อาเซียนฮิต“e-money” เบียดบัตรเครดิต’

Cover Story อาเซียนฮิต“e-money” เบียดบัตรเครดิต’

เงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-money คือมูลค่าเงินที่บันทึกในชิพคอมพิวเตอร์ ที่อยู่ในบัตรพลาสติก หรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ รายงานของเอสแอนด์พีระบุว่าการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในอาเซียน

Standard and Poor’s (S&P) Global Market Intelligence  ได้ออกรายงานฉบับแรกเกี่ยวกับการเติบโตของ “e-money” ใน 5 ประเทศของอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ และไทย พบว่าจำนวนการทำธุรกรรม e-money ใน 5 ประเทศ เพิ่มขึ้นมากกว่า 31% เมื่อปีที่แล้ว โดยอินโดนีเซียกับฟิลิปปินส์มีศักยภาพด้านการเติบโตมากที่สุดสำหรับ e-wallet จากผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร

รายงานยังพบว่า e-money เป็นวิธีจ่ายเงินยอดนิยมในอาเซียน แซงหน้าบัตรเดบิตและบัตรเครดิต ด้วยจำนวนการทำธุรกรรมรวมมากกว่า 10,000 ล้านครั้งเมื่อปีที่แล้ว โดย 34% ในจำนวนนี้เป็นการทำธุรกรรมในสิงคโปร์ ทำให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการทำธุรกรรมที่ไม่ใช้เงินสด แหล่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียนับว่าขับเคลื่อนการเติบโตของ e-money ในภูมิภาค โดย S&P Global Market Intelligence ประเมินว่าสัดส่วน e-money ในอินโดนีเซียเติบโตขึ้นเป็น 36% เมื่อปีที่แล้ว จากไม่ถึง 10% เมื่อปี 2560

จำนวนธุรกรรมที่ไม่ใช้เงินสดในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,000 ล้านครั้งเมื่อปีที่แล้ว คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของการทำธุรกรรม 10,000 ล้านครั้งในอาเซียน

รายงานยังได้ดูแนวโน้มการจ่ายเงินและโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ซึ่งสะท้อนว่า e-wallet ของผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร มีศักยภาพด้านการเติบโตมากที่สุดในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ โดยการที่ผู้คนจำนวนมากมีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือ ขณะที่บริการของธนาคารที่ยังไม่ทั่วถึง ถือเป็นช่องทางอย่างดีสำหรับ e-wallet

ก่อนหน้านี้ บริษัทวิจัยตลาด Canalys ระบุว่าอินโดนีเซียเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียอาคเนย์สำหรับสมาร์ทโฟน โดยตลาดสมาร์ทโฟนในอินโดนีเซียขยายตัว 20% ตลอดทั้งปี ได้แรงหนุนจากไลฟ์สไตล์ของผู้คนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

Go-Pay ซึ่งเป็น e-wallet ของ app เรียกรถ Go-Jek หนุนนำ e-money ให้เฟื่องฟู บริษัทแห่งหนึ่งของสหรัฐประเมินมูลค่าของ Go-Jek ว่าสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์ อันทำให้ขึ้นแท่น “decacorn” หรือสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าหลัก 10,000 ล้านดอลลาร์ เคียงบ่าเคียงไหล่ decacorn อีก 18 แห่งทั่วโลก รวมถึง Uber Technologies และถือเป็นสตาร์ทอัพแห่งที่ 2 ของเอเชียอาคเนย์ ต่อจาก Grab ที่ขึ้นชั้น decacorn

รายงานระบุว่า หลังจากเปิดตัวเพียง 2 ปี e-wallet ของ Go-Pay มีส่วนแบ่งมากกว่า 26% ในการทำธุรกรรม e-money เมื่อปีที่แล้ว ขณะที่ e-wallet ของ Ovo เข้ามามีบทบาทด้าน e-money ในอินโดนีเซียเช่นกัน ส่วนหนึ่งเพราะจับมือกับ Grab และบริษัทอีคอมเมิร์ซอย่าง Tokopedia

รายงานยังชี้ว่า แนวโน้มของปีที่แล้วสะท้อนว่าผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร ผงาดขึ้นมาให้บริการ e-money อย่างโดดเด่นในอินโดนีเซีย คิดเป็นสัดส่วน 36.4%

Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ