เศรษฐกิจทรุดแรงกว่าที่คิด ในยาม”ทีมเศรษฐกิจ”ไร้เอกภาพ

Columnist เศรษฐกิจทรุดแรงกว่าที่คิด ในยาม"ทีมเศรษฐกิจ"ไร้เอกภาพ

ย่างเข้าสู้โค้งสุดท้ายไม่ทันไร สำนักวิจัยแบงก์ไทยพาณิชย์ก็ออกมาปรับลด จีดีพี.ลง. เหลือต่ำกว่า 3%และมีแนวโน้มที่จะปรับต่ำกว่า 2.8%แน่ๆเพราะที่ผ่านมาสำนักวิจัยแห่งนี้จะคาดการณ์เศรษฐกิจไทยต่ำกว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)มาตลอด ล่าสุด ธปท. ลดคาดการณ์เศรษฐกิจโต 2.8% ดังนั้นมีแนวโน้มที่จะคาดการณ์ต่ำกว่าของ ธปท.อย่างแน่นอน

เหตุทั้งหลายทั้งปวง2เรื่องหลักๆคือ” สงครามการค้า”และ”ค่าเงิน” แต่ผลกระทบจากสงครามการค้าจะรุนแรงมากกว่าเพราะเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมขณะที่”เงินบาทแข็งค่า” อย่างต่อเนื่อง ค่าเงินบาทปีนี้แข็งค่าไปแล้ว 6% แต่หากคิดเฉลี่ย 5 ปี ที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าถึง 23% ส่งมูลค่าการส่งออกของไทยหากคิดเป็นรูปเงินบาทจะติดลบมากกว่าที่เป็นสกุลดอลลาร์ค่อนข้างมาก

- Advertisement -

ดูจากตัวเลขการส่งออกของไทยล่าสุดเดือน ส.ค. 2562 ถ้าตัดการส่งออกสินค้าทองคำออก จะพบว่ามูลค่าการส่งออกของไทยติดลบถึง 10% เลยทีเดียว ที่ผ่านมาตัวเลขการส่งออกทองคำทำให้ตัวส่งออกโดยรวมดูดีจะว่าไปแล้วยอดส่งออกทองคำเป็นของมายา แต่ส่งออกสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมเป็นของจริง และกำลังกระอักเลือดจากเงินบาทแข็งค่าทำให้บรรดาโรงงานอุตสาหกรรมหลายพากันทยอยเลิกกิจการลอยแพคนงานไปแล้วหลายพันคน

ตัวเลขที่สำนักวิจัยไทยพาณิชย์ระบุว่าภาคอุตสาหกรรมเลิกจ้างแรงงานเพิ่มเป็น 6% แต่ของจริงน่าจะมากกว่านี้ ซึ่งเป็นสัญญาณไม่ดีกับเศรษฐกิจไทยเลยอย่าเพิ่งตกใจที่เห็นตัวเลขส่งออกดิ่งเหวขนาดนี้ เพราะนี่แค่น้ำจิ้มเชื่อว่าข่าวร้ายจะมาเรื่อยๆนี่ไม่ถึงจุดต่ำสุด

ความจริงทั้งเรื่องสงครามการค้าและค่าเงินบาทแข็งนั้นเกิดมานานหลายปีแต่ก็ยังไม่เห็นคนที่รับผิดชอบจะแก้ไขอะไร อย่างเรื่องสงครามการค้า ก็ยอมรับว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่คุมไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็น่าหาวิธีผ่อนหนักเป็นเบาได้ แต่ค่าเงินบาทแข็งค่าก็ยังปล่อยมาเป็นแรมปี ทั้งๆที่กระทบต่อการส่งออกที่เป็นรายได้หลักของประเทศ เฉพาะอย่างสินค้าเกษตรโดนกระทบหนัก

อันที่จริงเหรียญมี 2ด้านมีด้านดีและด้านเสีย เหมือนค่าเงินบาทแข็งค่าเป็นประโยชน์ต่อการนำเข้ารัฐบาลไม่ได้ตั้งรับและใช้ประโยชน์เรื่องนี้แต่อย่างใด ล่าสุด“วอร์รูม กระทรวงพาณิชย์”ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของภาครัฐและเอกชน แนะปรับพอร์ตประเทศลดพึ่งพาการส่งออกหันมาส่งเสริมบริโภคภายใน เสริมการใช้ประโยชน์การนำเข้า แนวคิดนี้ก็พูดกันมาตลอดจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ทำอะไร ช่วงปี คสช.เป็นช่วงที่จะทำอะไรได้แต่ก็ไม่ได้ทำ

ยิ่งรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลผสม กระทรวงเศรษฐกิจไร้เอกภาพ พรรคการเมืองที่ดูแลกระทรวงเศรษฐกิจมีทั้ง พปชร.ภูมิใจไทยและปชป.  กระทรวงต่างๆที่แต่ละพรรคดูแลก็ขึ้นกับหัวหน้าพรรคที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี และมีลุงตู่นั่งเป็นประธานในที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ แต่ในทาปฏิบัติเพิ่งมีการประชุมกันไม่กี่ครั้ง ต่างจากรัฐบาลที่แล้ว ที่กระทรวงเศรษฐกิจเกือบทั้งหมดรายงานตรงกับ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ขนาดนั้นยังทำอะไรได้ไม่มาก

ความที่ต่างคนต่างอยู่ต่างพรรคการทำงานก็ไม่ค่อยประสานกันจึงเป็นที่มาของข่าว “ครม.เศรษฐกิจร้าว “แม้ไม่ถึงกับร้าวแต่คงไม่ค่อยหารือกันแม้ว่าอาการเศรษฐกิจไทยนับวันยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น โอกาสที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับต่ำกว่า2.8%จึงมีความเป็นไปได้สูงและหากสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจยังเป็นอย่างนี้ ครม.เศรษฐกิจก็ต่างคนต่างทำอย่างนี้ ปี 63ก็คงไม่ต่างจากปีนี้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็คงจะอยู่แถวๆ2.8%

ขณะที่อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจเพื่อนบ้านเขาหนีไปไกลระดับ5%กว่าๆขึ้นไปทั้งนั้น แต่เศรษฐกิจบ้านเราวนๆแถวๆ23%กลายเป็นบัวใต้น้ำมาหลายปีแล้ว

ทวี มีเงิน
สื่อมวลชนอิสระ อดีตบรรณาธิการประชาชาติธุรกิจ
Advertisement

Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ