อิทธิฤทธิ์โควิด-19 ทำเศรษฐกิจติดลบ หุ้นติดหล่ม

Columnist อิทธิฤทธิ์โควิด-19 ทำเศรษฐกิจติดลบ หุ้นติดหล่ม

โควิด-19 ไวรัสร้ายทำลายโลก เป็นโรคระบาดรุนแรงเหนือความคาดคิดจริงๆ


การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นอัตราเร่งยิ่งกว่าติดเทอร์โบ ตอนนี้ปาเข้าไป 3 แสนกว่าคนแล้ว  โดยองค์การอนามัยโรค (WHO) ระบุว่า ใช้เวลา 3 เดือน ในการสะสมผู้ติดเชื้อครบ 1 แสนคนแรก แต่ 1 แสนคนต่อมาใช้เวลาแค่ 12 วัน ส่วนแสนที่ 3 ใช้เวลาแค่ 4 วันเท่านั้น (18-22 มีนาคม 2563)

4 วัน 100,000 คน ก็คือมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เฉลี่ยวันละ 25,000 คน ทั่วโลก

ถึงแม้จะมีวลีฮิตอยู่ว่าสงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารแต่มาถึงวันนี้ ขอนับดูหน่อยละกัน ว่าสถิติที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากเรื่องของผู้ติดเชื้อโควิด และผู้เสียชีวิตแล้ว ในด้านเศรษฐกิจ ตลาดเงิน ตลาดทุน เกิดอะไรขึ้นบ้าง

ดูที่ตลาดหุ้นก่อนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) วันที่ 20 มีนาคม 2563 อยู่ที่ 12.12 ล้านล้านบาท ลดลงจาก 16.75 ล้านล้านบาท หรือหายไป 4.63 ล้านล้านบาท นี่ขนาดว่ามีหุ้นยักษ์ใหญ่ CRC หรือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เข้ามาเพิ่มในต้นปีนี้ด้วยนะ โดยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ CRC ราคาไอพีโอ (42 บาท) สูงถึง 253,302 ล้านบาท แต่ วันที่ 23 มีนาคม 2563 ราคาหุ้น CRC ลงต่ำสุดติดฟลอร์ที่ 21 บาท ต่ำกว่าราคาไอพีโอ 50% เท่ากับว่ามาร์เก็ตแคปหายไปครึ่งหนึ่ง หรือหายไปกว่า 120,000 ล้านบาท

ความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่หายไปเกือบ 5 ล้านล้านบาท แม้จะเป็นตัวเลขทางบัญชีหากยังไม่ขายหุ้น แต่สำหรับคนที่แปลงหุ้นที่ถืออยู่เดิมเป็นเงิน (ขายหุ้น) ราคาตลาดปัจจุบันนี้ ก็น่าจะขาดทุนไม่มากก็น้อย นั่นคือความมั่งคั่งจริงที่หายไป ส่งผลไปถึงกำลังจับจ่ายใช้สอยของคนเหล่านี้ที่หายไปด้วยเช่นกัน ที่คิดจะซื้อรถ ซื้อคอนโด ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ก็หยุดหมด งดการใช้เงิน ซึ่งมีผลต่อตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

มาดูด้านการท่องเที่ยวบ้าง จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งจากต่างประเทศและไทยเที่ยวไทยที่หายไปเกือบเกลี้ยง หากทอดเวลานานออกไปมากเท่าไร ความสูญเสียก็จะยิ่งมากเท่านั้น จากที่เคยประเมินในช่วงที่เกิดโรคระบาดใหม่ๆ ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวจะหายไป 2 แสนล้านบาท ตอนนี้พูดกันถึงตัวเลข 1 ล้านล้านบาทแล้ว (รวมด้านท่องเที่ยวทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ)

เม็ดเงินที่หายไปมหาศาลจากการท่องเที่ยวนี้ ทำให้กำลังซื้อของผู้ที่เกี่ยวข้องหายวับตามไปด้วย เคยกินดีอยู่ดีก็ต้องลดลงมาเป็นพอกินพออยู่ คนค้าขายต่างๆ ธุรกิจบริการต่างๆ ตั้งแต่นวดแผนไทยริมทางไปจนถึงนวดสปาหรูๆ รายได้จะหดหายไปอย่างน่าตกใจ ยกเว้นพวกที่ขายหน้ากากอนามัยแบบหน้าเลือด พวกขูดเลือดขูดเนื้อจากการขายเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หรือพวกฉวยโอกาสขายสินค้าที่คนจำเป็นต้องใช้ในภาวะวิกฤติในราคาแพงๆ พวกนี้อาจจะยังดูดีมีฐานะ

ด้านการส่งออก ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์ 2563 หดตัว 4.47% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (คิดเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ) แต่เนื่องจากเงินบาทอ่อนลงค่อนข้างมาก เมื่อแปลงดอลลาร์มาเป็นบาทก็อาจจะดูไม่เลวร้ายนัก

เมื่อมองไปข้างหน้า ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกถูกฉุดด้วยโควิด-19 กำลังซื้อของผู้คนในทุกประเทศทั่วโลกถดถอยลงหมด สิ่งที่เราคาดเดาได้ไม่ยากก็คือ การท่องเที่ยวระหว่างประเทศจะไม่คึกคักเหมือนปีก่อน การส่งออกที่คิดว่าจะฟื้นเพราะสงครามการค้าของ 2 ประเทศยักษ์ใหญ่สงบ ก็จะไม่ฟื้น ดังนั้น รายได้ของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องย่อมอ่อนระโหยโรยแรงลงไปด้วย การจ้างงานก็จะอ่อนเปลี้ย มีการเลิกจ้างมากกว่าจ้างเพิ่ม และแน่นอนสิ่งเหล่านี้จะส่งผลถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ติดลบ และตลาดหุ้นที่โงหัวไม่ขึ้น

ทั้งหลายทั้งปวงก็เนื่องมาจากความมั่งคั่งของผู้คนที่หายไปเพราะอิทธิฤทธิ์ของโควิด-19 นั่นเอง

Advertisement

บล.กสิกรฯ แนะสะสมหุ้น ICT-โรงไฟฟ้า ชี้โดนผลกระทบ COVID-19 จำกัด

บล.กสิกรฯ แนะสะสมหุ้น ICT และโรงไฟฟ้า ชี้โดนผลกระทบการแพร่ระบาด COVID-19 จำกัด ประเมินดัชนีหุ้นไทยได้ปัจจัยบวกจากการทดลองวัคซีนต้าน COVID-19  บล.กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ประเมิน 3 ปัจจัย Upside risk ซึ่งหากเกิดขึ้น คาดจะผลักดันตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงดัชนีหุ้นไทย (SET index) ให้สามารถกลับขึ้นไปเทรดเหนือค่าเฉลี่ยในกรอบ 1,220-1,360 จุด นั่นคือ 1.พัฒนาการวัคซีน 2.ยุติสงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่เหลือกว่า 3.6 แสนล้านเหรียญ 3.กลุ่ม OPEC กลับมาเจรจาลดกำลังการผลิตน้ำมัน  ในขณะเดียวกัน Downside risk ที่แนะนำติดตาม คือ COVID-19 กลับมาแพร่ในจีนอีกครั้ง และการผิดชำระหนี้ของบริษัทมหาชน สำหรับ มุมมองตลาดหุ้นไทย วันนี้คาด SET index รีบาวด์ตอบรับประเด็นบวกจากการทดลองวัคซีนต้าน COVID-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ประกอบกับประเด็นบวกในประเทศจากความคาดหวังเม็ดเงินจากกองทุนเพื่อการออม (SSF) เข้ามาช่วยพยุงตลาด อย่างไรก็ดีคาดตลาดยังมีความผันผวนจากราคาน้ำมัน ทั้งนี้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำแนะรอดูผลของการ Lockdown หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงแนะนำเก็งกำไรหุ้นประมาณ 20% ของพอร์ต ในกลุ่ม ICT และ โรงไฟฟ้า ซึ่งถือเป็น 2 กลุ่มที่บล.กสิกรฯคาดผลกระทบ COVID-19...

เปิดวิสัยทัศน์ กระทิง แม่ทัพแห่ง KBTG กับดิสรัปชั่นรอบใหม่

ดิสรัปชั่นรอบใหม่จะเร็วและรุนแรงกว่ารอบที่แล้ว จะเกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ 5G จะเข้ามาเปลี่ยนโลกและทำให้ GDP โดยรวมโตขึ้น ขณะเดียวกัน 5G จะเข้ามาเร่งเรื่องความเหลื่อมล้ำมากกว่าเดิม -“Start Beginning Your Life Journey” กับกระทิง พูนผล

สตรีมมิง-ทีวี-ข่าว ต้องมา ช่วงทั่วโลกล็อคดาวน์

ในช่วงที่ผู้คน 3,000 ล้านชีวิต หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของทั้งโลก กำลังเก็บตัวเองในบ้าน, จำกัดการเดินทาง และเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) เพื่อสกัดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ผู้คนพากันพยายามหากิจกรรมทำในช่วงดังกล่าว และบรรดาผู้ให้บริการสตรีมมิงทั้งเก่าและใหม่ทั่วโลก ก็พยายามเป็นหนึ่งในตัวเลือก รวมถึงสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์รายงานข่าวสาร นักวิเคราะห์แห่งเวดบุชซีเคียวริตีส์ มองว่าความต้องการบริการสตรีมมิงจะเพิ่มขึ้นมากในช่วง 3-6 เดือนหน้า อันเป็นช่วงที่ผู้คนทั่วโลก น่าจะถูกจำกัดการเดินทางในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง และน่าจะทำให้เวลาของการดูสตรีมเพิ่มขึ้น...

เฟดคาด พิษโควิด-19 จะทำให้ชาวอเมริกันตกงานเกือบ 50 ล้านคน

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ ระบุว่าขณะนี้มีชาวอเมริกันหลายล้านคนถูกปลดออกจากงาน เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และคาดว่าภาคธุรกิจสหรัฐจะปดมีการปลดพนักงานรวม 47 ล้านคน ขณะที่อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับ 32.1% สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ ข้อมูลเรียลไทม์ ของเว็บไซต์ Worldometer ระบุว่า มีผู้ติดเชื้อแล้ว 164,253 คน และเสียชีวิตจากการติดเชื้อ 3,165 คน ทั้งนี้ในสหรัฐฯ รัฐนิวยอร์กเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้ติดเชื้อสูงสุดกว่า 66,000...

BAM ปรับแผนจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ได้เตรียมการที่จะจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นภายในเวลา 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีของบริษัทตามที่กฎหมายกำหนด แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งกระจายไปในวงกว้าง ประกอบกับผู้ถือหุ้นของบริษัทมีจำนวนมาก จึงเป็นการยากที่จะหาสถานที่จัดประชุมซึ่งเหมาะสมสามารถรองรับการจัดที่นั่งให้มีระยะห่างประมาณ 1-2 เมตร ตามมาตรการ Social Distancing ของกระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งรัฐบาลได้ขอความร่วมมือภาคเอกชนให้พิจารณาความจำเป็นในการจัดกิจกรรมที่มีลักษณะเป็นการรวมกันของคนหมู่มาก เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่ระบาด บริษัทมีความห่วงใยต่อสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้ที่จะเข้าร่วมประชุม ผู้ร่วมงานทุกท่าน และพนักงาน นอกจากนี้ ตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องมาตรการรองรับการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจัดประชุมของนิติบุคคล พ.ศ. 2563 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2563 กำหนดให้บริษัทมหาชนจำกัดที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จนทำให้เกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถจัดประชุมหรือจัดประชุมล่าช้าเกินกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เมื่อได้ดำเนินการจัดประชุมแล้ว ให้มีหนังสือชี้แจงเหตุผลยื่นต่อนายทะเบียนเป็นรายกรณีไป ดังนั้น...

AIS ส่ง 5G ช่วยหุ่นยนต์อัจฉริยะเฝ้าระวัง ดูแลผู้ป่วย COVID-19

เอไอเอส จับมือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนับสนุนเครือข่าย 5G ช่วยหุ่นยนต์อัจฉริยะปฏิบัติหน้าที่ติดตามอาการกลุ่มผู้ถูกเฝ้าระวังและดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส "Covid-19" ตลอด 24 ชั่วโมง ครั้งแรกของประเทศไทย -AIS ส่งแพ็กเกจ WORKING FROM HOME เจาะกลุ่มคนเลี่ยง...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -