ส่องมาตรการตามหา “วันฟ้าใส”

Cover Story ส่องมาตรการตามหา “วันฟ้าใส”

มลพิษทางอากาศ เป็นสิ่งที่ส่งผลเสียทั้งต่อสุขภาพของผู้คนและต่อโลกใบนี้ ล่าสุดปัญหานี้เกิดกับเมืองใหญ่ๆ ตอนใต้ของยุโรป ที่ต่างเผชิญมลพิษทางอากาศในระดับสูง ผลจากสภาพอากาศที่แห้งแล้งยืดเยื้อยาวนาน ประกอบกับไม่ค่อยมีกระแสลม


อิตาลี หนึ่งในประเทศที่เผชิญปัญหานี้ รับมือด้วยการห้ามใช้ยวดยานดีเซล ตามเมืองใหญ่ๆ เป็นการชั่วคราว รวมถึงในกรุงโรม โดยจำกัดรถยนต์ รถตู้ และรถมอเตอร์ไซค์ ออกวิ่งในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ส่วนยวดยานอื่นที่ปล่อยมลพิษก็ถูกห้ามใช้เช่นกัน คาดว่ามาตรการนี้กระทบกับยวดยาน 1 ล้านคัน

จากการติดตามฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) พบพีเอ็ม 10 ในพื้นที่อย่างน้อย 9 เขตในกรุงโรมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ในระดับเกินกำหนด

ขณะที่นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระบุว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องฉุกเฉิน พร้อมระบุว่าเทศบาลกรุงโรมล่าช้าในการรับมือ

ส่วนในบอสเนีย-เฮอร์เซโกวินา มีผู้คนจำนวนหนึ่งออกไปชุมนุมพร้อมสวมหน้ากาก เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลลงมือแก้ปัญหา

ด้านเจ้าหน้าที่ภาครัฐ รีบประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือมาตรการยับยั้งมลพิษ และประกาศมาตรการลดจำนวนยวดยานบนท้องถนน พร้อมแนะนำให้ประชาชนเดินทางไปยังพื้นที่แถบภูเขา ซึ่งอากาศบริสุทธิ์ โดยลดราคาตั๋วเคเบิลคาร์ขึ้นเขาให้

ส่วนในเซอร์เบีย รัฐบาลก็จัดการประชุมฉุกเฉิน หลังจากเตือนประชาชนให้อยู่ในอาคารบ้านพัก และหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ อย่างหอบหืด

นายกรัฐมนตรีเซอร์เบียระบุว่าเครื่องทำความร้อนตามบ้านพักและรถยนต์เก่าที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล เป็นต้นเหตุให้ระดับมลพิษขึ้นสูง ดังนั้นมาตรการในการแก้ไข จึงรวมถึงการตรวจสอบและเข้มงวดการปล่อยมลพิษของยวดยาน ปรับปรุงและเปลี่ยนเครื่องกรองตามสถานีพลังงาน และปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นมาตรการระยะยาว

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการที่เซอร์เบียใช้โรงพลังถ่านหินที่มีอายุเก่าแก่ ในการผลิตไฟฟ้า เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดวิกฤติด้านคุณภาพอากาศ

ทั้งนี้ หากเอ่ยถึงเมืองที่มีมลพิษ หลายคนคงนึกถึงกรุงปักกิ่ง แต่สิ่งดังกล่าวเป็นอดีตไปแล้ว เพราะจีนได้ดำเนินมาตรการเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศจนดีขึ้นมาก

การเร่งพัฒนาเมืองและอุตสาหกรรม ทำให้เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ก่อให้เกิดแรงกดดันอย่างมากต่อสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะคุณภาพอากาศ และทำให้พีเอ็ม 2.5 เป็นตัวการหลักที่สร้างมลพิษทางอากาศในจีน

รัฐบาลจีนประกาศสงครามกับมลพิษทางอากาศเมื่อปี 2541 ปรากฏว่า 20 ปีต่อมาดูเหมือนจีนชนะในศึกครั้งนี้

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ UN Environment ระบุว่าคุณภาพอากาศที่ดีขึ้นในจีน ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างบังเอิญ แต่เป็นผลจากการทุ่มเทอย่างมหาศาล ทั้งเวลา ทรัพยากร และเจตจำนงทางการเมือง การเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศของจีน นับว่าสำคัญต่อทุกประเทศ ที่ต้องการประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหา

เมื่อปี 2541 มลพิษทางอากาศในกรุงปักกิ่งเป็นผลจากการเผาไหม้ถ่านหินและการใช้ยวดยาน ทางการจึงใช้มาตรการหลายอย่างเน้นควบคุมมลพิษจากถ่านหินและยวดยาน ทำให้ภายในปี 2556 ระดับมลพิษลดลง

ปักกิ่งไม่ได้หยุดแค่นี้ แต่เดินหน้าใช้มาตรการอย่างเป็นระบบและครอบคลุม ส่วนใหญ่เน้นควบคุมการใช้ถ่านหิน จัดหาเชื้อเพลิงสะอาด และปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม จนทำให้ภายในปลายปี 2560 ปริมาณพีเอ็ม 2.5 ลดลง 35%

แผนปฏิบัติการดังกล่าวรวมถึงการกำหนดเป้าหมาย อย่างจำกัดจำนวนยวดยานในกรุงปักกิ่ง ให้อยู่ที่ 6 ล้านคันภายในปลายปี 2560 และลดการใช้ถ่านหินลง 80% ภายในปี 2563 แผนการเหล่านี้ถูกนำไปบังคับใช้อย่างจริงจัง เช่นเมื่อปี 2560 โควตาสำหรับรถใหม่อยู่ที่ 150,000 คัน โดย 60,000 คันจัดสรรให้รถที่ใช้เชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพเท่านั้น จากนั้นในปี 2561 โควตารถใหม่ลดลงเหลือปีละ 100,000 คัน

ระบบบริหารคุณภาพอากาศได้รับการสนับสนุนจากนโยบายเศรษฐกิจ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด มีการปรับผู้ละเมิดกฎหมายไปกว่า 20 ล้านดอลลาร์

พร้อมกันนี้ได้มีการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองกว่า 25,000 ไร่ในช่วงเวลา 5 ปี

การลดมลพิษทางอากาศของกรุงปักกิ่งจะมีประสิทธิภาพได้ มณฑลใกล้เคียงต้องร่วมมือด้วย อันเป็นเหตุให้มณฑลอย่างเทียนจิน เหอเป่ย ชานตง เข้าร่วมในแผนปฏิบัติการด้วย

มาตรการทั้งหลายทำให้เมื่อปี 2560 กรุงปักกิ่งมีวันที่ท้องฟ้าสดใส เพราะคุณภาพอากาศดี 226 วัน เทียบกับ 176 วันเมื่อปี 2556

Advertisement

รื้อต๋ง..เจ๋งนะ แต่ทุบดอกเบี้ยกู้ด้วย..ยิ่งเจ๋ง

วิรไท  สันติประภพ แผลงฤทธิ์นับถอยหลังสั่งลาเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ด้วยการเดินหน้าจัดระเบียบใหม่ค่าต๋งในระบบสถาบันการเงิน ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้แก่ลูกหนี้-ลูกค้าทั่วประเทศ น่าสงสัยว่าวิรไท ทำไมเพิ่งจะมาขยันขันแข็งรื้อจัดระเบียบค่าต๋งในระบบสถาบันการเงินเอาในห้วงเวลาโค้งสุดท้ายก่อนอำลาตำแหน่ง ทั้งที่ควรจะต้องทำมาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2558 ปฏิกิริยาท่าทีขึงขังของวิรไท ในฐานะผู้ว่าแบงก์ชาติปีสุดท้าย ดูๆไปก็มีความคล้ายคลึงกับพล.อ.อภิรัชต์  คงสมพงษ์ ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ปีสุดท้ายอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นว่าด้วยการจัดระเบียบผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ยังไงซะการลงมือทำ ถึงแม้จะช้า ก็ดีซะกว่าไม่ทำอะไรเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้-ลูกค้าสถาบันการเงิน ไม่ให้ถูกสถาบันการเงินขูดรีดเอาเปรียบเอาซะเลย จังหวะแรกที่แบงก์ชาติเข้าเกียร์เดินหน้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ลูกหนี้และลูกค้าสถาบันการเงินไปแล้ว ตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ 2563 คือการสั่งสถาบันการเงินให้ปรับปรุงการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจากลูกหนี้และลูกค้า เบี้ยปรับกรณีชำระเงินงวดล่าช้า หรือผิดนัดชำระ...

กสทช. เปิดประมูล 5G แล้ว

พลเอก สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. กล่าวเปิดงาน ประมูล 5G คลื่นความถี่ย่าน 700 MHz 2600 MHz และ 26 GHz ณ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

Highlight ! Business Today Issue 24 ( 17-23 ก.พ. 2563)

COVER STORY: เศรษฐกิจไทย ‘สาหัส’ 5 มรสุมถล่มแบบตั้งตัวไม่ติด หน้า 2 CEO VISION: ทอม-ดี้ E-Commerce เลยหลัก 100 ล้าน ไปนานแล้ว หน้า 3 BUSINESS  MODEL: Silicon Valley Hub แห่งเทคโนโลยีที่สร้าง ‘มหาอำนาจโลก’ /...

บุคลากรแพทย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มหนึ่งราย สธ.แจงไม่ใช่สถาบันบำราศฯ

กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยยืนยัน โควิด-19  อีก 1 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ยืนยันไม่ใช่บุคลากรของสถาบันบำราศนราดูร รวมผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 20 ราย กลับบ้านแล้ว 14 ราย รวมสะสม 34 ราย วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2563 ) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย...

เทรนด์สมาร์ทโฟน 2020 จอพับกำลังจะกลับมา ?

รายการ Tech Today ดำเนินรายการโดย : นพฤทธิ์  กมลสุวรรณ และ ทรงกลด แซ่โง้ว / ผู้สื่อข่าวไอที Business Today จับตาเทรนด์สมาร์ทโฟน ปี 2020 โทรศัพท์มือถือปีนี้ จอพับได้กำลังจะกลับมาหรือไม่ ? ทั้งพับแบบขยายเป็นแท็บเล็ต ต้องดูความทนทาน และพับได้แบบในอดีต

แบงก์ชาติจีนกล่อมธนาคารทนรับ Bad Loans สู้ไวรัสโคโรนา

ธนาคารกลางจีน (PBOC) กล่าวเรียกร้องให้ภาคธนาคารและสถาบันการเงินอดทนกับภาวะหนี้เสีย หรือ Bad Loans ที่จะอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเป็นผลพวงของความพยายามในการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจฟื้นตัวกลับมาได้จากวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดหนัก นาย ฟาน อีเฟย รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวแถลงข่าวในวันนี้ว่า ทางธนาคารกลางจะทำทุกวิถีทางให้การสนับสนุนบรรดาบริษัทที่ผ่านการรับรองอย่างเต็มที่ เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่้งจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมกลับมามีเสถียรภาพและช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะเดียวกัน ทางธนาคารกลางจีนยืนยันว่า ปัญหาเรื่อง Bad Loans เป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนสามารถจัดการได้ เนื่องจากอัตราหนี้เสียของจีนในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ความเห็นของธนาคารกลางจีนล่าสุดมีขึ้นท่ามกลางความพยายามของภาครัฐและธนาคารกลางที่จะบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอย่างสุดความสามารถ โดยที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้อนุมัติเงินอัดฉีดเพื่อลดภาระทางการเงินของภาคธุรกิจแล้วหลายครั้ง ส่วนความคืบหน้าของสถานการณ์ไวรัสโคโรนา คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ