กระสุนนัดเดียวเสียวทั้งชายแดนใต้

Columnist กระสุนนัดเดียวเสียวทั้งชายแดนใต้

เหตุการณ์ผู้พิพากษาไลฟ์สดบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ก่อนที่จะลั่นกระสุนใส่ร่างตัวเองในศาลจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ไม่เพียงช็อคคนในห้องพิจารณาคดี แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมไปถึงกระบวนการยุติธรรมไทยทั้งระบบ และกระตุกต่อมเสียวให้แผ่ซ่านไปทั่วจังหวัดชายแดนใต้….

ปฏิกิริยามหาชนต่อเหตุการณ์สั่นสะเทือนความรู้สึกที่ว่า มีลักษณะแตกกระสานซ่านเซ็นไปเป็น 2 แนวทางหลัก

- Advertisement -

ปฏิกิริยาส่วนหนึ่ง พากันวิพากษ์วิจารณ์ไปในทำนองสิ้นหวัง สิ้นศรัทธา สิ้นความเชื่อถือต่อกระบวนการยุติธรรม

ปฏิกิริยาอีกส่วนหนึ่ง พากันวิพากษ์วิจารณ์ในความเหมาะควรแห่งพฤติกรรม ตลอดจนจริยธรรมจรรยาในความเป็นผู้พิพากษา ที่กระทำการในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับแสดงอาการสงสัยในความไม่ชอบมาพากลที่ซ่อนไว้ระหว่างบรรทัดของคำแถลงที่ถูกแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วราวกับมีการคิดวางแผนไว้ล่วงหน้า

ไม่ว่าชาวบ้านจะรู้สึกนึกคิดต่อเหตุการณ์ผู้พิพากษายิงตัวเองกลางศาลยังไง ล้วนส่งผลกระทบทางลบ ต่อสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ กับอีก 4 อำเภอคือจะนะ-เทพา-นาทวี-สะบ้าย้อย ในจังหวัดสงขลาอย่างยากจะหลีกเลี่ยงได้

อย่างน้อยที่สุดเหตุการณ์ ณ ศาลจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 จะสะกิดให้เกิดการตั้งข้อสงสัยขึ้น ในหมู่พ่อแม่พี่น้องของผู้ถูกพิพากษาลงโทษ นับตั้งแต่เหตุก่อการรุนแรงปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547 เป็นต้นมา  และความสงสัยในความยุติธรรมอาจจะยกระดับขึ้นเป็น”ไฟ”ที่โหมไฟให้โชนแสงแรงยิ่งขึ้น…

อาการคลางแคลงใจในความยุติธรรม ที่สุ่มเสี่ยงต่อการฉุดสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้ให้เลวร้ายหนักขึ้น คือปัจจัยเสี่ยงที่จะสร้างความล้มเหลวแก่แผนพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ของรัฐบาล….ทำให้แผนพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ของรัฐบาล”เสียของ”

ยิ่งเมื่อย้อนกลับไปทบทวนดูกระบวนท่าของปฏิกิริยารัฐบาลในการจัดการกับความรุนแรงที่ชายแดนใต้ ตั้งแต่วาทะปากพล่อย”โจรกระจอก”ของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ดำรงสถานะเยี่ยงสัมภเวสีอยู่ตอนนี้ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว มาถึงรัฐบาลปัจจุบันภายใต้นายกรัฐมนตรีที่เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และคุ้นเคยกับเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้…คำตอบชัดเจนที่สุดคือ”รัฐบาลยังเอาไม่อยู่”

ต้นตอของการ”เอาไม่อยู่” ไม่ได้มีเหตุจากเงินงบประมาณไม่พอ เพราะ 15 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลหลายชุดที่สลับหน้ากันเข้ามาบริหารประเทศ ได้ประเคนเงินงบประมาณเข้าพื้นที่ชายแดนใต้ไปแล้วหลายแสนล้านบาท และไม่ได้มาจากมาตรการจูงใจด้านการพัฒนาการค้าการลงทุนไม่เพียงพอ เนื่องจากรัฐบาลได้อัดฉีดสิทธิประโยชน์จูงใจให้เกิดการลงทุนในจังหวัดชายแดนใต้ไว้เพียบ ทั้งมาตรการทางการเงิน มาตรการทางการคลัง

สาเหตุหลักที่ไฟชายแดนใต้ ยังคุเหมือนไฟป่าพรุ และพร้อมจะโชนแสงได้ตลอดเวลา น่าจะสืบเนื่องมาจากสาเหตุหลัก 3 ประการ

ประการแรก เงินงบประมาณนับเป็นแสนๆล้านบาทที่เทลงไปใส่พื้นที่ชายแดนใต้ ได้รับการจัดสรรไปเพื่อการแก้ปัญหาตามแนวพระราชดำริ”เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งถูกอ้างถึงตลอดมาหรือไม่

หรือว่าถูกเบียดบังไปเป็นค่าตอบแทนพิเศษแบบทวีคูณให้แก่ข้าราชการทั้งหลายแหล่ ที่นิยมใช้จังหวัดชายแดนใต้เป็นที่ชุบตัว และเป็น”ทางลัด”ในการไต่เต้าตำแหน่งหน้าที่ราชการแบบ”ฟาสแทรค”

ประการที่สอง เจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าจะเป็นฝ่ายความมั่นคง หรือฝ่ายพลเรือน ไม่เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งชาวบ้านให้ความเชื่อมั่นได้อย่างสนิทใจในการคุ้มครองดูแลความปลอดภัย

ประการสุดท้าย คือช่องว่างความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ชายแดนใต้ ที่ยังไม่มีวี่แววจะหดตัวแคบลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องว่างความเหลื่อมด้านความยุติธรรม และช่องว่างความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการศึกษา-การสร้างงาน-สร้างอาชีพ-สร้างรายได้

กระสุนนัดเดียวที่สนั่นกลางศาลจังหวัดยะลา จึงเป็นทั้งกระสุนที่ขย่มเขย่ากระบวนการยุติธรรมไทยทั้งระบบ และกระตุกต่อมเสียวให้แผ่ซ่านไปทั่วจังหวัดชายแดนใต้….

ศักดิ์ชัย พฤฒิภัค
สื่อมวลชนอิสระ อดีตบรรณาธิการบริหารสถานีโทรทัศน์ TNN
Advertisement

Advertisement

ติดตามข่าวสารอัพเดททันใจจาก Businesstoday ได้โดยกรอกอีเมลด้านล่าง

- Advertisment -
รับข่าวสารจาก Business Today

ไม่พลาดข่าวสารแวดวงธุรกิจ เราอัพเดตข่าว บทความ และเรื่องน่าสนใจ สดใหม่ทุกวัน คุณสามารถรับข่าวสารจากเราได้ง่ายๆ โดยกรอก

ชื่อ นามสกุล และอีเมล

ได้เลยครับ