Lockdown…วิธีการที่ทั่วโลกใช้สู้โควิด-19

Columnist Lockdown...วิธีการที่ทั่วโลกใช้สู้โควิด-19

ตลาดหุ้นนิวยอร์กจะหยุดซื้อขายหุ้นผ่าน Trading Floor โดยจะใช้เพียงระบบซื้อขายทางอิเลคทรอนิกส์เท่านั้น เพื่อจะหยุดยั้งช่องทางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม จนกว่าสถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลาย  


ระบบการซื้อขายด้วย Trading Floor นั้น คือกลุ่มบุคคลที่เป็นตัวแทนจากบริษัทหลักทรัพย์ในสหรัฐในการทำหน้าที่เป็น Brokers หรือบางทีก็เรียก Traders และกลุ่มบุคคงที่มีใบอนุญาตที่เป็นอิสระเรียกว่า Jobbers

ขณะที่ Dow Futures ร่วงลงอย่างต่อเนื่องในช่วงเช้าวันจันทร์มากกว่า 800 จุด หรือติดลบมากกว่า 4% หลังจากวุฒิสภาสหรัฐยังไม่สามารถตกลงกันเกี่ยวกับมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ที่ครอบคลุมถึงแจกเงินให้ชาวอเมริกันคนละ 1,200 ดอลลาร์ 

ด้านดัชนีหุ้นหั่งเส็ง ฮ่องกง เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ดิ่งลง 1,145 จุด หรือ 5.02% ตามทิศทางของ Dow Futures เปิดร่วงลงกว่า 4% ในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเทขายหุ้นท่ามกลางความกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา หลังจากที่ 2 รัฐในสหรัฐทั้งแคลิฟอร์เนียและนิวยอร์กประกาศให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า รัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศ G-20 จะจัดประชุมฉุกเฉินทางไกลเหตุไวรัสโคโรนาระบาดหนักไปทั่วโลก โดยพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 335,000 ราย

ส่งผลให้หลายประเทศที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอย่างรุนแรง โดยพบประเทศต่างๆ เริ่มทำการปิดเมือง หรือ Lockdown นับจากเมืองอู่ฮั่นของจีนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 

ต่อมาอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน สหรัฐ เดนมาร์ก นอร์เวย์ โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์ ฟิลิปปินส์ อินเดีย บรูไน มาเลเซีย แคนาดา และล่าสุดเป็นออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอังกฤษ  ประกาศปิดเมืองบางแห่ง

ทั้งนี้ Morgan Stanley คาดการณ์ว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาจะส่งผลให้เศรษฐกิจของสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างรุนแรง โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP อาจดิ่งลงได้ถึง 30% ในไตรมาส 2 ปีนี้ ส่วนอัตราว่างงานในสหรัฐอาจอยู่ที่ 12.8% และการบริโภคที่มีแนวโน้มจะลดลง 31%

นอกจากนี้ Goldman Sachs คาดว่า GDP สหรัฐมรไตรมาส 2 จะถดถอยลง หรือ -5% ส่วน JPMorgan มองว่า GDP ไตรมาส 2 ของสหรัฐจะถดถอยถึง -14%.

สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐนำเสนอให้สภาคองเกรสสหรัฐ พิจารณาการใช้เงินจำนวน 4 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อเป็นมาตรการช่วยเหลือแรงงานชาวอเมริกันที่ต้องตกงานในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา ด้วยการแจกจ่ายเงินชดเชยถึงคนละ 3,000 ดอลลาร์ 

มากกว่าช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นข้อเสนอจากกลุ่มที่ปรึกษาทำเนียบขาวที่จะให้ความช่วยเหลือในวงเงิน 1.3-2.0 ล้านล้านดอลลาร์ โดยที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เชื่อว่าคนตกงานจะมเพิ่มขึ้นถึง 20% ขณะที่บางฝ่ายคาดว่า การตกงานของคนอเมริกันที่ต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาอาจจะจำนวนนั้บตั้งแต่ 1 ล้านคน จนถึง 3 ล้านคน

สำหรับอังกฤษที่ต้องประสบกับแมคโดนัลด์ที่ประกาศปิดร้านทุกสาขาในอังกฤษและไอร์แลนด์ เพื่อหลีกหนีการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา โดยที่บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ออกมาประกาศปิดประเทศ รวมทั้งแจ้งให้ร้านกาแฟ ไนท์คลับ บาร์ และร้านอาหาร และเรียกร้องให้ประชาชนขาวอังกฤษทำงานจากบ้าน ซึ่งเชื่อว่าอังกฤษจะสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาได้ภายใน 12 สัปดาห์ หากมีการดำเนินมาตรการที่ถูกต้อง

อีกทั้งรัฐบาลยังได้สั่งปิดโรงภาพยนตร์ สถานที่ออกกำลังกาย และศูนย์สันทนาการ รวมทั้งโรงเรียนในอังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ อย่างไม่มีกำหนด

ด้านกระทรวงการคลังอังกฤษ เปิดเผยว่า จะมีการจ่ายเงินค่าจ้าง 80% โดยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 2,500 ปอนด์ต่อเดือน เพื่อชดเชยกับพนักงานที่ไปทำงานไม่ได้จากการปิดออฟฟิศ 

ขณะที่แองเกลา เมอร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ได้ตัดสินใจกักตนเองทันทีเมื่อวันอาทิตย์ภายในบ้านพัก 14 วัน หลังจากที่ได้รับการฉีดวัคซีนซึ่งเป็นการสัมผัสกับแพทย์ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเยอรมนีได้ประกาศมาตรการดูแลไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนาที่หนักหน่วงมากขึ้น ให้มีผลอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ซึ่งประกอบด้วย มาตรการลดการสัมผัสและใกล้ชิดบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัวตัวเอง โดยให้รักษาระยะห่าง 1.50-2.0 เมตร

สำหรับการพบปะในที่สาธารณะได้ไม่เกิน 2 คน ยกเว้นบุคคลในครอบครัวที่อยู่ในบ้านเดียวกัน โดยจะยอมให้กับการออกไปทำงาน หาหมอ ​ไปสอบ ซื้อยา หรือเดินออกกำลังกายสูดอากาศบริสุทธิ์​ ส่วนร้านอาหารก็ให้เปิดได้เฉพาะบริการส่งอาหาร หรือมารับเอง

มาตรการดังกล่าวเป็นการดูแลเกี่ยวกับชีวิตพลเมืองในประเทศหลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้จัดสรรงบประมาณราว 365,000 ล้านยูโรเพื่อบรรเทาปัญหาทางเศรษฐกิจจากผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว

Advertisement

CPN ปิดห้าง 31 แห่ง นาน 39 วัน โบรกคาดรายได้ปี 63 ลดกว่า 7.8 พันล้านบาท

CPN ปิดห้างสรรพสินค้าทั้งหมด 31 แห่ง นาน 7-39 วัน จากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 โบรกคาดรายได้ปี 63 ลดหนักกว่า 7.8 พันล้านบาท และหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นต้องปิดบริการชั่วคราวไปถึงสิ้นเดือน พ.ค.63 อาจทำให้รายได้ปี 63 ลดกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท

ติดไวรัสโควิด-19 เพิ่ม 127 ราย เสียชีวิตรายที่ 10

ศูนย์บริหารงานการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายงานสถานการณ์วันที่ 31 มี.ค. มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 127 ราย รวมยอดสะสม 1,651 ราย มีผู้เสียชีวิตคนที่ 10 ผู้ติดเชื้อเป็นคนไทย 1,407 รายและต่างชาติ 244 ราย เมื่อแยกเป็นพื้นที่ พบว่ากทม.และนนมบุรี มากที่สุด 869 ราย ภาคใต้ 206 ราย...

เตรียมเพิ่มเงินเยียวยาว่างงานจาก”เหตุสุดวิสัย” ไม่ต่ำกว่าเดือนละ5,000บาท

กระทรวงแรงงานเตรียมปรับเพิ่มมาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5,000 บาท หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นับตั้งแต่เกิดภาวะพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย จนกระทั่งยกระดับสถานการณ์เป็นภาวะวิกฤต ได้สั่งการทุกหน่วยงานในกระทรวงแรงงาน ให้วางมาตรการเพื่อช่วยเหลือแรงงาน ซึ่งในส่วนของสำนักงานประกันสังคมมาตรการที่ออกมา และผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้วคือ 1. การลดอัตราเงินสมทบนายจ้าง และลูกจ้างมาตรา 33, 39              - ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์รวมทั้งสิ้น 13,346,143 ราย           2....

บล.กสิกรฯ แนะสะสมหุ้น ICT-โรงไฟฟ้า ชี้โดนผลกระทบ COVID-19 จำกัด

บล.กสิกรฯ แนะสะสมหุ้น ICT และโรงไฟฟ้า ชี้โดนผลกระทบการแพร่ระบาด COVID-19 จำกัด ประเมินดัชนีหุ้นไทยได้ปัจจัยบวกจากการทดลองวัคซีนต้าน COVID-19  บล.กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ประเมิน 3 ปัจจัย Upside risk ซึ่งหากเกิดขึ้น คาดจะผลักดันตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงดัชนีหุ้นไทย (SET index) ให้สามารถกลับขึ้นไปเทรดเหนือค่าเฉลี่ยในกรอบ 1,220-1,360 จุด นั่นคือ 1.พัฒนาการวัคซีน 2.ยุติสงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่เหลือกว่า 3.6 แสนล้านเหรียญ 3.กลุ่ม OPEC กลับมาเจรจาลดกำลังการผลิตน้ำมัน  ในขณะเดียวกัน Downside risk ที่แนะนำติดตาม คือ COVID-19 กลับมาแพร่ในจีนอีกครั้ง และการผิดชำระหนี้ของบริษัทมหาชน สำหรับ มุมมองตลาดหุ้นไทย วันนี้คาด SET index รีบาวด์ตอบรับประเด็นบวกจากการทดลองวัคซีนต้าน COVID-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ประกอบกับประเด็นบวกในประเทศจากความคาดหวังเม็ดเงินจากกองทุนเพื่อการออม (SSF) เข้ามาช่วยพยุงตลาด อย่างไรก็ดีคาดตลาดยังมีความผันผวนจากราคาน้ำมัน ทั้งนี้ นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำแนะรอดูผลของการ Lockdown หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงแนะนำเก็งกำไรหุ้นประมาณ 20% ของพอร์ต ในกลุ่ม ICT และ โรงไฟฟ้า ซึ่งถือเป็น 2 กลุ่มที่บล.กสิกรฯคาดผลกระทบ COVID-19...

เปิดวิสัยทัศน์ กระทิง แม่ทัพแห่ง KBTG กับดิสรัปชั่นรอบใหม่

ดิสรัปชั่นรอบใหม่จะเร็วและรุนแรงกว่ารอบที่แล้ว จะเกิดอุตสาหกรรมใหม่ๆ 5G จะเข้ามาเปลี่ยนโลกและทำให้ GDP โดยรวมโตขึ้น ขณะเดียวกัน 5G จะเข้ามาเร่งเรื่องความเหลื่อมล้ำมากกว่าเดิม -“Start Beginning Your Life Journey” กับกระทิง พูนผล

สตรีมมิง-ทีวี-ข่าว ต้องมา ช่วงทั่วโลกล็อคดาวน์

ในช่วงที่ผู้คน 3,000 ล้านชีวิต หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของทั้งโลก กำลังเก็บตัวเองในบ้าน, จำกัดการเดินทาง และเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) เพื่อสกัดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ผู้คนพากันพยายามหากิจกรรมทำในช่วงดังกล่าว และบรรดาผู้ให้บริการสตรีมมิงทั้งเก่าและใหม่ทั่วโลก ก็พยายามเป็นหนึ่งในตัวเลือก รวมถึงสถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์รายงานข่าวสาร นักวิเคราะห์แห่งเวดบุชซีเคียวริตีส์ มองว่าความต้องการบริการสตรีมมิงจะเพิ่มขึ้นมากในช่วง 3-6 เดือนหน้า อันเป็นช่วงที่ผู้คนทั่วโลก น่าจะถูกจำกัดการเดินทางในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง และน่าจะทำให้เวลาของการดูสตรีมเพิ่มขึ้น...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -