทีโชคร้ายถูกนายหน้าโกง...

 ภาพยนตร์ไม่ได้มีราชวงศ์ แต่หนังนั้นมีหัวนอนปลายเท้า

ต่อให้ไม่สนใจไยดีวงการหนัง ใครหลายคนก็รู้ดีว่า มีศัพท์ใหม่ๆ ที่ทั้งปรุงและแต่งเอาเอง เกิดขึ้นมากมายหลายคำ นิตยสาร Rolling Stone เขียนเหมือนกับหนังสือ Good Life ของฝรั่งเศสว่า หลังจากผ่านพ้นทศวรรษที่90 เป็นต้นมา มีการเรียกศัพท์แนวทางหนังต่างๆ มากกว่า 200 คำ บางคำสุขภาพไม่ดี ไม่ค่อยออกกำลังกาย ก็ตายไปเร็ว เช่น chic movie บางคำกินนอน...

เลขาฯ กสทช. คาด เงินประมูล 5G พุ่งแตะแสนล้าน

หลังจบการประมูลคลื่น 700 MHz ในรอบแรกที่ราคาต่อชุด 17,153 ล้านบาท รวม 3 ชุด เป็นเงิน 51,459 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งยอดเงินห่างจากยอดเงินประมูลที่ กสทช. ประเมินไว้ 7 หมื่นล้านบาทนั้น แค่ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ยังเหลือคลื่นให้ประมูลอีก...

รื้อต๋ง..เจ๋งนะ แต่ทุบดอกเบี้ยกู้ด้วย..ยิ่งเจ๋ง

วิรไท  สันติประภพ แผลงฤทธิ์นับถอยหลังสั่งลาเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ด้วยการเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ค่าต๋งในระบบสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้แก่ลูกหนี้-ลูกค้าทั่วประเทศ น่าสงสัยว่าวิรไท ทำไมเพิ่งจะมาขยันขันแข็งรื้อจัดระเบียบค่าต๋งในระบบสถาบันการเงินเอาในห้วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง ทั้งที่ควรจะต้องทำมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2558 ปฏิกิริยาท่าทีขึงขังของวิรไท ในฐานะผู้ว่าแบงก์ชาติปีสุดท้าย ดูๆไปก็มีความคล้ายคลึงกับพล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ปีสุดท้ายอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นว่าด้วยการจัดระเบียบผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยังไงซะการลงมือทำ ถึงแม้จะช้า ก็ดีซะกว่าไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้-ลูกค้าสถาบันการเงิน ไม่ให้ถูกสถาบันการเงินขูดรีดเอาเปรียบเอาซะเลย จังหวะแรกที่แบงก์ชาติเข้าเกียร์เดินหน้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้และลูกค้าสถาบันการเงินไปแล้ว ตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2563 คือการสั่งสถาบันการเงินให้ปรับปรุงการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้และลูกค้า เบี้ยปรับกรณีชำระเงินงวดล่าช้า หรือผิดนัดชำระ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ