ส่งออก ปี 62 ทำไมถึงติดลบ

Economy ส่งออก ปี 62 ทำไมถึงติดลบ

ส่งออก ของไทยปี 62 อาจจะพูดได้เกือบเต็มปากแล้วว่า ตัวเลขน่าจะออกมาติดลบแน่ๆ  เพราะหลายสำนักออกมาปรับลดคาดการณ์กันไปก่อนหน้านี้หมดแล้ว

ด้าน สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สภาผู้ส่งออก (สรท.) ที่เห็นตัวเลขสถานการณ์แทบทุกเดือน  ก็ปรับลดคาดการณ์การส่งออกไทยในปี 62 มาเหลือหดตัว -3% ถึง -2.5% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ว่าจะหดตัวราว -1.5% บนสมมติฐานค่าเงินบาทที่ 33 (บวก/ลบ 0.5) บาท/ดอลลาร์ หลังจากในเดือน ต.ค.62 มูลค่า ส่งออก หดตัว -4.5% และช่วง 10 เดือนแรกหดตัว -2.5%

ส่วนปีหน้า สรท.คาดว่าในปี 63 การส่งออกจะเติบโต 0-1% บนสมมติฐานค่าเงินบาท 30.5 บาท/ดอลลาร์

6 เหตุผล ทำไมส่งออกปี 62 ติดลบ

ด้าน น.ส.กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ระบุว่า  ขณะนี้มองว่ายังไม่มีปัจจัยบวกต่อการส่งออกของไทย มีแต่ปัจจัยเสี่ยง ประกอบด้วย

ปัจจัยเสี่ยงแรกคือ “สงครามการค้า” ยังมีความกังวลต่อท่าทีในการลงนามในเฟส 1 เพราะยังมีหลายประเด็นที่ไม่สามารถตกลงกันได้ ประกอบกับ สหรัฐประกาศสนับสนุนผู้ชุมนุมประท้วงในฮ่องกง ซึ่งเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีนโดยตรง

และหากไม่สามารถตกลงกันได้สหรัฐอาจปรับเพิ่มภาษีตามกำหนดการเดิม 15 ธ.ค.62 มูลค่า 160,000 ล้านดอลลาร์ อัตราภาษี 15% ขณะที่จีนขอให้สหรัฐพิจารณาลดภาษี (Rollback) สำหรับสินค้าที่มีการปรับขึ้นไปแล้วก่อนหน้า

ปัจจัยที่ 2 “มาตรการ IMO Low Sulphur 2020” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค.63 สายเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเริ่มออกประกาศอัตราเรียกเก็บเพิ่มค่า Bunker Surcharge หรือค่า Low Sulphur Surcharge (LSS) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของค่าระวางในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศและกระทบต่อต้นทุนโดยรวมของผู้ประกอบการทั้ง ส่งออก และนำเข้าในประเทศ

ปัจจัยที่ 3 “สถานการณ์ค่าเงินบาท” ยังคงมีแนวโน้มแข็งค่าต่อเนื่อง เนื่องจากยังคงถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นเดียวกับค่าเงินเยนของญี่ปุ่น ซึ่งผลกระทบต่อเนื่องต่อการชะลอตัวภาคการส่งออกทุกกลุ่มสินค้า

ปัจจัยที่ 4 “เศรษฐกิจภายในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัว” เห็นได้จากไตรมาส 3/62 เศรษฐกิจขยายตัวเพียง 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 2.6% และในช่วงไตรมาส 4/62 ต้องมีการขยายตัวที่ 2.8% จึงจะทำให้ปี 62 ทั้งปีขยายตัวที่ 2.6% ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตเพื่อการส่งอออก

ปัจจัยที่ 5 “แนวโน้มการเรียกเก็บภาษี” ซึ่งเป็นต้นทุนผู้ประกอบการมีมากขึ้น เนื่องจากภาครัฐต้องการเพิ่มรายได้สำหรับกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถขอคืน VAT ทำให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องเพิ่มช่องทางเก็บภาษีให้มากขึ้น

ปัจจัยที่ 6 “กฎหมายและมาตรการภาครัฐ ที่กำหนดเพิ่มเติมในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว” เป็นการลดทอนความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออกให้ถดถอยมากขึ้น อาทิ แนวคิดการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ, การแบนสารเคมีการเกษตร, การเรียกเก็บภาษีความหวานและความเค็ม

สรท. ฝากข้อเสนอแนะ 3 ข้อช่วยส่งออก

น.ส.กัณญภัค ระบุว่า สรท.มีข้อเสนอแนะที่สำคัญ 3 ข้อ คือ

ข้อแรก คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้องการบริหารจัดการค่าเงินด้วยมาตรการที่เข้มข้นไม่ให้บาทแข็งค่าไปมากกว่านี้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมสรรพากร ต้องสนับสนุนรูปแบบการชำระค่าใช้จ่ายเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ แทนเงินบาท เพื่อลดความสูญเสียจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน เช่น การจ่ายค่าระวางขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเป็นเงินตราต่างประเทศ

ข้อที่ 2 คือ ภาครัฐควรให้ความสำคัญมากขึ้นกับการพลิกฟื้นการ ส่งออก โดยต้องกำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ อาทิ ค่าใช้จ่ายภายในประเทศ (Local Charge) ที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การชะลอการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ อำนวยความสะดวกในการใช้มาตรการมุมน้ำเงินสำหรับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรแล้วส่งออก เป็นต้น

และข้อสุดท้าย คือ สนับสนุนผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานทางเลือก, สนับสนุนการลงทุน Automation, การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อปรับปรุงการดำเนินงานภาครัฐให้ก้าวไปสู่ e-Government เพื่อลดต้นทุนและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ อาทิ License Digitization & Analytic, Digital Authentication เช่น Digital ID, Trade Digitization เป็นต้น

รวมทั้งพัฒนาเกษตรกรให้มีทักษะและความรู้ในการใช้เทคโนโลยีมาทดแทนแรงงาน รวมถึงหาแนวทางสนับสนุนเครื่องจักรทางการเกษตรยุคใหม่ การพัฒนาพันธุ์พืชเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ (Productivity) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน และด้านปศุสัตว์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
>> ส่งออกไทย… ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี
>> “อีไอซี”ประเมินส่งออกไทยปี 63 ยังไม่ฟื้น จากปัจจัยบาทแข็งต่อเนื่อง
>> ส่งออกต.ค.ร่วง4.5% ติดลบเกือบทุกตลาด

Advertisement

จุฬาฯ ชูบทบาทมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

อธิการบดีจุฬาฯ ย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยในการบุกเบิกองค์ความรู้ สร้างงานวิชาการและวิจัยเพื่อขับเคลื่อนประเทศและสังคมไทย โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องกับ 17 เป้าหมาย SDGs ขององค์การสหประชาชาติ           จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดงาน “จุฬาฯ พบสื่อมวลชน”...

ผลสำรวจชี้ องค์กรไทยใช้คลาวด์ทำงานไม่ถึงครึ่ง แต่มีแนวโน้มที่จะใช้เพิ่ม

นูทานิคซ์(Nutanix) บริษัทผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่ใช้งานบนระบบคลาวด์ เผยแพร่ความนิยมการทำงานบนระบบคลาวด์ของประเทศไทยในปี 2562 พบองค์กรไทยใช้คลาวด์ไม่ถึงร้อยละ 50 และอีก ร้อยละ 59 ยังใช้เซิร์ฟเวอร์แบบเดิมที่ตั้งไว้ในออฟฟิศและใช้เก็บข้อมูล นายทวิพงศ์ อโนทัยสินทวี ผู้จัดการนูทานิคซ์(Nutanix) ประจำประเทศไทย ระบุว่า ในอดีตการทำเรื่องของเทคโนโลยีเป็นหนึ่งในเรื่องที่มีความซับซ้อน มีค่าใช้จ่ายสูงและต้องอาศัยความเข้าใจของบุคลากรด้วย ซึ่งที่ผ่านมาแต่ละบริษัทก็จะมีศูนย์จัดเก็บข้อมูล หรือที่ผู้ใช้มักเรียกกันว่าเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเมื่อเซิร์ฟเวอร์มีปัญหาไม่สามารถที่จะรีบูสระบบใหใ่ได้ง่ายเหมือนคอพิวเตอร์ปกติ และการขยายขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลแต่ละครับก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นบริษัทที่ให้บริการด้านระบบคลาวด์จึงเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขจุดบอดตรงนี้ ซึ่งมีความรวดเร็ว ปลอดภัย และสะดวกสบายกว่า ซึ่งการใช้งานบนระบบคลาวด์...

ศูนย์วิจัย “กสิกรไทย” ประเมินโคโรนาไวรัส กระทบนักท่องเที่ยวจีนมาไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินผลกระทบจากการที่ทางการจีนประกาศปิดระบบการคมนาคมทางอากาศเมืองอู่ฮั่นก่อนเทศกาลวันหยุดยาวเนื่องในวันตรุษจีน ใน 2 กรณี กรณีที่ 1 : ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะสั้น ในกรอบระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน เบื้องต้นอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนโดยเฉพาะจากเมืองอู่ฮั่น แต่ไม่น่าจะกระทบถึงภาพรวมของตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยและการเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติที่เป็นตลาดเป้าหมายของไทย ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงยังคงกรอบเป้าหมายเดิม โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยจะมีประมาณ 11.10-11.30 ล้านคน กรณีที่ 2: ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ในกรอบระยะ 1-3 เดือน จะเริ่มส่งผลกระทบต่อตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย แม้กรณีนี้จะยังไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ...

หุ้น ACE ร่วงหนัก 29.63% หลัง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โดนสั่งย้ายเข้าสำนักนายกฯ

หลังมีคำสั่งย้าย พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ACE 22.43% ไปประจำสำนักนายกฯ ทำราคาหุ้น ACE ร่วงแรงกว่า 29.63% ในช่วง 4 ชั่วโมงด้าน ACE ออกแถลงคำสั่งย้ายดังกล่าวไม่กระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท หุ้น...

AMATA ร่วมทุน DUHD พัฒนาเมืองอัจฉริยะอมตะย่างกุ้ง

AMATA แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าได้ร่วมมือกับ DUHD ช่วยกันพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะอมตะย่างกุ้ง ที่เมียนมาร์ โดย AMATA ถือหุ้น 80% และ DUHD ถือหุ้น 20% บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)...

9 ข้อ ที่ไม่ควรทำในตลาดหุ้น ฉบับคุณนิพนธ์ สุวรรณประสิทธิ์ โดย ธนวัน ปันทะโชติ

https://www.youtube.com/watch?v=A66ToJhqigs&feature=youtu.be รายการ ทีเด็ดเซียนหุ้น ดำเนินรายการโดย : ธนวัน ปันทะโชติ (เจ้าของเพจรู้ทันหุ้น) เปิดข้อห้าม 9 ข้อ ที่นักลงทุนต้องรู้ สิ่งใดบ้างที่ไม่ควรทำในตลาดหุ้น หากอยากประสบความสำเร็จ ถ่ายทอดเคล็ดลับโดย คุณนิพนธ์ สุวรรณประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ สถาบันการลงทุน QIQP บล.ไอร่า จำกัด (มหาชน)

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ