แนวคิดเบื้องหลังฟื้น Se-Ed จาก Digital Disruption

Corporate แนวคิดเบื้องหลังฟื้น Se-Ed จาก Digital Disruption

เกษมสันต์ วีระกุลเป็นนักอ่านและนักบริหาร เขาใช้สิ่งที่อ่านพลิก Se-Ed ได้อย่างไร?

Japan Airlines กับ Se-Ed มีอะไรคล้ายๆ กันคือ รายแรก “ตายไปแล้ว” ส่วนรายหลัง “เกือบตาย”


ปัจจุบันนี้ Japan Airlines รอดตายจากภาวะล้มละลาย พลิกกลับมาเป็นสายการบินที่คนญี่ปุ่นภาคภูมิใจอีกครั้ง ส่วน Se-Ed ก่อนปี 2562 สิ้นสุดลง “เลือดเพิ่งหยุดไหล” แม้จะยังไม่ได้กลับมายืนทำกำไรอย่างโดดเด่น แต่…ก็ไม่ตายหลังถูก Disruption ถล่มครั้งใหญ่

จุดตกต่ำสุดขีดของ Se-Ed เพิ่งผ่านไป งานฟื้นฟู Se-Ed จึงเป็นภารกิจสำคัญระดับชาติสำหรับ เกษมสันต์ วีระกุล ไม่ต่างอะไรกับที่ อิมาโมริ คาซึโอะ ออกแรงกอบกู้สายการบิน Japan Airlines เอาไว้

เดือนพฤศจิกายน 2562 ครบ 1 ปีที่เกษมสันต์ก้าวเข้ามาพลิกสถานการณ์ของบริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) Business Today ขอให้ประธานกรรมการท่านนี้เล่าถึงแนวคิด วิธีการ ตลอดจนกลยุทธ์ต่างๆ ในการบริหารบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้ผ่านหนังสือ 7 เล่ม

1. ถอยก็ตาย วิกฤติยังไงก็ต้องสู้
“อิมาโมริ คาซึโอะ เป็นประธานบริษัทเคียวเซร่า เกียวโต เซรามิก อยู่ในอุตสาหกรรมชั้นสูง เนี้ยบ และเก่งมาก รัฐบาลญี่ปุ่นเชิญมากอบกู้ Japan Airlines (JAL) ซึ่งขาดทุนอยู่สามล้านล้านบาท นึกถึงคนอายุ 70 กว่า แต่เป็นคนที่เก่งมาก ไม่เคยอยู่ในอุตสาหกรรมการบินมาก่อนแล้วต้องมา Turnaround (พลิกฟื้นกิจการ) สายการบิน ที่เขารับงานนี้ เป็นเพราะเห็นว่า JAL เป็นเหมือนสัญญลักษณ์ของญี่ปุ่น ถ้าเจ๊งไป คนญี่ปุ่นน่าจะเสียขวัญ”

สิ่งแรกที่เขาทำ คือ เดินเข้าไปหาทุกคน แล้วปลุกเร้าจิตวิญญาณของทุกคนว่า จะสู้กับเขาไหม ทุกคนรู้ว่าหนัก เขาลงไปทุกจุดเลย ทุกเคาน์เตอร์ ทุกพนักงาน เพื่อบอกว่า หน้าที่คุณสำคัญยังไง มัน Amazing มาก”

สิ่งที่นำมาใช้กับ Se-Ed
ให้กำลังใจ ปลุกพนักงานที่กำลังหมดกำลังใจด้วยจิตวิญญาณที่ลุกโชน แวะเยี่ยมทุกสาขา (จาก 300+ สาขา เขาเดินทางครบแล้ว) ปรับคนที่ไม่เหมาะกับงานออก เพิ่มเงินเดือนพนักงาน (พนง. ซีเอ็ดเงินเดือนต่ำกว่าร้านหนังสืออื่น) เพิ่มผลิตภัณฑ์หนังสือ สร้างความหลากหลาย และอีกเรื่องที่สำคัญคือ Decentralization (กระจายการบริหารงานออกไป ไม่ยึดติดศูนย์กลาง) คือ รับฟังความต้องการของสาขาในท้องถิ่นต่างๆ และแต่ละสาขามีการตัดสินใจเองได้ เช่น จะออเดอร์หนังสือเล่มไหน แต่ละสาขาก็สามารถสั่งหนังสือมาขาย แตกต่างกันได้ตามความต้องการของคนอ่านในแต่ละพื้นที่

2. Our Iceberg Is Melting
“นกเพนกวินอยู่บนภูเขาน้ำแข็ง วันหนึ่ง นกเพนกวินหนุ่มบอกว่า ใต้ภูเขาน้ำแข็งที่เราอยู่ มีรอยร้าวนะ มันอาจจะแตก เราควรจะย้ายไปยังภูเขาน้ำแข็งก้อนใหม่มั้ย? แต่นกเพนกวินทั่วๆ ไปบอกว่า รู้ได้ไงว่า มันจะแตก ถ้ามันไม่แตกล่ะ แล้วรู้ได้ไงว่า ถ้าว่ายน้ำไป แล้วปลาฉลามไม่กิน?

ในการเปลี่ยนแปลง เราจะเห็นว่ามีคนคัดค้านตลอดเวลา เป็นรูปแบบของคนที่พบได้ในองค์กรทั้งหลาย สุดท้าย ถ้าจะเปลี่ยนแปลงองค์กรได้ ต้องมี 8 เรื่อง เช่น การสื่อสาร การตั้งเป้าระยะสั้น การ win ร่วมกัน ผมคิดว่า บริษัททั้งหลายที่อยากเปลี่ยนแปลงต้องมาตั้งต้นที่เล่มนี้”

สิ่งที่นำมาใช้กับ Se-Ed
นำไปใช้เป็นหลักในการทำงาน เช่น ประกาศว่า ต่อไปนี้จะเดินไปในทิศทางไหน กระตุ้นให้ทุกคนร่วมมือกัน ฉลองชัยชนะระยะสั้น เช่น ปรับปรุงร้านนี้เสร็จ หรือยอดขายหนังสือเล่มนี้เข้าเป้า ก็ฉลองกัน ทำให้พนักงานมีความสุข (เขายังแนะนำเล่มอื่นที่อยู่ในหมวดหมู่เดียวกันด้วย คือ Leading Change และ The Heart of Change

3. The Twenty-Two Immutable Laws of Marketing
“เป็นพื้นฐานในการบริหารงาน ถ้าเรามีลูกน้อง 1 คน สั่งงาน โดยหลักการ เช่น สั่งไปแล้ว ถ้าเขาเขียนบรรยายกลับมาแล้วจบได้ภายในหนึ่งหน้า A4 ไม่ได้ แปลว่า เขาไม่เข้าใจว่า ตัวเองต้องทำอะไร การเขียน ทำให้เขาเข้าใจ เราจะเข้าใจสิ่งต่างๆ ตรงกัน ผมเรียนเศรษฐศาสตร์ แต่ว่าผมชอบการตลาด รู้สึกว่า การตลาดเป็น Common Sense ไม่ต้องเรียน ผมก็อ่านการตลาดเยอะมาก”

สิ่งที่นำมาใช้กับ Se-Ed
ก่อนหน้านี้ คนที่เดินเข้าร้านซีเอ็ดจะไม่ค่อยรู้สึกถึงการต้อนรับของพนักงานในร้าน เกษมสันต์ได้เข้าไปปรับทุกจุด ทำให้พนักงานมี Service Mind ที่ดีขึ้น ใครทำงานที่นี่ต้องรักการอ่านทุกคน เขาสร้างบรรยากาศในร้านให้ดีขึ้น กระทั่งแต่งเพลงประกอบ จัดรถตระเวนไปตามโรงเรียนต่างๆ เรียกว่า รถแดง ทำ QR Code ให้คนมาช่วยรีวิวในภาษาถิ่นต่างๆ จัดเทรนนิ่งให้ระดับผู้จัดการสาขา และเฟสต่อไปคือ ขยายการปรับปรุงพัฒนาไปสู่พนักงานระดับอื่น ๆ ต่อไป แคมเปญอะไรที่ยังไม่เคยทำ ก็เริ่มลงมือทำ

4. เมื่อหุ่นยนต์ครองโลก
“นักอนาคตศึกษาของเกาหลีใต้ ตั้งคำถามว่า ความสามารถของคนที่โลกต้องการ 10 ประการมีอะไรบ้าง เช่น ความสามารถในการแก้ปัญหาซับซ้อนในการทำงานร่วมมือกัน ในการบริหารจัดการคน การคิดอย่างมีวิจารญาณ การต่อรอง และในโลกสมัยใหม่ สอนหนังสือกันยังไง โดยเฉพาะสอนหนังสือให้คนที่เกิดมาในยุคดิจิทัลโดยกำเนิด พวกเขาสนใจเนื้อหา 90 วินาที เรียนบนพื้นฐานที่อยากเรียน ไม่เรียงลำดับ กระโดดเรียนพละ แล้วไปเรียนศิลปะ ต้องใช้ AI เข้ามาช่วยจัดการศึกษา”

สิ่งที่นำมาใช้กับ Se-Ed
การบริหารแพลตฟอร์มสำหรับอีเลิร์นนิ่ง หรือดิจิทัลเทรนนิ่ง เขาได้เอาความรู้ในอนาคตมาเทรนให้คนยุคปัจจุบัน ให้คนซีเอ็ดอ่านหนังสือเล่มนี้ในการเติมความรู้ และหว้งว่า จะทำให้มนุษย์ไม่หยุดพัฒนา

5. Big Data I, II, III
“เป็นหนังสือที่ดี แต่ตอนที่ดร. แป้ง (อสมา กุลวานิชไชยนันท์) เขียน แล้วไม่มีใครรับพิมพ์ รับจัดจำหน่าย แต่ซีเอ็ดทำ ในอนาคตจากนี้ไป ใครมีดาด้าคือ คนนั้นมีอาวุธ ดาด้าคือชัยชนะ ดาด้าคือน้ำมันยุคใหม่ ในการทำ Big Data ต้องเคลียร์ข้อมูล จัดวัตถุประสงค์โดย Data Engineer, Data Scientist ซีเอ็ด เอาตัวนี้มาทำ เพราะธุรกิจหนังสือมีต้นทุนเยอะมาก จำนวนปกเยอะมาก ถ้า Data ไม่ถูกจัดระบบระเบียบให้ฉลาดเป็น Big Data จะบริหารยาก

สิ่งที่นำมาใช้กับ Se-Ed
หลังจากอ่านแล้ว (มีสามเล่ม) เกษมสันต์ได้ไปพบผู้เขียน เพื่อจะวางแผนให้ซีเอ็ด นำ Big Data มาใช้ในทุกๆ ส่วน และเขาเชื่อว่า วงการหนังสือต้องมาทำ Big Data ปัจจุบันซีเอ็ด ใช้ระบบ BI (Business Intelligence) เพื่อกำหนดจำนวนออเดอร์ให้สัมพันธ์กับยอดขาย ลดการเก็บส่งคืน ประหยัดต้นทุน รวมถึงทำโปรโมชั่นร่วมกับสำนักพิมพ์อื่น และที่สะเทือนวงการคือ เดินสายเชิญชวนเพื่อนร่วมวงการ สำนักพิมพ์พันธมิตรและคู่แข่ง  เตรียมวางแผนจะช่วยเหลือร้านหนังสือรายย่อย ๆ ให้อยู่รอดได้ เช่น ให้สาขารับเป็นจุดส่งหนังสือสำหรับร้านเล็ก ๆ

ส่วนการซื้อออนไลน์ ลดขั้นตอนการสั่งซื้อให้สั้น เหลือแค่ 3 ขั้นตอนเหมือนกับเว็บอีคอมเมิร์ซระดับโลกอย่างอเมซอน  

6. OKRs
“เป็นการบริหารรูปแบบใหม่ Objectives and Key Results ต่างจาก KPI (Key Performance Indicator) ในระบบ KPI หัวหน้างานตั้ง แล้วทุกคนก็พยายามไปให้ได้ พอถึงกลางปีก็ลดลงมาหน่อย ปลายปีก็ลดลงมานิดนึง ไม่ได้ก่อให้เกิดอะไร

KPI มันไม่เหมาะกับทั้งโลก KPI เป็นภาพใหญ่ๆ เป็นการตั้งเป้าว่า เราจะไปแบบนี้ด้วยกัน แต่มันไม่จริงจัง แต่ว่า OKR ตั้งวัตถุประสงค์ หรือตัว O ร่วมกัน ระหว่างผู้บริหารกับคนทำงาน วิธีตั้งคือ ตั้งฝัน ถ้าตั้งว่า ปีนี้ซีเอ็ดเสมอตัว ไม่ใช่ ต้องตั้งโต 80% ล็งไปที่พระจันทร์ ถ้าไม่ถึงพระจันทร์ ก็ไปถึงดวงดาว”

สิ่งที่นำมาใช้กับ Se-Ed ให้อ่านเล่มนี้ทุกคน แล้วนำมาเทรนที่บริษัท โดยตั้ง Key Results ไว้ ตั้งเป้าที่ต้องวัด เช่น ภายในต.ค. รูปแบบร้านใหม่ต้องเกิด ภายในพ.ย.พนักงานต้องถูกเทรน 5 รอบ บริษัทใหญ่ๆ Google หรือ YouTube ใช้หมด พอบริษัทเหล่านี้ใช้หมด ก็เติบโตเป็นสิบเท่า ร้อยเท่าภายในระยะเวลาอันสั้น ตอนนี้ใช้ OKR แล้ว และทุกคนในบริษัทต้องได้รับการเทรนเรื่องนี้

 

7. คู่มือมนุษย์ (เล่มนี้เป็นเล่มที่เปลี่ยนชีวิตผมจริงๆ)
แต่ก่อน ผมเป็นสายวิปัสสนา สายอภินิหาร ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อวัด พอเข้ากรุงเทพมา ก็มาซื้อหนังสือเล่มนี้ ‘คู่มือมนุษย์’อ่านเสร็จแล้วก็รู้เลยว่า สิ่งที่เราทำ ไม่ใช่แล้ว ไม่ใช่แก่นของศาสนา หลังจากเล่มนี้ ผมก็อ่านหนังสือของท่านพุทธทาสอีก เช่น แก่นพุทธศาสน์ และหลายๆ เล่มของท่านพุทธทาส เลยทำให้ผมเป็นลูกศิษย์ท่านพุทธทาสทางหนังสือ

สิ่งที่นำมาใช้กับ ‘ตัวเอง’
เกษมสันต์บอกว่า หนังสือเล่มนี้ทำให้เขามีวิถีคิดเชิงพุทธ ทำให้เป็นคนไม่มีความทุกข์ ไม่ยึดติด ปล่อยวางเป็น โชคดีเคยฝึกวิปัสสนา “และเมื่อเอาหลักท่านพระพุทธทาสมาเป็นกรอบ ทำให้ผมเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก คนที่รู้จักผมจะรู้ว่า ชีวิตผมมีขึ้นมีลง มีโน่นมีนี่ ทุกวินาที ผมยังยืนยันว่า ผมเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ไม่เคยนอนไม่หลับ หลับสบาย”

ปี 2563 ซีเอ็ดจะมีอะไรใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงในปีที่ผ่านมา ส่งผลอะไรต่อไปบ้าง รอชมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
อีเวนต์อ่านหนังสือมาราธอนครั้งแรกในไทย “Read A Thon by SE-ED” กระตุ้นคนไทยรักการอ่าน
 

วิทยา แสงอรุณ BTEXCU3https://businesstoday.co
Editor: Corporate Business News, Media, Human Resources, and Leadership & Management. Chair: LGBT SMEs and Professionals Thailand. Interests: Creativity, Technology, and Design.
Advertisement

พุทธิพงษ์ ชี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี “CAT-TOT” ประมูล 5G ได้

รัฐมนตรี ดีอีเอส เชื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของหน่วยงานรัฐ หลังการประมูล 5G จบลง โดย CAT ประมูลคลื่น 700 MHz จำนวน 2 ชุดคลื่น ใช้เงินประมูลทั้งหมด 34,306,000,000 บาท และ TOT ประมูลคลื่น...

สรุป ประมูล 5G ได้คลื่นครบทุกค่าย กสทช. รับเงินเข้ารัฐ 1 แสนล้าน

การประมูล 5G ที่จัดโดย กสทช. ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ จบลงแล้วโดยแต่ละโอเปอเรเตอร์ต่างแบ่งคลื่นกันไป โดย AIS เป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่ได้ทั้ง 3 คลื่นความถี่ ทรูได้ 2 ความถี่ ส่วน dtac TOT และ CAT ได้ไปบริษัทละ...

“สินเชื่อเงินทอน” ชนวนโศกนาฏกรรมโคราช

กรณีโศกนาฏกรรมที่”จ่าทหารคลั่ง”ใช้อาวุธสงครามกราดยิงประชาชนในห้างเทอมินอล 21 กลางเมืองโคราช. ส่งผลให้คู่กรณีเสียชีวิต 2 รายและประชาชนผู้บริสุทธ์ต้องสังเวยชีวิตอีก 27 รายได้รับบาดเจ็บอีก 58 รายกลายจนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น”บทเรียน”ที่กองทัพจะต้องสรุปโดยด่วนเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เพราะต้นเหตุมาจากการใช้อำนาจของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ทำมาหากินกับ”โครงการสวัสดิการเงินกู้”สำหรับซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างบ้านพักอาศัยให้ทหารชั้นผู้น้อย อันเป็นที่มาของ”สินเชื่อเงินทอน “ปมสังหารหมู่ครั้งนี้ อย่างที่ทราบผู้ที่เข้ามาหากินกับโครงการนี้ก็คือนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งบางรายใช้ภรรยาหรือญาติเป็น”นอมินี”หรือ”ตัวแทน”ทำหน้าที่นายหน้าคอยประสานระหว่างเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรรกับนายทหารชั้นผู้น้อยที่เป็นผู้ซื้อบ้าน นอกจากนี้อาจจะมีทหารชั้นผู้น้อยบางคนมาช่วยเดินนายหน้าให้นายอีกด้วย สำหรับ ทหารชั้นผู้น้อยที่จะซื้อบ้านจะทำเอกสารสัญญากู้ภายใต้”โครงการสวัสดิการเงินกู้”ของกองทัพ และมี “นาย” ซึ่งเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ช่วยอำนวยความสะดวกในการกู้เงิน ส่วนใหญ่วงเงินที่กู้ได้มักจะสูงราคาบ้าน จึงมี”เงินส่วนต่าง”ที่เรียกว่า”สินเชื่อเงินทอน”ที่ทหารชั้นผู้น้อยสามารถเก็บไว้ใช้จ่ายอื่นๆ แต่ท้ายที่สุดกรรมก็ไปตกอยู่กับทหารชั้นผู้น้อยเหล่านี้ เวลาเงินเดือนออกจะถูกหักชำระเงินกู้ ทำให้ชักหน้าไม่ถึงหลังเงินเดือนไม่พอใช้ บางทีโชคร้ายถูกนายหน้าโกง...

 ภาพยนตร์ไม่ได้มีราชวงศ์ แต่หนังนั้นมีหัวนอนปลายเท้า

ต่อให้ไม่สนใจไยดีวงการหนัง ใครหลายคนก็รู้ดีว่า มีศัพท์ใหม่ๆ ที่ทั้งปรุงและแต่งเอาเอง เกิดขึ้นมากมายหลายคำ นิตยสาร Rolling Stone เขียนเหมือนกับหนังสือ Good Life ของฝรั่งเศสว่า หลังจากผ่านพ้นทศวรรษที่90 เป็นต้นมา มีการเรียกศัพท์แนวทางหนังต่างๆ มากกว่า 200 คำ บางคำสุขภาพไม่ดี ไม่ค่อยออกกำลังกาย ก็ตายไปเร็ว เช่น chic movie บางคำกินนอน...

เลขาฯ กสทช. คาด เงินประมูล 5G พุ่งแตะแสนล้าน

หลังจบการประมูลคลื่น 700 MHz ในรอบแรกที่ราคาต่อชุด 17,153 ล้านบาท รวม 3 ชุด เป็นเงิน 51,459 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งยอดเงินห่างจากยอดเงินประมูลที่ กสทช. ประเมินไว้ 7 หมื่นล้านบาทนั้น แค่ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ยังเหลือคลื่นให้ประมูลอีก...

รื้อต๋ง..เจ๋งนะ แต่ทุบดอกเบี้ยกู้ด้วย..ยิ่งเจ๋ง

วิรไท  สันติประภพ แผลงฤทธิ์นับถอยหลังสั่งลาเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ด้วยการเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ค่าต๋งในระบบสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้แก่ลูกหนี้-ลูกค้าทั่วประเทศ น่าสงสัยว่าวิรไท ทำไมเพิ่งจะมาขยันขันแข็งรื้อจัดระเบียบค่าต๋งในระบบสถาบันการเงินเอาในห้วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง ทั้งที่ควรจะต้องทำมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2558 ปฏิกิริยาท่าทีขึงขังของวิรไท ในฐานะผู้ว่าแบงก์ชาติปีสุดท้าย ดูๆไปก็มีความคล้ายคลึงกับพล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ปีสุดท้ายอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นว่าด้วยการจัดระเบียบผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยังไงซะการลงมือทำ ถึงแม้จะช้า ก็ดีซะกว่าไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้-ลูกค้าสถาบันการเงิน ไม่ให้ถูกสถาบันการเงินขูดรีดเอาเปรียบเอาซะเลย จังหวะแรกที่แบงก์ชาติเข้าเกียร์เดินหน้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้และลูกค้าสถาบันการเงินไปแล้ว ตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2563 คือการสั่งสถาบันการเงินให้ปรับปรุงการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้และลูกค้า เบี้ยปรับกรณีชำระเงินงวดล่าช้า หรือผิดนัดชำระ...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ