บ้านดีมีดาวน์ ยื่นกู้แบงก์ไหนดี เทียบชัดๆ 3 แบงก์รัฐ

Cover Story บ้านดีมีดาวน์ ยื่นกู้แบงก์ไหนดี เทียบชัดๆ 3 แบงก์รัฐ

โครงการ “บ้านดีมีดาวน์” ที่กระทรวงการคลังเพิ่งดันออกมาเพื่อหวังกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์  หลังจากที่ชะลอตัวอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา  ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการลดภาระประชาชนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง  โดยสนับสนุนเงิน (Cash Back) 50,000 บาทต่อราย  สำหรับคนที่ยื่นกู้และผ่านการพิจารณาของธนาคารแล้ว

แต่มีหลักเกณฑ์ว่าผู้ที่จะลงทะเบียนได้ต้องมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อเดือน  หรือไม่เกิน 1.2 ล้านบาทต่อปี  และต้องอยู่ระบบฐานภาษีของสรรพากร  คือคุณต้องเป็นผู้มีรายได้เสียภาษีในแต่ละปี  และจำกัดเฉพาะการซื้อโครงการใหม่เท่านั้น  ไม่รวมบ้านมือสอง
(อ่านรายละเอียด โครงการบ้านดีมีดาวน์ >> ไขข้อสงสัย ลงทะเบียนโครงการ บ้านดีมีดาวน์ อย่างไรให้ได้เงิน 50,000 บาทคืน)

หากย้อนกลับไปช่วง ต.ค. 62 กระทรวงการคลังก็เพิ่งออกมาตรการลดภาระให้กับผู้ซื้อที่อยู่อาศัย โดยลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และ ลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาถึงวันที่ 24 ธ.ค. 63

หากว่ารวมทั้ง 2 มาตราการนี้เข้าด้วยกัน  คงเป็นโชคดีสำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อบ้านในราคาไม่เกิน 3 ล้านแน่นอน  ได้ทั้งเงินคืนจากบ้านดีมีดาวน์ 50,000 บาท และลดภาระค่าฟรี-ค่าจดจำนอง  อย่างน้อยๆ ก็มีเงินเอาไปพอตกแต่งบ้านหรือคอนโดใหม่ได้

แต่การซื้อบ้านนั้นย่อมตามมาด้วยภาระระยะยาวในการผ่อนชำระ  การได้ส่วนลดจากมาตรการรัฐอย่างเดียวคงไม่พอ  เพื่อเอาให้คุ้มค่าสุดๆ ลองดูว่าในแบงก์รัฐ 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย  ธนาคารอาคารสงเคราะห์  และธนาคารออมสิน  ยื่นกู้แบงก์ไหนดี  คุ้มค่าและเหมาะกับตัวเรามากที่สุด

สินเชื่อบ้าน ธอส.

เริ่มที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ ธอส. ออกสินเชื่อมาพร้อมกับมาตรการลดค่าฟรี-ค่าจดจำนอง  เป็น “สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)” สำหรับผู้ต้องการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท

คิดอัตราดอกเบี้ย 3 ปีแรก คงที่ 2.50% , ปีที่ 4 – ปีที่ 5 คงที่ 4.625% , ส่วนปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้เงิน กรณีสวัสดิการ MRR – 1.00% ต่อปี กรณีรายย่อย MRR – 0.75% (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.625% ต่อปี) ยื่นกู้ได้ถึง 24 ธ.ค. 63 (รายละเอียดโครงการ ธอส.)

สินเชื่อออมสิน ผ่อนล้านละ 10 บาท

ส่วนของ ธนาคารออมสิน ที่เพิ่งออก “สินเชื่อบ้านผ่อนต่ำ ล้านละ 10 บาท” นำร่องมาพร้อมๆ โครงการบ้านดีมีดาวน์  โดยจะพิจารณาให้กู้ตามความสามารถชำระหนี้ของลูกค้าแต่ละราย โดยไม่จำกัดวงเงินกู้สูงสุด ยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 62 เป็นต้นไป

คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ปีแรก 0.010% ปีที่ 2-3 เท่ากับ 4.350% ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป MRR-0.50% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารฯ ปัจจุบัน = 6.745% ต่อปี) คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี 2.903% โดยวงเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 20 ปี ในปีแรกคิดเป็นเงินงวดผ่อนชำระ 10 บาทต่อเดือน ปีที่ 2-3 ผ่อนชำระ 3,700 บาทต่อเดือน และ ปีที่ 4 เป็นต้นไป ผ่อนชำระ 8,300 บาทต่อเดือน (รายละเอียดโครงการ ธนาคารออมสิน)

สินเชื่อบ้านกรุงไทย สุขใจถ้วนหน้า

ส่วนของธนาคารกรุงไทย  มาพร้อมกับ “สินเชื่อบ้านกรุงไทย สุขใจถ้วนหน้า”  ที่ออกโครงการมาหลังจากมาตรการบ้านดีมีดาวน์เข้า ครม.ไม่กี่วัน โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมประเมินราคา และ ค่าธรรมเนียมยื่นกู้  คิดอัตราดอกเบี้ยปีแรก 0.50%  ปีที่ 2 และ 3 คิดดอกเบี้ย 3.5% เฉลี่ยดอกเบี้ย 3 ปี 2.5%

โดยลูกค้าในกลุ่มวิชาชีพเฉพาะ ประกอบด้วยแพทย์ ผู้พิพากษาและอัยการ นักบิน อาจารย์มหาวิทยาลัยระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์ขึ้นไป และพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ยังสามารถเลือกผ่อนชำระล้านละ 1,000 บาทต่อเดือน

สำหรับลูกค้า 1,000 รายแรกที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อและจดจำนองตามเงื่อนไขโครงการ “บ้านดีมีดาวน์” ธนาคารยังช่วยแบ่งเบาภาระ โดยช่วยผ่อนรายละ 5,500 บาท  ส่วนลูกค้ารายที่ 1,001-10,000  ธนาคารลดดอกเบี้ยในปีแรกลงอีก  0.10% ต่อปี ลูกค้าที่สนใจลงทะเบียนขอรับสิทธิในเว็บไซต์  “บ้านดีมีดาวน์” ตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2562  เป็นต้นไป (รายละเอียดโครงการ ธ.กรุงไทย)

เทียบดอกเบี้ย 3 แบงก์รัฐ เลือกที่ไหนดี

ดอกเบี้ยบ้านดีมีดาวน์

เมื่อเทียบกัน 3 ธนาคารรัฐแล้ว  จะพบว่าถ้าดูเฉพาะดอกเบี้ยในปีแรก  ของธนาคารออมสินจะคิดดอกเบี้ยต่ำที่สุด 0.01% เท่านั้น รองลงมาคือธนาคารกรุงไทยดอกเบี้ยปีแรก 0.5%  และ ธอส. ดอกเบี้ยคงที่ 2.5%

การเลือกดอกเบี้ยต่ำๆ ในปีแรก จะเหมาะสำหรับคนที่ต้องการผ่อนชำระเกินจำนวนเงินที่ธนาคารกำหนดให้ผ่อนชำระ  เช่น ธนาคารกำหนดให้ผ่อนชำระ 8,000 บาท  แต่เราอาจจะเลือกจ่ายเกินมากกว่า 8,000 บาท  ซึ่งเงินที่เกินก็จะถูกนำไปคำนวณลดต้นลดดอก  ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยทำให้สามารถผ่อนบ้านได้หมดเร็ว

แต่ถ้าเทียบดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี  จะพบว่าดอกเบี้ยเฉลี่ยของ ธอส. และ กรุงไทย จะต่ำที่สุด 2.5%  ส่วนของออมสินดอกเบี้ยจะต่ำมากในปีแรก  แต่เฉลี่ย 3 ปี  จะเท่ากับ 2.903%  ดังนั้นหากใครที่อาจผ่อนเรื่อยๆ ไม่เพิ่มเงินผ่อนในแต่ละเดือน  หรือไม่ได้ต้องการโปะเงินก้อนในปีแรก  อาจต้องพิจารณาที่ตัวของดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี  ที่ไม่สูงมากนัก

แต่สุดท้ายการตัดสินใจคงอยู่ที่ตัวเราเอง นอกจากจะใช้สิทธิเงินคืนจากบ้านดีมีดาวน์ บวกกับสิทธิลดค่าฟรี-ค่าจดจำนองบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาทแล้ว  ลองเปรียบเทียบตามความเหมาะสมของเราเองว่าจะพิจารณายื่นของสินเชื่อกับแบงก์ไหน  และต้องเตรียมความพร้อมให้ครบ  โดยเฉพาะเอกสารแสดงรายได้ที่สม่ำเสมอ  เพื่อให้ธนาคารมั่นใจว่าเรามีรายได้มาจ่ายเงินกู้คืนแน่นอน

ส่วนใครที่อยู่ในกรุงเทพฯ กำลังเลือกโครงการที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้าน  ลองย้อนอ่านบทความนี้ >> ชี้เป้า “บ้าน-คอนโด” ไม่เกิน 3 ล้าน ใน “กรุงเทพ” อยู่ตรงไหนบ้าง

Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ