”ดรามา หน้ากากอนามัย”และโรคระบาดข้าราชการไทย

Columnist ”ดรามา หน้ากากอนามัย”และโรคระบาดข้าราชการไทย

เหตุการณ์กราดยิงที่โคราชจากการกระทำของ”จ่าคลั่ง”จนมีผู้เสียชีวิตถึง 30 ศพ บาดเจ็บ58รายในวัน”มาฆะบูชา”เมื่อวันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาได้กลบกระแสข่าวหลายๆข่าวในบ้านเรา เหตุการณ์ที่โคราชจบและเรื่องร้ายๆกำลังผ่านไป วิกฤติงบประมาณก็คลี่คลายในทางที่ดีขึ้น คงเหลือแต่โรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ที่ ไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่


อย่างที่บอกว่าจากกรณีโรคระบาดทำให้เราเห็นศักยภาพของบุคคลากรทางการแพทย์บ้านเราว่าไม่เป็นสองรองใคร แต่อีกด้านก็ทำให้เราได้เห็นข้าราชการอีกหลายส่วนยังไม่มีศักยภาพเพียงพอรับมือกับวิกฤติครั้งนี้แม้แต่เรื่องง่ายๆเช่นเรื่อง”หน้ากากอนามัย”ที่มีคนวิจารณ์กันแซดในโลกโซเชี่ยล

กรณีแรก การจัดจำหน่ายหน้ากากที่ทำเนียบรัฐบาล ในราคา ชิ้นละ 2.50บาทขณะที่องค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข จำหน่ายชิ้นละ 1บาท หน้ากากชนิดเดียวกัน หน่วยงานรัฐบาลเหมือนกันแต่ขายในราคาไม่เท่ากัน ทีสำคัญยังโดนวิจารณ์ว่าทำไมไม่แจกฟรี ซึ่งรัฐบาลก็อ้างเรื่องต้นทุน แต่ก็อ้างไม่ขึ้นเพราะ”ชิม ช้อป ใช้”ใช้งบเป็นหมื่นล้านแจกเงินให้คนไปเที่ยวฟรีๆยังทำได้ แต่หน้ากากอนามัยซึ่งจำเป็นกว่าแจกฟรีไม่ได้ แถมเดินทางไปซื้อลำบากต้องเสียทั้งค่ารถ เสียทั้งเวลาเดินทาง

หากจะแก้ปัญหาจริงๆในยามเร่งด่วนอย่างนี้ ควรกระจายโดยใข้เครือข่ายของรัฐบาล อย่างธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธอส. ที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนสะดวกมากกว่าการเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล

อีกกรณีที่โดนวิพากษ์วิจารย์หนักคือ การจำหน่ายหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ที่กระทรวงพาณิชย์ โดยจำกัดจำนวนให้ 1 คนซื้อได้ 1 ชุด หน้ากากอนามัย 10 ชิ้น ราคา 25 บาท ซึ่งเปิดจำหน่ายในเวลา 09.00 น. แต่มีประชาชนจำนวนมากมารอซื้อตั้งแต่เวลา 06.00 น.ครั้นเมื่อถึงเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเปิดจำหน่ายได้ เนื่องจากต้องมี”พิธีเปิด”ก่อน ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่พอใจส่งเสียงโห่ เพราะต้องรอนานกว่าจะเปิดจำหน่ายได้ในเวลา 10.00 น.

ทั้งสองกรณีนี้สะท้อนการทำงานของข้าราชการไทยเป็นอย่างดีว่าให้ความสำคัญกับ”พิธีกรรม”มากกว่าความสะดวกสบายของประชาชน ให้ความสำคัญกับสัญญาลักษณ์และรูปแบบ ทำงานแบบผักชีโรยหน้าเอาอกเอาใจเจ้านาย จนกลายเป็นประเพณี

ราวๆยี่สิบปีที่ผ่านมา โรคระบาด”คิ๊กออฟ”ได้ระบาดในหมู่ข้าราชการไทยทุกกระทรวง  ทุกกรม ทุกหน่วยงาน อย่างหนัก ต้องมีพิธีเปิดต้องใช้ออร์กาไนซ์มืออาชีพ แต่ละปีต้องจ่ายค่า พิธีเปิดไม่รู้ว่า กี่พันล้านบาท

แต่ที่ร้ายไปกว่านั้น หากรู้ที่มาของ”เบื้องลึกเบื้องหลัง”ของเส้นทาง”หน้ากากากอนามัย”ที่มาจำหน่ายในทำเนียบและกระทรวงพาณิชย์ ยิ่งน่าเศร้า  จากการเปิดเผยของเพจดังอย่างหมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor ได้ออกโพสต์ถึงเรื่อง รัฐบาลโดยกรมการค้าภายในใช้อำนาจรัฐ สั่งการให้โรงงานผู้ผลิตทุกแห่งผลิตและส่งให้กรมการค้าภายใน ภายในวันที่กำหนด เพื่อที่กรมการค้าภายในจะนำไปขายให้กับประชาชนทั่วไปในราคาชิ้นละ 2.50 บาท (เท่ากับกล่อละ150.-บาท) โดยผู้ผลิตระบุว่า…

“ฝากเรียนแจ้งผู้บริหารโรงพยาบาลทราบด้วยค่ะ ปัญหาที่สินค้าส่งไม่ได้ตามที่แจ้งไป เนื่องจาก รัฐบาลโดยกรมการค้าภายใน ใช้อำนาจรัฐ สั่งการให้โรงงานผู้ผลิตทุกแห่งผลิตและส่งให้กรมการค้าภายใน ภายในวันที่กำหนด เพื่อที่กรมการค้าภายในจะนำไปขายให้กับประชาชนทั่วไปในราคาชิ้นละ 2.50 บาท (เท่ากับกล่องละ150.-บาท) ซึ่งเท่ากับเป็นการตัดโควต้าที่จะนำส่งให้โรงพยาบาลไปเกือบทั้งหมด เพราะส่งให้กรมการค้าภายในจำนวน 20,000 กล่อง เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ช่วยเหลือแบบไม่ถูกต้อง ทำให้โรงพยาบาลขาดแคลนสินค้า ไม่ได้ตามที่แจ้ง บริษัทจึงขอเรียนชี้แจงมาเพื่อทราบถึงสาเหตุที่จัดส่งให้ไม่ได้ และปัญหาต่อไปคือ การขาดวัตถุดิบที่จะผลิต”

นี่แค่เรื่องหน้ากากอนามัยเป็นเรื่องที่ไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร แต่กลายเป็นว่าข้าราชการไทยทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องง่ายๆให้เป็นเรื่องยุ่งยาก อย่างไม่น่าเชื่อ

ทั้งหลายทั้งปวง เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการกระจายหน้ากากอนามัยให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง นั่นเอง

ทวี มีเงิน BTCOLEXCLU1
สื่อมวลชนอิสระ อดีตบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ
Advertisement

บุคลากรแพทย์ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มหนึ่งราย สธ.แจงไม่ใช่สถาบันบำราศฯ

กระทรวงสาธารณสุข พบผู้ป่วยยืนยัน โควิด-19  อีก 1 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ยืนยันไม่ใช่บุคลากรของสถาบันบำราศนราดูร รวมผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 20 ราย กลับบ้านแล้ว 14 ราย รวมสะสม 34 ราย วันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2563 ) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย...

เทรนด์สมาร์ทโฟน 2020 จอพับกำลังจะกลับมา ?

รายการ Tech Today ดำเนินรายการโดย : นพฤทธิ์  กมลสุวรรณ และ ทรงกลด แซ่โง้ว / ผู้สื่อข่าวไอที Business Today จับตาเทรนด์สมาร์ทโฟน ปี 2020 โทรศัพท์มือถือปีนี้ จอพับได้กำลังจะกลับมาหรือไม่ ? ทั้งพับแบบขยายเป็นแท็บเล็ต ต้องดูความทนทาน และพับได้แบบในอดีต

แบงก์ชาติจีนกล่อมธนาคารทนรับ Bad Loans สู้ไวรัสโคโรนา

ธนาคารกลางจีน (PBOC) กล่าวเรียกร้องให้ภาคธนาคารและสถาบันการเงินอดทนกับภาวะหนี้เสีย หรือ Bad Loans ที่จะอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเป็นผลพวงของความพยายามในการสนับสนุนให้ภาคธุรกิจฟื้นตัวกลับมาได้จากวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดหนัก นาย ฟาน อีเฟย รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน กล่าวแถลงข่าวในวันนี้ว่า ทางธนาคารกลางจะทำทุกวิถีทางให้การสนับสนุนบรรดาบริษัทที่ผ่านการรับรองอย่างเต็มที่ เพื่อให้บริษัทเหล่านั้นสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่้งจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมกลับมามีเสถียรภาพและช่วยบรรเทาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ขณะเดียวกัน ทางธนาคารกลางจีนยืนยันว่า ปัญหาเรื่อง Bad Loans เป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนสามารถจัดการได้ เนื่องจากอัตราหนี้เสียของจีนในปัจจุบันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ความเห็นของธนาคารกลางจีนล่าสุดมีขึ้นท่ามกลางความพยายามของภาครัฐและธนาคารกลางที่จะบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอย่างสุดความสามารถ โดยที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนได้อนุมัติเงินอัดฉีดเพื่อลดภาระทางการเงินของภาคธุรกิจแล้วหลายครั้ง ส่วนความคืบหน้าของสถานการณ์ไวรัสโคโรนา คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน...

อานิสงส์ ภาพยนตร์ Parasite ดันธุรกิจในย่าน โลเกชั่นถ่ายทำ รุ่ง

ไม่เพียงภาพยนตร์ Parasite ที่มีเนื้อหาสะท้อนกะเทาะเปลือกความเป็นจริงอีกมุมหนึ่งของสังคมที่ยังคงมีช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย จะได้ความนิยมและเป็นที่กล่าวขวัญถึงอย่างมากในหมู่ผู้ชมทั่วโลก ความร้อนแรงดังกล่าวยังส่งผลบวกต่อบรรดาธุรกิจร้านค้าที่เป็นโลเกชั่นถ่ายทำของภาพยนตร์สุดร้อนแรงแห่งปีอีกด้วย เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ Channel News Asia รายงานว่า ธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารในย่านสถานที่ถ่ายทำต่างๆ ที่ปรากฎอยู่ในฉากของภาพยนตร์ Parasite กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่บรรดาแฟนภาพยนตร์ต่างพากันมาเยี่ยมเยียน ช่วยให้ยอดขายของร้านเหล่านี้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว รายงานระบุว่า การที่ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้รับรางวัลออสการ์ รวมถึงรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ที่ทำให้ Parasite กลายเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ของประวัติศาสตร์รางวัลออสการ์นับตั้งแต่ปี 1929 ยิ่งสร้างความปิติภาคภูมิใจให้แก่ชาวเกาหลีใต้เป็นจำนวนมาก และส่วนหนึ่งได้เปลี่ยนความยินดีดังกล่าว ด้วยการไปเยี่ยมชมสถานที่ที่ใช้ถ่ายทำจริงแทน Eom Hang-Ki...

“คนพันธุ์ดิจิทัล มี e-DNA และบ้างาน” ที่อาลีบาบา

คอลัมน์ e-Dragon “คนพันธุ์ดิจิทัล มี e-DNA และบ้างาน” กรณีศึกษาจาก Alibaba จีนที่บริษัทไทยต้องการ! -------------------------------- ในยุค "ดิจิทัล" บริษัทต้องการคนที่มี "ดิจิทัล ไลฟ์สไตล์" มาทำงานในองค์กรมากขึ้น แต่ไม่ใช่เพียงแค่เล่น Social media network อย่าง...

ขาลงสื่อสิ่งพิมพ์? ยักษ์เบอร์2หนังสือพิมพ์มะกัน ประกาศล้มละลาย

McClatchy บริษัทผู้พิมพ์หนังสือพิมพ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในสหรัฐฯ ยื่นเรื่องขอพิทักษ์ทรัพย์สินจากภาวะล้มละลาย หลังธุรกิจหดตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล อย่างไรก็ตาม McClatchy ระบุว่า จะยังคงพิมพ์หนังสือพิม์ท้องถิ่นอีกประมาณ 30 หัว ต่อไป ซึ่งรวมถึง หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่าง Miami Herald และ Kansas City Star ควบคู่ไปกับการปรับแผนโครงสร้างองค์กร อย่างการถอดหุ้นออกจากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และโอนถ่ายความเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์หลายหัวให้กับบริษัทจัดการกองทุน...

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ