Home Cover Story จับตา4ปัจจัยเสี่ยง เขย่าเศรษฐกิจโลก

จับตา4ปัจจัยเสี่ยง เขย่าเศรษฐกิจโลก

จับสัญญาณ 4 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลกมีความเปราะบางมากขึ้น

เริ่มตันที่ปัจจัยเสี่ยงแรก จากแนวโน้มการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดการณ์จีดีพีในปี 2019 นี้จะขยายตัวที่ 2.2% สวนทางกับทิศทางการบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คาดหวังว่าจีดีพีสหรัฐจะขยายคัวถึง 3%

- Advertisement -

โดยที่การชะลอตัวเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนี้ จะกดดันให้การว่างงานมีมากขึ้น เหมือนกับการมองย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่นานกว่า 10 ปีมาแล้ว ในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์ซับไพรม์จากการที่ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตก ซึ่งส่งผลให้เฟดต้องใช้มาตรการทางการเงินเข้มงวดควบคุมไม่ให้ธนาคารพาณิชย์ในสหรัฐมีการปล่อยกู้ เพื่อจำกัดไม่ให้งบดุลของธนาคารมีความเสี่ยงสูงจากการที่สินทรัพย์มีราคาร่วงลงอย่างรุนแรง

โดยล่าสุด มีรายงานการจ้างงานงานภาคเอกชนมีจำนวนเพียง 114,000 ตำแหน่งเท่านั้นในเดือนกันยายน ถือเป็นการสะท้อนภาพอัตราเติบโตเฉลี่ยของการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐระยะ 3 เดือนที่ผ่านมาอยู่ในภาวะที่อ่อนแอลงมากที่สุดในรอบ 7 ปี

ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามจะใช้นโยบายการการปรับลดภาษีจำนวน 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ พยุงเศรษฐกิจเพื่อให้ทีการข้างงานภาครัฐมากขึ้น ทำให้ตัวเลขการจ้างงานโดยรวมที่รวมการจ้างงานภาครัฐด้วยนั้นอยู่ที่ระดับ 136,000 ตำแหน่งก็ตาม

แต่นักลงทุนยังคงตื่นกลัวเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงปี 2020 จากผลกระทบทางการค้าโลกตกต่ำที่เป็นแรงกดดันมาจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนตกอยู่ในภาวะที่ไม่มีข้อตกลงใดๆ ถึงแม้ว่าจะเริ่มเปิดเจรจาการการค้ารอบที่ 13 ในวันที่ 10-11 ตุลาคมนี้

สัญญาณปัจจัยเสี่ยงที่ 2 มีการจับตาไปที่ภาระหนี้ของจีนจำนวนมากกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จะส่งผลให้สัดส่วนของภาระหนี้ต่อจีดีพีสูงแตะระดับ 303% จากรายงานของ Institute of International Finance (IIF) ที่คาดการณ์เกี่ยวกับหนี้นของจีนทั้งหนี้ที่มาจาก  Corporate, Household และ Government

ทั้งนี้ ภาระหนี้ดังกล่าวอาจจะส่งผลต่อการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจของทางการจีนที่จะมีผลทำให้จีดีพีของจีนเติบโตช้าลงในอนาคต

ปัจจัยเสี่ยงที่ 3 จากการชุมนุมประท้วงที่มีความรุนแรงมากขึ้นโดยยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 18 แล้วนั้น จะกระทบต่อปริมาณธุรกรรมทางการเงินในฐานะทีฮ่องกงเป็นศูนย์ทางการเงินของเอเชียที่มีมูลค่าของการเปลี่ยนมือเงินตราต่างประเทศมากถึง 437,000 ล้านดอลลาร์ จากรายงานของ Bank for International Settlements (BIS) ในปี 2016 มีความผันผวนมากขึ้น รวมทั้งส่งผลกระทบต่อการระดมทุนของภาคธุรกิจในตลาดหหุ้นฮ่องกงในอนาคต

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ 4 เป็นความเปราะของประเทศกำลังพัฒนาในตลาดเกิดใหม่ อาจจะได้รับผลกระทบให้อ่อนแอแบบที่ติดต่อจากสถานการณ์เช่นเดียวกับอาร์เจนตินาที่ต้องเผชิญกับค่าเงินเปโซที่ยวบตัวลง 15% และการดิ่งลงของตลาดหุ้นถึง 30% ในปีนี้ เนื่องจากภาระหนี้ที่พอกพูนมากขึ้นจนแตะระดับ 80,000 ล้านดอลลาร์ที่จะครบกำหนดในปี 2019-2020 อาจจะต้องผิดนัดชำหระหนี้เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 20 ปีมานี้

Latest

นักเรียน เอเอฟเอส อาร์เจนตินา-อุรุกวัย เดินทางถึงไทยแล้ว

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการมูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ (เอเอฟเอส ประเทศไทย) เปิดเผยว่า นักเรียนแลกเปลี่ยน เอเอฟเอส ได้เดินทางกลับจากประเทศ อาร์เจนตินา และ ประเทศ อุรุกวัย เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2563 ด้วยเที่ยวบินพิเศษเที่ยวบินที่ LA7966 และได้เดินทางถึงประเทศไทยด้วยเที่ยวบินพิเศษเที่ยวบินที่ KL875 เมื่อเวลา 09.30น. วันที่...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

บัวหลวงปิดดิวซื้อ ‘ธนาคารเพอร์มาตา’ มูลค่า 7.37 หมื่นล้านบาท

ธนาคารกรุงเทพ โอนชำระค่าหุ้นร้อยละ 89.12 ในธนาคารพีที เพอร์มาตา ทีบีเค (เพอร์มาตา) เป็นเงิน แบงก์กรุงเทพ ล้านบาท ให้กับ พีที แอสทรา อินเตอร์เนชั่นแนล ทีบีเค และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เสร็จสมบูรณ์ นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพได้โอนชำระค่าหลักทรัพย์ธนาคารพีที...

ธนาคารกรุงเทพ ลดดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท เหลือต่ำสุด 5.25%

ธนาคารกรุงเทพ ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้ง 3 ประเภท เหลือต่ำสุด 5.25% โดยเอ็มแอลอาร์ เหลือ 5.25% เอ็มโออาร์ เหลือ 5.875% และเอ็มอาร์อาร์ เหลือ 5.75% เพื่อสนับสนุนกลไกภาครัฐ และช่วยเหลือลูกค้าผู้ประกอบการและประชาชนลดต้นทุนทางการเงินรับมือโรคโควิด 19 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 นายสุวรรณ แทนสถิตย์...

สั่ง สคบ. เจรจาผู้ประกอบการอสังหาฯ ห้ามยึดเงินจองลูกค้าที่เจอพิษโควิด-19

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ว่า ที่ประชุม คคบ. ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ไปหารือกับเอกชนในภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น สมาคมบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย โดยเร็วที่สุด เพื่อขอให้สมาคมเหล่านี้ให้ความร่วมมือดูแลผู้บริโภคที่ไปซื้อบ้าน หรือคอนโดมิเนียม เพราะผู้บริโภคบางรายอาจได้รับความเดือดร้อนจากการระบาดของไวรัสโควิด บางรายอาจถึงขั้นตกงาน และไม่มีเงินซื้อแม้จะได้วางเงินจองไปแล้ว จึงต้องการให้ผู้ประกอบการเห็นใจและช่วยเหลือดูแลผู้บริโภค ทั้งนี้ ในข้อสั่งการดังกล่าว สคบ....

Related News

เศรษฐกิจสหรัฐไตรมาสแรกดิ่ง 4.8% หนักสุดรอบ 12 ปี

เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสแรกหดตัวมากที่สุดนับตั้งเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ ในปี 2008 จากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(GDP) ร่วงลงถึง 4.8% ในไตรมาสแรก สะท้อนให้เห็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักลงในช่วงปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา หลังจากรัฐบาลออกมาตรการป้องกันโควิด-19 และมาตรการจากหลายประเทศทั่วโลกทำให้ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง นักวิเคราะห์มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยรุนแรงมาก อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจอาจฟื้นตัวเมื่อมีการเปิดดำเนินธุรกิจตามปกติ แต่หากสถานการณ์ยังย่ำแย่ ผลกระทบในไตรมาส 2 จะรุนแรงกว่าไตรมาสแรก ก่อนหน้านี้นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ จพทำให้จีดีพีไตรมาสแรกลดลง 3.5-4.0% แต่ตัวเลขที่ออกมาจากกระทรวงการค้าติดลบถึง 4.8% มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์

เศรษฐกิจระส่ำ การเมืองสะเทือน หลังโควิด-19 จู่โจมโลก

อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของโปรตุเกสแสดงทัศนะว่าการระบาดใหญ่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) จะมิเพียงสร้างความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนนัยทางการเมืองทั่วโลกอีกด้วย แอนโตนิโอ มาร์ตินส์ ดา ครูซ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงฯ ระหว่างปี 2002-2003 ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่าโรคระบาดใหญ่ถาโถมโจมตีโลกอย่างไม่ทันคาดคิด โดย “ไม่มีใครได้ตระเตรียมการรับมือ ทั้งรัฐบาล หน่วยงานสาธารณสุข บริษัทผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน” วิกฤตสาธารณสุขระดับโลกจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล มีแนวโน้มเกิดภาวะถดถอยครั้งใหญ่ เพราะ 6 ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด (จีน, ญี่ปุ่น, อิตาลี,...

กูรูประเมินทิศทางเศษฐกิจหลังไวรัสโควิด-19 ใครเจอผลกระทบมากที่สุด

นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ ร่วมประเมินทิศทางหน้าตาของเศรษฐกิจโลกหลังหมดยุคไวรัสโควิด-19 เชื่อ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) และกลุ่มแรงงาน กิ๊ก อีโคโนมี (Gig Economy) จะได้รับผลกระทบหนักหน่วงมากที่สุด แม้นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักจะเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจโลกจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็วในทันทีที่สามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้อยู่หมัด เนื่องจากรัฐบาลและธนาคารกลางประเทศต่างๆ มีบทเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งก่อนๆ และทุ่มกำลังใช้มาตรการกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเต็มที่เพื่อให้กลับมายืนหยัดได้เร็วที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม สภาพการณ์ของเศรษฐกิจทั่วโลกโดยรวมอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป โดยเฉพาะ ในหลายประเทศที่ต้องเตรียมใจกับการเผชิญหน้ากับภาวะการล้มหายตายจากไปจำนวนมากของบรรดาธุรกิจเอสเอ็มอีภายในประเทศของตน อย่างในสหรัฐฯ ที่ธุรกิจเอสเอ็มอีถือเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของประเทศ และมีธุรกิจประเภทนี้อยู่ราว 5 ล้านรายในปัจจุบัน นายโรเบิร์ต...

ไอเอ็มเอฟ ประเมิน ไวรัสโควิด-19 ฉุดเศรษฐกิจโลกปีนี้โตติดลบ 3%

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เผยรายงานคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2020 ว่า มีแนวโน้มเติบโตลดลงมาอยู่ที่ระดับ ติดลบ 3% เนื่องจากไวรัสโควิด-19 ระบาด ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก ไอเอ็มเอฟระบุว่า ไวรัสโควิด -19 ทำให้เกิด The Great Lockdown หรือ กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ หยุดชะงักทั่วโลก โดยตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าว จะถือทำให้เศรษฐกิจโลกหดตัวลงจากปี 2019 ในระดับที่มากที่สุดนับตั้งแต่เกิด...

เอ็กซิมแบงก์ วิเคราะห์ 5 เหตุการณ์ “ที่สุด” ผลจากพิษโควิด-19

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ประเมินสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ระบาด คาดจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกปีนี้มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ขณะเดียวกันยังก่อให้เกิด 5 เหตุการณ์สำคัญที่สั่นคลอนเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน Circuit Breaker (CB) มาตรการระงับการซื้อขายชั่วคราวถูกนำมาใช้มากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกวิกฤตในอดีต ตั้งแต่ต้นปีที่ COVID-19 เริ่มระบาด ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลงรุนแรงกว่า 30% ส่งผลให้ตลาดหุ้นหลายประเทศต้องงัดมาตรการ CB มาใช้มากเป็นประวัติการณ์ อาทิ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ...