คนมิลเลนเนียลพร้อม”ทุ่มเงิน” รับวันวาเลนไทน์

Cover Story คนมิลเลนเนียลพร้อม"ทุ่มเงิน" รับวันวาเลนไทน์

การวิจัยของผู้ให้บริการการเงิน Bankrate พบคนมิลเลนเนียลในสหรัฐ พร้อมเปย์ในวันวาเลนไทน์


การวิจัยพบว่าคนมิลเลนเนียลที่มีอายุระหว่าง 24-39 ปี มีแนวโน้มจะทุ่มเงินใช้จ่ายในวันแห่งความรัก มากกว่าคนรุ่นอื่น

หนุ่มสาวยุคมิลเลนเนียลใช้เงินเฉลี่ย 208 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6,000 บาทสำหรับความโรแมนซ์ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของขวัญ การพากันไปรับประทานอาหาร และการหาความบันเทิง

ส่วนเจน X ซึ่งมีอายุ 40-55 ปี ใช้เงินเฉลี่ย 160 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4,800 บาท ขณะที่คนยุคเบบี้บูมที่มีอายุ 56-74 ปี ใช้เงิน 101 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3,000 บาท

เมื่อคำนวณรวมกันแล้ว คนวัยผู้ใหญ่ในสหรัฐใช้จ่ายในช่วงวันแห่งความรักโดยเฉลี่ย 152 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4,500 บาท

คนยุคมิลเลนเนียล 75% มีแผนฉลองวันวาเลนไทน์ ส่วนคนเจน X จำนวน 67% มีแผนฉลอง ด้านคนยุคบเบบี้บูม 68% มีแผนฉลอง

เมื่อคำนวณรวมกันแล้ว คนวัยผู้ใหญ่ในสหรัฐ 70% มีแผนฉลองวันแห่งความรัก

นักวิเคราะห์ชี้ว่าเหตุที่คนยุคมิลเลนเนียลมีแผนใช้จ่ายและฉลองวันแห่งความรักมากที่สุด น่าจะเป็นเพราะเพิ่งเริ่มความสัมพันธ์กับคนรัก และอาจรู้สึกว่าจำเป็นต้องสร้างความประทับใจให้อีกฝ่าย นอกจากนั้น โซเชียลมีเดียยังมีบทบาทมากในชีวิตของคนกลุ่มนี้ ทำให้อาจรู้สึกกดดันให้ต้องโพสต์รูปหรือทำอะไรเพื่อให้เพื่อนๆ หรือผู้ติดตามทางโซเชียล รู้สึกประทับใจ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ระบุด้วยว่า ไม่ควรใช้จ่ายเกินตัวสำหรับวันเพียงวันเดียวหรือเพียงเพื่อให้มีรูปดีๆ ไปโพสต์ลงอินสตาแกรม เพราะคนรักน่าจะประทับใจกับความรู้สึกที่ได้รับ มากกว่าในเรื่องของตัวเงิน

การศึกษาครั้งนี้ยังพบว่า คู่รักที่มีความสัมพันธ์กันมานาน มีแนวโน้มจะใช้จ่ายไม่มากนักในวันวาเลนไทน์ ซึ่งเรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งเกินความคาดหมายของหลายคน

ทั้งนี้ คู่รักที่ครองคู่กันมา 10 ปีขึ้นไปจำนวน 67% มีแผนจะฉลองในวันแห่งความรัก ขณะที่คู่รักที่ยังครองคู่กันไม่ถึง 10 ปีจำนวน 79% มีแผนจะฉลองวันวาเลนไทน์

ของขวัญถือเป็นสิ่งสำคัญในวันวาเลนไทน์ โดย 56% ของผู้ที่มีแผนฉลองวันแห่งความรัก ไม่ได้จำกัดว่าจะใช้งบเท่าไรสำหรับซื้อของขวัญ มีเพียง 10% ที่กำหนดงบไว้ และ 19% วางงบไว้คร่าวๆ แต่พร้อมจะควักกระเป๋าจ่ายเพิ่ม

ส่วนอีก 15% ไม่มีแผนให้ของขวัญ

Advertisement

แบงก์ชาติจีนกล่อมธนาคารทนรับ Bad Loans สู้ไวรัสโคโรนา

ธนาคารกลางจีน (PBOC) กล่าวเรียกร้องให้ภาคธนาคารและสถาบันการเงินอดทนกับภาวะหนี้เสีย หรือ Bad Loans ที่จะอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเป็นผลพวงของความพยายามในการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจฟื้นตัวกลับมาได้จากวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดหนัก นาย ฟาน อีเฟย รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวแถลงข่าวในวันนี้ว่า ทางธนาคารกลางจะทำทุกวิถีทางให้การสนับสนุนบรรดาบริษัทที่ผ่านการรับรองอย่างเต็มที่ เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่้งจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมกลับมามีเสถียรภาพและช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะเดียวกัน ทางธนาคารกลางจีนยืนยันว่า ปัญหาเรื่อง Bad Loans เป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนสามารถจัดการได้ เนื่องจากอัตราหนี้เสียของจีนในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ความเห็นของธนาคารกลางจีนล่าสุดมีขึ้นท่ามกลางความพยายามของภาครัฐและธนาคารกลางที่จะบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอย่างสุดความสามารถ โดยที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้อนุมัติเงินอัดฉีดเพื่อลดภาระทางการเงินของภาคธุรกิจแล้วหลายครั้ง ส่วนความคืบหน้าของสถานการณ์ไวรัสโคโรนา คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน...

อานิสงส์ ภาพยนตร์ Parasite ดันธุรกิจในย่าน โลเกชั่นถ่ายทำ รุ่ง

ไม่เพียงภาพยนตร์ Parasite ที่มีเนื้อหาสะท้อนกะเทาะเปลือกความเป็นจริงอีกมุมหนึ่งของสังคมที่ยังคงมีช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย จะได้ความนิยมและเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมากในหมู่ผู้ชมทั่วโลก ความร้อนแรงดังกล่าวยังส่งผลบวกต่อบรรดาธุรกิจร้านค้าที่เป็นโลเกชั่นถ่ายทำของภาพยนตร์สุดร้อนแรงแห่งปีอีกด้วย เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Channel News Asia รายงานว่า ธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารในย่านสถานที่ถ่ายทำต่างๆ ที่ปรากฎอยู่ในฉากของภาพยนตร์ Parasite กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่บรรดาแฟนภาพยนตร์ต่างพากันมาเยี่ยมเยียน ช่วยให้ยอดขายของร้านเหล่านี้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว รายงานระบุว่า การที่ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้รับรางวัลออสการ์ รวมถึงรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ที่ทำให้ Parasite กลายเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ของประวัติศาสตร์รางวัลออสการ์นับตั้งแต่ปี 1929 ยิ่งสร้างความปิติภาคภูมิใจให้แก่ชาวเกาหลีใต้เป็นจำนวนมาก และส่วนหนึ่งได้เปลี่ยนความยินดีดังกล่าว ด้วยการไปเยี่ยมชมสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำจริงแทน Eom Hang-Ki...

“คนพันธุ์ดิจิทัล มี e-DNA และบ้างาน” ที่อาลีบาบา

คอลัมน์ e-Dragon “คนพันธุ์ดิจิทัล มี e-DNA และบ้างาน” กรณีศึกษาจาก Alibaba จีนที่บริษัทไทยต้องการ! -------------------------------- ในยุค "ดิจิทัล" บริษัทต้องการคนที่มี "ดิจิทัล ไลฟ์สไตล์" มาทำงานในองค์กรมากขึ้น แต่ไม่ใช่เพียงแค่เล่น Social media network อย่าง...

ขาลงสื่อสิ่งพิมพ์? ยักษ์เบอร์2หนังสือพิมพ์มะกัน ประกาศล้มละลาย

McClatchy บริษัทผู้พิมพ์หนังสือพิมพ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในสหรัฐฯ ยื่นเรื่องขอพิทักษ์ทรัพย์สินจากภาวะล้มละลาย หลังธุรกิจหดตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล อย่างไรก็ตาม McClatchy ระบุว่า จะยังคงพิมพ์หนังสือพิม์ท้องถิ่นอีกประมาณ 30 หัว ต่อไป ซึ่งรวมถึง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่าง Miami Herald และ Kansas City Star ควบคู่ไปกับการปรับแผนโครงสร้างองค์กร อย่างการถอดหุ้นออกจากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และโอนถ่ายความเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์หลายหัวให้กับบริษัทจัดการกองทุน...

10 อาเซียน เชื่อมโยง eForm D สมบูรณ์

คอลัมน์ ASEAN and Beyond อาเซียนล้ำหน้าเชื่อมโยง eForm D  ผ่านระบบ ASEAN Single Window ครบทุกประเทศแล้ว --------------------------------------------------          การพัฒนาระบบ ASEAN Single Window (ASW) เป็นนโยบายสำคัญของประเทศสมาชิกอาเซียน ในการบูรณาการร่วมกันเพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน โดยได้จัดทำความตกลง ASEAN Single Window Pilot...

จุดจบไวรัสโคโรนา … ทางรอดเศรษฐกิจไทย

คอลัมน์ China Inside-Out จุดจบไวรัสโคโรนา ... ทางรอดเศรษฐกิจไทย ___________________________________ ช่วงนี้ผมเดินทางไปไหนมาไหนหรือจับเข่าสนทนากับกลุ่มใด นอกจากการติดหน้ากากป้องกันฝุ่นและไวรัสแล้ว ยังต้องคอยตอบคำถามที่ผู้คนต่างสงสัยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ ที่ได้ชื่อใหม่ว่า Covid-19 ในจีน เป็นอย่างไรบ้าง รัฐบาลจีนจะแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ และหากทำได้จริง สถานการณ์จะคลี่คลายและยุติลงเมื่อไร เมื่อสอบถามคนจีนว่าเชื่อมั่นในรัฐบาลตนเองมากน้อยขนาดไหนว่าจะสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ ก็น่าจะได้รับคำตอบว่า คนจีนต่างมีระดับความเชื่อมั่นสูง… อันที่จริง ในห้วงหลายปีหลัง พี่น้องชาวจีนดูจะเชื่อมั่นกับผู้นำและรัฐบาลของตนเองสูงขึ้นมาก ขณะที่ผู้นำและรัฐบาลของบางประเทศกลัวที่จะเสียคะแนนนิยม ไม่กล้าแจก “ยาขม” ออกมาตรการใดๆ ที่จะกระทบกับประชาชน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ