Home COVID-19 'สภาพัฒน์' คัดโครงการฟื้นฟูโควิด-19 ล็อตแรก 213 โครงการ เสนอครม. 8 ก.ค. นี้

‘สภาพัฒน์’ คัดโครงการฟื้นฟูโควิด-19 ล็อตแรก 213 โครงการ เสนอครม. 8 ก.ค. นี้

สภาพัฒน์” คัดโครงการล็อตแรกเสนอ ครม. 8 ก.ค. นี้ จากวงเงินกู้ฯ 4 แสนล้านบาท 213 โครงการ วงเงินกว่า 1.01 แสนล้าน เผยจ้างงานได้กว่า 4.1 แสนตำแหน่ง “ทศพร” เผยตอบโจทย์พัฒนาประเทศระยะยาว 3 ด้าน

นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงข่าวความก้าวหน้าการกลั่นกรองและพิจารณาโครงการดำเนินการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบโควิด-19 กรอบวงเงิน 4 แสนล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ว่าหลังจากเปิดให้มีการเสนอโครงการเข้ามายังคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมามีหน่วยงานราชการ และส่วนจังหวัดเสนอโครงการเข้าสู่การพิจารณาจนถึงวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 46,429 โครงการ วงเงินรวมกว่า 1.456 ล้านล้านบาท

โดยคณะอนุกรรมการฯได้มีการพิจารณากลั่นกรองข้อเสนอและโครงการต่างๆระหว่างวันที่ 22-25 มิ.ย.ก่อน ที่จะนำเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯพิจารณาในวันที่ 1 ก.ค.นี้ และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)ในวันที่ 8 ก.ค.พิจารณา เบื้องต้นมีโครงการรอบแรกที่ผ่านการพิจารณา 213 โครงการ วงเงินรวม 101,482.28 ล้านบาท

- Advertisement -

อย่างไรก็ตาม คาดว่าจากวงเงินประมาณ 1.01 แสนล้านบาทเมื่อผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองฯ และการปรับลดวงเงินของสำนักงบประมาณที่จะปรับลดลงตามยอดการใช้จ่ายที่แท้จริงวงเงินที่จะเสนอ ครม.พิจารณารอบแรกเป็นวงเงินประมาณ 7 – 8 หมื่นล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นโครงการที่พิจารณาตามข้อเสนอของกลุ่มจังหวัด 924.3 ล้านบาทโดยคำนึงถึงการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคด้วย

นายทศพร กล่าวว่า โครงการสำคัญ (Flagship Projects) ที่จะเสนอ ครม.ในครั้งนี้ผ่านการคัดเลือกตามเป้าหมาย 3 ประการ ได้แก่

เป้าหมายที่ 1 การสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานรากและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานราก อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ “โคก หนอง นา โมเดล” (แผนงาน 3.2) มูลค่า 4,953.79 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะจ้างงานเกษตรกรราว 9,188 คน โครงการพัฒนาตำบลแบบบูรณาการ (แผนงาน 3.2) ซึ่งเป็นการใช้ Big Data เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน มูลค่า 2,701.88 ล้านบาท โดยคาดว่าจะจ้างงานประชาชนในพื้นที่ ราว 14,510 คน โครงการอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง (แผนงาน 3.2) มูลค่า 1,080.59 ล้านบาท จ้างงานประชาชนราว 15,548 คน ดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงจำนวน 710,518 คน เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (แผนงาน 3.4) ซึ่งจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งส่วนที่เป็นปัจจัยการผลิตและการดำรงชีพของประชาชน รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางดิจิทัล ประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนและรองรับการพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มศักยภาพและยกระดับสาขาเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เกษตรกรทุกพื้นที่สามารถจำหน่ายสินค้าเกษตรให้กับผู้บริโภคได้โดยตรง และผู้บริโภคก็ซื้อสินค้าเกษตรได้โดยตรงเช่นกัน โดยรอบแรกจะบูรณาการแผนงาน/โครงการของหน่วยงานทั้งในส่วนจังหวัดและส่วนราชการ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่ส่งเสริมกิจการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม เช่น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น รวมทั้งประสานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบโลจิสติกส์ อาทิ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และการรถไฟแห่งประเทศไทย

เป้าหมายที่ 2 การลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต อาทิ (1) โครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด (แผนงาน 3.1) มูลค่า 13,904.50 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรประมาณ 8,293.43 ล้านบาท (2) โครงการสร้างความเข้มแข็งศูนย์ข้าวชุมชน มูลค่า 900.00 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างงานให้เกษตรกรประมาณ 600 คน (3) ศูนย์นวัตกรรมการผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์เพื่ออุตสาหกรรมการเกษตร อาหารและการแพทย์ (แผนงาน 3.1) มูลค่า 1,264.40 ล้านบาท คาดว่าจะทำให้เกิดการจ้างงานประมาณ 2,500 คน และ (4) โครงการยกระดับนวัตกรรมแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์สู่ตลาด ท่องเที่ยวคุณภาพตามวิถีนิวนอมอล (Innovative CBT for New Normal) (แผนงาน 3.1) มูลค่า 460 ล้านบาท โดยคาดว่าจะกระจายรายได้สู่ชุมชน นักศึกษา/บัณฑิตตกงานและผู้ประกอบการประมาณ 65 ล้านบาท

เป้าหมายที่ 3 กระตุ้นการอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยวในประเทศ (แผนงาน 3.3) ประกอบด้วย
(1) โครงการ “เราไปเที่ยวกัน” (2) โครงการ “เที่ยวปันสุข” และ (3) โครงการ “กำลังใจ” รวมมูลค่า 22,400 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ประมาณ 52,400 ล้านบาท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รุมทึ้ง !! งบ 4 แสนล้านปั้นโครงการ ‘สภาพัฒน์’ ชี้วงเงินรวมทะลัก

Business Todayhttps://businesstoday.co
Supporting Thailand's business communities./ FB Page: Business Today Thai/ Social: Business Today Thai (สำหรับ Twitter, YouTube, Telegram)/ LINE: @Business today/ เว็บที่เกี่ยวข้อง: Thailand Today: www.thailandtoday.co/ FB: Thailantoday.co (English)/ Thailand Today News: www.thailandtoday.news/ FB: Thailandtoday.news (Mandarin Chinese)

Latest

‘Brooks Brothers’ ร้านขายสูทระดับผู้นำ-นายแบงก์ อายุ 200 ปี ยื่นล้มละลาย

กระแส work-from-home ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านการแต่งกาย ทำร้านขายเสื้อผ้าทำงานได้รับผลกระทบ ล่าสุด “Brooks Brothers” ร้านสูทอายุ 200 ปีที่มีลูกค้าระดับประธานาธิบดีสหรัฐและนายแบงก์ย่านวอลล์สตรีท ยื่นล้มละลาย Brooks Brothers ร้านขายเครื่องแต่งกายสุภาพบุรุษที่ก่อตั้งมายาวนาน 202 ปี และมีลูกค้าระดับประธานาธิบดีสหรัฐถึง 40 คน รวมถึงบรรดานายแบงก์ย่านวอลล์สตรีท ยื่นล้มละลายภายใต้มาตรา 11 เพื่อฟื้นฟูกิจการ เพราะต้องประสบปัญหาเมื่อผู้คนหันไปใส่เสื้อผ้าทำงานสไตล์แคชชวลมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทยังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 ซึ่งทำให้ความต้องการชุดสูทดิ่งวูบ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

อะเมซอนเลิกขายสินค้า ‘บูฮู’ อ้างเอาเปรียบลูกจ้าง

บูฮู บริษัทค้าปลีกสินค้าแฟชั่นออนไลน์กำลังจะเปิดแถลงข่าวการทบทวนกระบวนการซัพพลายเชน ภายหลังจากที่สื่อรายงานว่าโรงงานของบูฮูมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เลวร้าย ทำให้ผู้จัดจำหน่ายหลายรายรวมถึงอะเมซอนที่จะยกเลิกการขายสินค้าให้บูฮู บูฮูกล่าวว่าทางบริษัทให้ความสำคัญต่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการประพฤติผิด สภาพแวดล้อมการทำงานที่เลวร้าย และการจ่ายเงินเดือนต่ำกว่าอัตราอย่างจริงจัง แหล่งข่าวระบุว่าลูกจ้างโรงงานผลิตเสื้อในเมืองเลสเตอร์ที่ส่งสินค้าให้กับบูฮูได้รับค่าจ้างเพียง 3.50 ปอนด์ (4.39 ดอลลาร์) ต่อชั่วโมง เทียบกับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 8.72 ปอนด์ (10.94 ดอลลาร์) ต่อชั่วโมง นอกจากนี้โรงงานยังเปิดดำเนินการตามปกติในช่วงที่มีการล็อกดาวน์และมียอดผู้ติดเชื้อจากโคโรนาไวรัสเพิ่มขึ้นโดยไม่มีมาตรการทางด้านสุขอนามัยหรือการเว้นระยะห่างทางสังคม ทางด้านหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหราชอาณาจักรได้เข้าตรวจค้นโรงงานหลายแห่งในเมืองเลสเตอร์เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้แรงงานทาสและการค้ามนุษย์ หากพบกรณีดังกล่าวจริงจะทำให้บริษัทผู้ผลิตเหล่านี้ต้องจ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินมหาศาล หุ้นของบริษัทบูฮู ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า เช่น พริตตี้ลิตเติ้ลธิง (PrettyLittleThing) แนสตี้ แกล...

แข่งเดือดยุคโควิด…อิโตชูเล็งซื้อหุ้น 100% แฟมิลี่มาร์ทในญี่ปุ่น

อิโตชูเล็งเข้าถือหุ้นทั้งหมดในแฟมิลี่มาร์ท เตรียมร่วมมือใกล้ชิดด้านการจัดหาอาหาร-สินค้า รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ท่ามกลางกระแสแข่งเดือดร้านสะดวกซื้อและการระบาดของโควิดที่ฉุดกำไรลด บริษัทอิโตชูกล่าวว่ามีแผนเข้าถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทแฟมิลี่มาร์ท ผ่านการทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้น จากปัจจุบันที่มีหุ้น 50.1% และจะใช้เงินประมาณ 580,000 ล้านเยน (ประมาณ 168,000 ล้านบาท) ในการซื้อหุ้นที่เหลือ การเข้าถือหุ้น 100% จะเปิดโอกาสให้อิโตชูดำเนินการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของร้านสะดวกซื้อรายใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรผ่านการนำเครือข่ายจัดซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศของอิโตชู มาใช้ประโยชน์มากขึ้น นอกจากนั้น ทั้งสองยังจะเติมเต็มกันในด้านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และการชำระเงินทางดิจิทัล โดยข้อมูลมากมายเกี่ยวกับลูกค้าจะเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ...

หุ้นเอเชียร่วงตามดาวโจนส์ กังวลล็อกดาวน์หลังสหรัฐติดโควิดพุ่งทุบสถิติ

หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงตามวอลล์สตรีท นักลงทุนเริ่มหันมาให้น้ำหนักกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง หลังผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสหรัฐพุ่งทำสถิติใหม่รายวัน และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น นักวิเคราะห์กล่าวว่านักลงทุนเริ่มกังวลว่ารัฐบาลอาจจะประกาศล็อกดาวน์รอบใหม่ ซึ่งจะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ดัชนีล่วงหน้า S&P/ASX 200 เปิดตลาดลดลง 0.41% ดัชนีนิเกอิล่วงหน้าขยับขึ้นเล็กน้อย 0.02% และดัชนีฮั่งเส็ง ลดลง 0.87% ขณะที่ดัชนีล่วงหน้า S&P 500 เพิ่ม 0.12% จากปิดตลาดเมื่อคืนนี้ ลดลง 0.56% ปิดที่ 3,152.05...

Related News

สศช.คาดทั้งปีว่างงาน 2 ล้านคน ใกล้เคียงวิกฤติต้มยำกุ้ง ปี’40

สศช.เผยในไตรมาสแรก ตลาดแรงงานยังไม่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่จะกระทบหนักในไตรมาส 2 ตามภาวะเศรษฐกิจ คาดปีนี้ว่างงาน 2 ล้านคน ใกล้เคียงช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) เปิดเผยว่าการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างเต็มที่ โดยพบว่าจำนวนผู้มีงานทำยังอยู่ที่ 37.4...

อยู่เย็นไม่เป็นสุข

วาทะกรรมว่าด้วยการอยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น...อยู่สุข-อยู่ไม่สุข กำลังปะทะกันอย่างเมามันในสื่อสังคมออนไลน์ แต่หารู้ไม่ว่าปรากฏการณ์”อยู่เย็นไม่เป็นสุข”กำลังก่อตัวขึ้นเหมากินรวบทั้งอยู่เป็น-อยู่ไม่เป็น...อยู่สุข-อยู่ไม่สุข ให้ต้องมีชะตากรรมร่วมกัน... “อยู่ไม่รอด-อยู่ไม่รอด” อาการอยู่เย็น ไม่เป็นสุข ที่ส่อเค้าบานปลายกลายเป็น อยู่ไม่รอด เป็นอาการของขบวนการ”ไทยเฉย”ที่สงวนสิทธิเป็นพลังเงียบ ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน แต่เก็บซ่อนความรู้สึกอึดอัดคับแค้นใส่ไว้ในกระโถนอารมย์ เหมือนคน”หน้าชื่นอกตรม” การเมืองจะบัดซบแค่ไหน...เศรษฐกิจจะซังกะบ๊วยห่วยแตกเพียงใด...ไม่เป็นไร-กูรับได้สบายตามสไตล์”ไทยเฉยทนได้” ไม่แน่นักว่าไทยเฉย ไทยไม่เฉย ไทยอยู่เป็น ไทยอยู่ไม่เป็น จะทนทานกับความอับเฉาของเศรษฐกิจไปได้อีกกี่น้ำ ในเมื่อทอดสายตามองไกลไปถึงจุดสุดท้ายของปีนี้ ไม่มีวี่แววจะเกิดประกายความเบิกบานของเศรษฐกิจให้ได้ชื่นใจแม้แต่น้อยนิด ทั้งที่รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาตรการโด๊ปชีพจรเศรษฐกิจไปแล้วหลายขนาน ไม่ว่าจะเป็นการแจกเงินชิม-ช้อป-ใช้...การลดอัตราดอกเบี้ย...การออกมาตรการกระตุ้นภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุดสภาพัฒน์ยืนยันความเซื่องซึมของเศรษฐกิจให้ได้รับทราบทั่วกันว่าแนวโน้มอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะโตได้ไม่เกิน 2.6% จากที่เคยคาดการณ์เอาไว้สวยเริ่ดตอนต้นปีถึง 3.8%...

เศรษฐกิจไทยไตรมาส2 ชะลอตัว จีดีพีโต2.3%

เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 ชะลอตัวลงตามคาด สศช.เผยจีดีพีไตรมาส 2 ขยายตัว 2.3% หลังปรับฤดูกาล ขยายตัวเพียง 0.6% สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไตรมาสท่ี 2/2562 ขยายตัวร้อยละ 2.3...