กนง.มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ย1.50%

Economy กนง.มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ย1.50%

คณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ย 1.50% ชี้เศรษฐกิจไทยยังขยายตัวต่ำกว่าคาด

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่าการประชุม กนง. ในวันที่ 25 กันยายน 2562 คณะกรรมการฯ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี

ในการตัดสินนโยบาย คณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากการส่งออกที่ลดลงซึ่งส่งผลไปสู่อุปสงค์ในประเทศ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลาย เสถียรภาพระบบการเงินได้รับการดูแลไปแล้วบางส่วน แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม

คณะกรรมการฯ เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและเอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับสู่กรอบเป้าหมาย จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ 

 เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิมและต่ำกว่าระดับศักยภาพ โดยการส่งออกสินค้าหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ตามเศรษฐกิจคู่ค้าและปริมาณการค้าโลกที่ชะลอลงจากสภาวะการกีดกันทางการค้าที่ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น รวมทั้งวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง

สำหรับด้านอุปสงค์ในประเทศ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอลงจากรายได้และการจ้างงานที่ปรับลดลงโดยเฉพาะในภาคการผลิตเพื่อส่งออก แรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงผลกระทบจากภัยธรรมชาติ แม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้

อย่างไรก็ดี การย้ายฐานการผลิตมายังไทยและโครงการร่วมลงทุนของรัฐและเอกชนในโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยสนับสนุนการลงทุนในระยะต่อไปการใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งจากการเลื่อนการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะติดตามความเสี่ยงด้านต่างประเทศจากสภาวะการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนและประเทศอุตสาหกรรมหลักที่จะส่งผลมาสู่อุปสงค์ในประเทศ และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งจะติดตามการดำเนินนโยบายของรัฐบาลและการใช้จ่ายของภาครัฐ ตลอดจนความคืบหน้าของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและผลต่อเนื่องไปยังการลงทุนภาคเอกชน 

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปี 2562 มีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ต่ำกว่าคาดตามเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มชะลอลงตามแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่ปรับลดลง

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อาทิ ผลกระทบจากการขยายตัวของธุรกิจ e-commerce การแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น รวมถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นได้ช้ากว่าในอดีต อย่างไรก็ดี คณะกรรมการฯ เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในปี 2563 ตามแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจ

ภาวะการเงินที่ผ่านมาอยู่ในระดับผ่อนคลาย สภาพคล่องในระบบการเงินอยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในระดับต่ำ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับลดลง ภาคเอกชนสามารถระดมทุนได้ต่อเนื่อง แต่สินเชื่อมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงทั้งสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่ออุปโภคบริโภค

ด้านอัตราแลกเปลี่ยน คณะกรรมการฯ ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่ค้าคู่แข่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากขึ้นในภาวะที่ความเสี่ยงด้านต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น จึงเห็นควรให้ติดตามสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยนและเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิด รวมทั้งพิจารณาดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติมตามความจำเป็น

ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงที่อาจสร้างความเปราะบางให้เสถียรภาพระบบการเงินได้ในอนาคต คณะกรรมการฯ เห็นว่ามาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินที่ได้ดำเนินการไปช่วยดูแลการสะสมความเปราะบางในระบบการเงินได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องติดตามพฤติกรรมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นในภาวะดอกเบี้ยต่ำซึ่งอาจนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร พฤติกรรมการก่อหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและธุรกิจ SMEs การขยายสินทรัพย์และความเชื่อมโยงภายในของสหกรณ์ออมทรัพย์ รวมถึงการก่อหนี้ของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่อาจประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เห็นว่าควรใช้มาตรการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (microprudential) และมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน (macroprudential) ร่วมกันอย่างเหมาะสม 

มองไปข้างหน้า คณะกรรมการฯ จะติดตามพัฒนาการของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และเสถียรภาพระบบการเงิน รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะผลกระทบของสภาวะการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประกอบการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป โดยพร้อมใช้เครื่องมือเชิงนโยบายอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบกับความสามารถในการแข่งขันและแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน  

Advertisement

คุมเข้มสูงสุด 15 เมือง ในหูเป่ย จำกัดวงระบาด “โคโรนาไวรัส”

สำนักข่าว CNN รายงานว่าขณะนี้ทางการจีน ได้เพิ่มการควบคุมสูงสุดใน 15 เมือง ที่อยู่ในจังหวัดหูเป่ย ของจีน โดยมีอู่ฮั่น เป็นเมืองเอกของจังหวัด ซึ่งมีประชากรที่อาศัยอยู่ในจังหวัดหูเป่ย 57.2 ล้านคน ซึ่งตลาด โรงภาพยนตร์ ที่มีผู้คนจำนวนมากถูกสั่งปิด สำหรับการเดินทาง ได้จำกัดการเดินทางระหว่างเมือง และห้ามใช้รถส่วนตัว...

ไวรัสโคโรนาลามยุโรป ขณะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มหลายประเทศ

รายงานจากทางการหลายประเทศพบมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้น ขณะที่เชื้อได้แพร่ระบาดเข้ายุโรปแล้ว พบรายแรกในฝรั่งเศส แม้ทางการจีนจะประกาศมาตรการฉุกเฉินสะกัดการแพร่ระบาด ทางการฝรั่งเศสยืนยันการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 3 ราย ซึ่งนับเป็นการยืนยันผู้ติดเชื้อรายแรกในยุโรป และทางการออสเตรเลียก็ได้ยืนยันการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายแรกด้วยเช่นกัน คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) รายงานล่าสุดว่า จำนวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบทั้งหมดที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จนถึงเมื่อวานนี้นั้น ได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,287 รายแล้ว ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต...

สุวรรณภูมิ เปิดศูนย์ช่วยเหลือผู้โดยสารจีนตกค้าง หลังไชน่า เซาเทิร์น แอร์ไลน์ ระงับบิน

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดศูนย์อำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้โดยสารตกค้างจากกรณีสาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศปิดเมืองอู่ฮั่นเนื่องจากพบการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า...

TPI: จากปิโตรเคมีสู่ปากท้องประชาชน

ประวัติศาสตร์อีกหน้ากำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อประชัย ขว้างธงชัดเจนแล้วว่า กลุ่ม TPI นอกจากจะเป็นผู้นำด้านปิโครเคมี วัสดุภัณฑ์ การก่อสร้าง จะต้องก้าวล้ำต่อไปในด้าน “ความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์”

5 เคล็ดลับ ทำงานกับนักรีวิวสายเทคฯ สร้างแบรนด์ให้สำเร็จ

รีวิวสินค้าถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคยุคนี้มีนิสัยชอบแสวงหาอ่านรีวิวการใช้งานจริงของผู้อื่นก่อนตัดสินใจควักเงินซื้อสินค้าใด ๆ และสื่อโซเชียลก็เป็นแหล่งรวมรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ก็ว่าได้ นักรีวิวมักแข่งขันกันเพื่อที่จะได้รีวิวสินค้าใหม่ ๆ ก่อนใครเพื่อสร้างยอดผู้อ่าน ด้วยเหตุนี้ เว็บไซต์เทคโนโลยีต่าง ๆ จึงยินดีที่จะเขียนหรือถ่ายทำรีวิวให้ฟรี ทุกครั้งที่แบรนด์ดัง ๆ กำลังจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนแบรนด์ที่ไม่ค่อยใหญ่นักอาจจะต้องใช้วิธีจ่ายเงินเพื่อให้ได้รับการรีวิว เว้นแต่ว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นที่สนใจและควรค่าต่อการรีวิวในตัวของมันเองอยู่แล้ว

เราจะได้ใช้ 5G กันไหม ในปี 2563

  https://www.youtube.com/watch?v=n6qRiZDDpPo&list=PLtJuPzTWLc5O2XfsdQL118M1kTD2ztiwd&index=3   รายการ Tech Today (มองโลกเทคโนโลยีใกล้ตัวไปกับคู่หูไอที) ดำเนินรายการโดย : นพฤทธิ์  กมลสุวรรณ และ ทรงกลด แซ่โง้ว / ผู้สื่อข่าวไอที Business Today คนไทยจะได้ใช้ 5G กันในปี 2563 ใช่ไหม? เป็นคำถามที่หลายคนรอลุ้น ล่าสุด กสทช. เตรียมประมูล 5G ในวันที่...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ