สำรวจ “เศรษฐีหุ้นไทย” ใครรวยขึ้น-จนลง

Cover Story สำรวจ “เศรษฐีหุ้นไทย” ใครรวยขึ้น-จนลง

เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยในปีนี้อยู่ในฐานะที่ยากลำบากอย่างยิ่ง ส่งผลกระทบต่อ “ความมั่งคั่ง” จากการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์  อย่างไรก็ตามยังมีบริษัทที่สร้างผลงานได้อย่างดีสวนกระแสเศรษฐกิจจนสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้ถือหุ้นหลายเป็น เศรษฐีหุ้นไทย ใหม่ได้หลายคน

หุ้นโรงไฟฟ้าสร้างเศรษฐีใหม่

แม้หุ้นไทยปีนี้จะสร้างผลตอบแทนได้ไม่ดีนัก แต่มีหุ้นอยุ่กลุ่มหนึ่งที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เกินกว่า 100% นั่นคือหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าโคเจนอย่าง กัลฟ์เอเนอจี (GULF) และ บีกริมเพาเวอร์ (BGRIM) 

ส่งผลให้เกิดเศรษฐีหุ้นหน้าใหม่ อย่าง สารัชถ์ รัตนาวะดี ผู้ถือหุ้นใหญ่ GULF สัดส่วน 35.44% รวมถึง ฮาราลด์ ลิงค์ ผู้ถือหุ้นสัดส่วน 24.30% ใน BGRIM โดยเฉพาะสารัตถ์ที่ขึ้นแท่นเป็นเศรษฐีหุ้นไทยอันดับหนึ่งด้วยมูลค่าความมั่งคั่ง 130,000 ล้านบาท ส่วนฮาราลด์ ลิงค์ อยู่อันดับที่ 11 ด้วยมูลค่าความมั่งคั่ง 32,978 ล้านบาท

นอกจากนี้ยังมีหุ้นบางตัวที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นอย่างดีจนสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้ถือหุ้นใหญ่ อย่าง บริษัท บีทีเอสโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ที่ปีนี้ราคาหุ้นเป็นขาขึ้นต่อเนื่องตอบรับรถไฟฟ้าสายใหม่ที่เปิดให้บริการต่อเนื่องส่งผลต่อจำนวนผู้โดยสารที่เติบโตขึ้น 

ผลักดันให้นายคีรี กาญจนพาสน์ ซึ่งถือหุ้นอยู่ 24.68% มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นไปด้วย โดยรวมแล้วเขามีมูลค่าความมั่งคั่งอยู่ที่ 43,736 ล้านบาท อยู่ในอันดับที่ 6 ของเศรษฐีหุ้นไทย

อีกหนึ่งหุ้นที่มีผลกำไรเติบโตต่อเนื่องนั่นคือ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)(CBG) ที่กำไรในปีนี้ฟื้นตัวจากที่ปรับตัวลดลงมากว่าสามปีจากการใช้งบลงทุนขยายตลาดต่างประเทศจำนวนมาก  ส่งผลให้ ณัฐชไม ถนอมบุญเจริญ ผู้ถือหุ้น 21% มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นรวมอยู่ที่ 17,745 ล้านบาท อยู่อันดับที่ 16 ของเศรษฐีหุ้นไทย

เช่นเดียวกับผู้ร่วมก่อตั้งอย่างน้าแอ๊ด คาราบาว ยืนยง โอภากุลและเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ที่รวยขึ้นกันคนละ 2,000 ล้านบาท

ขณะที่บริษัทมหาชนที่ยังบริหารด้วยคนในครอบครัวเป็นหลักอย่าง บริษัท ทีโอเอ จำกัด (มหาชน) หรือ TOA และ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ที่ราคาหุ้นปีนี้สร้างผลตอบเป็นอย่างดีจนสร้างความมั่งคั่งให้กับคนในตระกูลเป็นอย่างมาก

โดยตระกูลโอสถานุเคราะห์ทั้ง 11 คนซึ่งถือหุ้น OSP รวมกัน 61.88%  มีความมั่งคั่งรวมกัน 79,000 ล้านบาท และตระกูลตั้งคาราวะคุณจำนวน 6 คนซึ่งถือหุ้น TOA สัดส่วน 54%  มีความมั่งคั่งรวม 61,605 ล้านบาท

ขณะที่ตระกูลสิริวัฒนภักดีนำโดยนายเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ที่เพิ่งนำหุ้น AWC เข้าตลาดหุ้นไทย และลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 81.99% มีความมั่งคั่งในตลาดหุ้นไทยรวมกัน 104,737 ล้านบาท ส่วนตระกูลปราสาททองโอสถจำนวน 6 คน ที่ถือหุ้นใน BDMS และ BA  มีมูลค่าความมั่งคั่ง 85,523 ล้านบาท

เศรษฐีหุ้นไทยรวยขึ้นสูงสุดในรอบ 1 ปี 

สารัชถ์ รัตนาวะดี GULF +72,795.88 ล้านบาท

คีรี กาญจนพาสน์ BTS +16,251.77 ล้านบาท

ฮาราลด์ ลิงค์ BGRIM + 15,669.96 ล้านบาท

นิติ โอสถานุเคราะห์ OSP + 9,749.83 ล้านบาท

ณัฐชไม ถนอมบุญเจริญ CBG + 8,662.50 ล้านบาท

เศรษฐีอสังหาฯสายการบินมูลค่าหุ้นลดลง

ปีนี้ถือเป็นปีที่ยากลำบากของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างแท้จริง จากมาตราการ LVT ของธนาคารแห่งประเทศไทย ภาวะโอเวอร์ซัพพลาย์ของโครงการที่อยู่อาศัยรวมถึงกำลังซื้อของประชาชน ทำให้หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบไปด้วยและส่งผลต่อความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นใหญ่

แม้แต่ผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดอย่าง บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH ที่ปีนี้ราคาหุ้นร่วงหล่นลงไปมาก ทำให้ความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ ที่ถือหุ้นกว่า 60% ลดลงและหล่นลงมาอยู่ที่อันดับ 14 ของเศรษฐีหุ้นไทยโดยมีความมั่งคั่ง 20,960 ล้านบาท ทั้งที่เขาเคยเป็นอันดับที่หนึ่ง

รวมถึง ชานนท์ เรืองกฤติยา ผู้ถือหุ้นใหญ่ 38.98%  บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ที่มีความมั่งคั่งลดลงตามราคาหุ้น โดยปัจจุบันอยู่อันดับที่ 85 ของเศรษฐีหุ้นไทย รวมมูลค่าความมั่งคั่ง 4,035 ล้านบาท

ค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังทำให้บริษัทผู้ส่งออกได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน หนึ่งในนั้นคือ บริษัท เคซีอี อีเล็กทรอนิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE โดยผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง พิธาน องค์โฆษิต ซึ่งถืออยู่ 13.66% มีความมั่งคั่งลดลงไปด้วย

เช่นกับกับธุรกิจสายการบินที่ปีนี้มีการแข่งขันที่ดุเดือดโดยเฉพาะการตัดราคาแข่งขันกับกับสายการบินต้นทุนต่ำที่เข้ามาแข่งขันใหม่ นักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ประกอบกับความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าเงิน ทำให้หุ้นสายการบินในปีนี้ต่างมีผลงานที่ไม่สู้ดีนัก 

ส่งผลให้สองผู้ถือหุ้นใหญ่ในหุ้นสายการบินอย่างปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ถือหุ้นใหญ่สายการบินบางกอกแอร์เวย์หรือ BA มีความมั่งคั่งที่ลดลง รวมถึง ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ผู้ถือหุ้นใหญ่สายการบินไทยแอร์เอเชียหรือ AAV ที่มูลค่าความมั่งคั่งลดลงตามราคาหุ้น

เศรษฐีหุ้นไทยรวยลดลงมากที่สุดในรอบ 1 ปี

สาธิต วิทยากร PRINC – 10,384.40 ล้านบาท

ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ BA – 8,702.60 ล้านบาท

ทองมา วิจิตรพงศ์พันธ์ PSH – 5,717.73 ล้านบาท

ชานนท์ เรืองกฤติยา ANAN – 3,601.70 ล้านบาท

พิธาน องค์โฆษิต KCE – 3,223.64 ล้านบาท

เศรษฐีหุ้นไทย
นังสือพิมพ์ Business Today ฉบับที่9วางแผลงแล้ววันนี้ที่ร้านซีเอ็ดทุกสาขา

บริหารคนดังที่ความมั่งคั่งเพิ่มสูงขึ้น

เพชร โอสถานุเคราะห์ +2,931.75 ล้านบาท

ยืนยง โอภากุล +2,908.12 ล้านบาท

พจมาน ดามาพงศ์ +2,329.02 ล้านบาท

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ + 2,004.95 ล้านบาท

เฉลิมชัย มหากิจสิริ +1,888.52 ล้านบาท

ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม +1,139.23 ล้านบาท

ตัน ภาสกรนที + 1,002.52 ล้านบาท

ขอบคุณข้อมูลจาก Stockradar

บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง : ก.ล.ต.เผยสถิติตลาดทุนที่สำคัญไตรมาสที่ 3 ปี 2562

นเรศ เหล่าพรรณราย (@Nares_BT)https://www.blockdit.com/users/5b1c11b547c79862c9a3d6b3
บรรณาธิการการเงิน Business Today ,15 ปี ในวงการสื่อด้านเศรษฐกิจ ประสบการณ์ปั้นฟินเทคสตาร์ทอัพด้าน Wealth Management ชื่นชอบใน Blockchain และ Digital Money
Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ