บทเรียนจากอดีต..มาตรการเศรษฐกิจรับมือวิกฤติ

Cover Story บทเรียนจากอดีต..มาตรการเศรษฐกิจรับมือวิกฤติ

ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ทำให้เศรษฐกิจของทั้งโลก อยู่ในภาวะช็อค ชนิดที่แทบไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ แต่การเรียนรู้จากโรคระบาดและวิกฤติที่เคยเกิดขึ้นในอดีต อาจพอเป็นแนวทางว่าจะเจอะเจออะไรต่อไป


ย้อนหลังไปเมื่อครั้งผู้ก่อการร้ายขับเครื่องบินพุ่งชนอาคารเวิลด์เทรดเซนเตอร์เมื่อ 19 ปีที่แล้ว สร้างความช็อคทั้งทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจให้แก่สหรัฐ เครื่องบินพาณิชย์ระงับการบินไป 3 วัน ตลาดหุ้นปิดทำการ การเข้มงวดความปลอดภัยทำให้กระแสการค้าระหว่างสหรัฐกับแคนาดาและเม็กซิโกล่าช้าลงไปมาก ผู้คนพากันตื่นกลัวและไม่กล้าเข้าร้านค้า-ห้างร้าน

ในครั้งนั้นนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐคงถดถอย ผู้คนคงไม่กล้านั่งเครื่องบิน รวมถึงไม่กล้าไปทำงานบนตึกสูง หรือแม้กระทั่งไปตั้งสำนักงานในนิวยอร์ก แต่สหรัฐฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และเศรษฐกิจก็ถดถอยเพราะฟองสบู่ดอทคอมแตกออก มากกว่าจะเป็นผลจากการโจมตีอาคารเวิลด์เทรด

ภาวะถดถอยสิ้นสุดลงภายในเวลาอันรวดเร็ว สืบเนื่องมาจากเหตุผลหนึ่ง คือการระดมออกนโยบายรับมือ ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารกลางแคนาดา และธนาคารกลางสวีเดน พากันลดดอกเบี้ย อันส่งผลต่อเนื่องให้บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ออกแคมเปญดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็นต์ จนยอดขายรถพุ่งลิ่ว ประกอบกับความวิตกเรื่องก่อการร้ายบรรเทาลง เมื่อไม่ได้เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่ขึ้นอีกในช่วงนั้น

ในด้านของสภาสหรัฐก็อนุมัติงบฉุกเฉิน 40,000 ล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูและป้องกันประเทศ ทั้งยังให้เงินสดช่วยเหลือ 5,000 ล้านดอลลาร์ และค้ำประกันเงินกู้แก่สายการบินต่างๆ 10,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนั้นยังมีแพคเกจเพิ่มเติมมูลค่า 51,000 ล้านดอลลาร์เพื่ออัดฉีดช่วยเหลือในระยะ 1 ปี และอีก 94,000 ล้านดอลลาร์ในระยะ 5 ปี

ในครั้งนั้น มีการปลุกเร้าให้คนอเมริกันเอาชนะก่อการร้าย ด้วยการออกมาทำงาน หาความบันเทิง และชอปปิง แต่ในคราวนี้การเอาชนะไวรัสคือการอยู่บ้าน นอกจากนั้น ในครั้งนั้นดอกเบี้ยยังสูงจนแคมเปญดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซนต์เป็นเหมือนของขวัญล้ำค่า ขณะที่ปัจจุบันดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมากแทบจะเหลือศูนย์เปอร์เซนต์ อีกทั้งในครั้งนั้นภาวะช็อคยังจำกัดวงส่วนใหญ่แค่ในสหรัฐและดำเนินไปช่วงสั้นๆ ขณะที่ปัจจุบันไวรัสระบาดไปเป็นร้อยประเทศ และอาจยืดเยื้อหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ดังนั้นจึงจะคาดหวังให้ประเทศอื่นมาคอยประคองอีกประเทศหนึ่งไม่ได้

กระนั้น คนอเมริกันแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถปรับตัวได้ค่อนข้างเร็ว เพราะผู้คนพากันกลับมานั่งเครื่องบินและทำงานที่ออฟฟิศในนิวยอร์กอีกครั้งเมื่อมีการคุมเข้มความปลอดภัย

โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) เมื่อปี 2546 เป็นเหมือนการซ้อมรับมือโควิด-19 โรคนี้เกิดขึ้นที่จีนแล้วไปยังฮ่องกง จนกระทั่งพบผู้ติดเชื้อที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่การเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) แทบจะในทันที ผู้คนพากันหวาดวิตก หน้ากากอนามัยขายดีเป็นเทน้ำเทท่า มีการฆ่าเชื้อสถานที่สาธารณะวันละหลายรอบ ผู้คนล้างมือบ่อยขึ้น และหลีกเลี่ยงการไปสถานที่ๆ มีคนเยอะแออัด ในขณะเดียวกัน ร้านอาหาร ร้านค้า โรงภาพยนตร์ และสถานบันเทิงต่างๆ ก็ร้างในพริบตา

ต่อมาฮ่องกงปิดโรงเรียนและสั่งให้ผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ รวมถึงผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ เก็บตัวเอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้อื่น เหตุการณ์ทั้งหลายทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของฮ่องกงปั่นป่วน ผู้โดยสารขาเข้าและขาออกหายไป 80% อัตราการเข้าพักตามโรงแรมวูบจาก 80% เหลือไม่ถึง 20% อัตราว่างงานพุ่งและผลิตภัณฑ์มวลรวมติดลบ

แต่การเว้นระยะห่างทางสังคมทำให้สามารถควบคุมการระบาดได้ภายใน 1 เดือนหลังจากพบผู้ติดเชื้อในอพาร์ตเมนต์ จากนั้นเศรษฐกิจก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วโดยทางการไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือโดยตรง

หลังจากได้บทเรียนจากซาร์สแล้ว เมื่อถึงคราวโควิด-19 สนามบินฮ่องกงจึงวัดอุณหภูมิผู้โดยสารทันที ทั้งยังจำกัดการเดินทางจากจีนแผ่นดินใหญ่ ปิดโรงเรียน-หน่วยงานภาครัฐ สถานที่ท่องเที่ยว ห้องสมุด และสระว่ายน้ำ แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจยังร้ายแรงพอๆ กับเมื่อครั้งโรคซาร์ส แถมทางการยังต้องออกมาตรการกระตุ้นครั้งใหญ่ด้วย

มาถึง วิกฤติการเงินปี 2551-52 ซึ่งแม้ไม่ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตโดยตรง แต่เริ่มต้นคล้ายๆ โควิด-19 ที่ก่อให้เกิดความช็อคขึ้นในประเทศหนึ่ง จากนั้นก็พาดเงาดำทมึนครอบคลุมเศรษฐกิจของทั้งโลก และทำให้บรรดาผู้กำหนดนโยบายของประเทศต่างๆ ต้องหาวิธีมากมายมารับมือ เริ่มที่เฟดซึ่งประเดิมด้วยการลดดอกเบี้ย จากนั้นรัฐบาลสหรัฐก็อนุมัติงบ 168,000 ล้านดอลลาร์เพื่อส่งเช็คไปช่วยเหลือประชาชนส่วนใหญ่ คนละ 600 ดอลลาร์ แต่วิกฤติดิ่งลึกไปถึงแกนของระบบการเงิน เฟดกับกระทรวงการคลังต้องใช้อำนาจฉุกเฉินเข้าอุ้มวาณิชธนกิจแบร์สเติร์น ขณะที่เลห์แมนบราเธอร์สล้มครืน เฟดกับกระทรวงการคลังยังต้องเข้าอุ้มเฟนนีเม, เฟรดดีแมค และบริษัทประกัน อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป

ในเวลาเดียวกันตลาดหุ้นก็ดำดิ่ง จนสภาอนุมัติแผนการมูลค่า 700,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเปิดทางให้กระทรวงการคลังอัดฉีดเงินเข้าสู่ธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทรถยนต์ จากนั้นผู้นำสหรัฐคนต่อมายังต้องจัดทำแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 787,000 ล้านดอลลาร์

วิกฤติการเงินทำให้เศรษฐกิจสหรัฐถดถอยรุนแรงสุด นับตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่มาตรการของเฟดและการกระตุ้นของรัฐบาล ทำให้เศรษฐกิจไม่ถลำลึกจนถึงขั้นตกต่ำครั้งใหญ่ กระนั้นเศรษฐกิจของอีกหลายประเทศทั่วโลกพลอยได้รับผลกระทบอย่างหนักไปด้วย ที่สำคัญคือลามไปยุโรปจนเกิดวิกฤติหนี้

มาในครั้งนี้ การระบาดของโควิด-19 ทำให้รัฐบาลของประเทศต่างๆ รวมถึงภาคธุรกิจ และประชาชน ตกอยู่ในความไม่แน่นอนอีกวาระหนึ่ง แตกต่างกันตรงที่ขอบเขตของสถานการณ์ ครอบคลุมวงกว้างอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งก็ต้องอาศัยการร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ในอันที่จะฟันฝ่าปัญหาทั้งหลาย ไปด้วยกัน และยับยั้งการระบาดให้ได้โดยเร็ว

Advertisement

วายแอลจี แนะนักลงทุนปรับกลยุทธ์รับมือส่วนต่างซื้อ-ขายทองแท่งเพิ่มเป็น300บ.

วายแอลจี วิเคราะห์ประเด็นส่วนต่างการซื้อ-ขายทองคำแท่งเพิ่มเป็น 300 บาท จากเดิมอยู่ที่ 100 บาทเป็นไปตามส่วนต่างราคาทองคำแท่งในตลาดโลกที่กว้างขึ้น

4 ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ Cryptocurrency และ Blockchain

การที่ Cryptocurrency พยายามเปลี่ยนแปลงระบบการเงินรูปแบบเก่าที่ยังยึดติดกับสถาบันทางการเงิน ไม่ได้หมายความว่าคริปโทเคอร์เรนซีจะเข้ามาแทนที่เงินตราโดยสิ้นเชิง

ทำไม COVID-19 จะฉุดเศรษฐกิจไทยลบหนักกว่าวิกฤตครั้งก่อนๆ

เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัวมาตั้งแต่ก่อน COVID19 แล้ว จากปัจจัยเชิงโครงสร้างและความอ่อนแอของเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้วิกฤตรอบนี้หนักกว่าที่ผ่านมา

โคเซ่ เฟอร์นิเจอร์ รับกระแส Social Distancing แจกแพกเกจดู Netflix ฟรีถึงสิ้นปี

โคเซ่  แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียมสัญชาติไทย พร้อมสนับสนุนแนวทาง Social Distancing และ Work From Home แจกแพกเกจดู Netflix HD ฟรี

สร้าง “คนพันธุ์ดิจิทัล” คุณภาพคับแก้ว กับโครงการ “The Digital Work” โดย TeC

จะดีกว่าไหม? ถ้ามีคนหากำลังพล"คนสายดิจิทัล"ให้คุณแบบ"คุณภาพคัดสรรจัดเต็ม" กับโครงการ The Digital Work โดย TeC มาทันใจกับการสู้วิกฤติไวรัสโคโรนา COVID-19 จะเห็นได้เลยว่าการโฆษณาและโปรโมทสินค้าหรือบริการต้องทำผ่าน "Digital หรือ Online Channels" เท่านั้น ดังนั้นธุรกิจเราต้องรอดในทุกโอกาส บทบาทของพนักงาน ทีมงาน กำลังพลด้านดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งจึงมีความสำคัญมากอย่างเห็นได้ชัด หากคุณคือบริษัทที่ต้องการกำลังพลด้านดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นสาย Digital marketing, Online...

ไขข้อสงสัย Work from Home อย่างไร ให้มีประสิทธิภาพ

เทรนด์การทำงานแบบใหม่อย่างการทำงานจากบ้าน (Work from home) หรือทำงานจากข้างนอกในระยะไกล (Remote working) เริ่มเป็นที่แพร่หลายและมีบทบาทในองค์กรหรือบริษัทฯต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะทั้งในต่างประเทศหรือในประเทศไทยเองก็ตาม โดยการทำงานอย่างยืดหยุ่น ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่จะช่วยให้พนักงานสามารถใช้ความคิดได้อย่างเต็มที่ ตลอดจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานไห้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม -ไมโครซอฟท์ แนะแนวทางปรับตัวก่อน PDPA บังคับใช้ 27 พ.ค....

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -